คอลลิเออร์สฯ เดินเกมรุกรับ AEC เปิดออฟฟิศใหม่ใจกลางกรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่า ส่งอดีตหัวหน้าทีมวิจัยนั่งแท่นนายใหญ่
การเข้าไปเปิดสำนักงานของคอลลิเออร์สในกรุงย่างกุ้งครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกที่ผู้ประกอบการด้านอสังหาริมทรัพย์จากประเทศไทยได้เข้าไปจดทะเบียนบริษัทและประกอบธุรกิจให้คำที่บริหารงานด้านอสังหาริมทรัพย์ในพม่า
นายไทรมั่น ลัญฉน์ดี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เปิดเผยว่าการก่อตั้ง “คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศพม่า” ในครั้งนี้ จะเป็นการเตรียมความพร้อมและรองรับการเจริญเติบโตของตลาดอสังหาฯ ในพม่าซึ่งเป็นประเทศที่มีศักยภาพและช่องทางการลงทุนในการพัฒนาพื้นที่ด้านอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกำลังจะมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 นี้
“ประเทศไทยจะก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางสำคัญในอาเซียนตอนบน ซึ่งจะนำไปสู่การเติบโตตามระดับดีมานด์ที่มากขึ้น และพม่ายังเป็นส่วนในการเดินเกมที่สำคัญสำหรับประเทศไทย ทั้งการย้ายเข้าและก่อตั้งธุรกิจที่เชื่อมโยงประเทศไทยอย่างรวดเร็ว โดยทำให้ประเทศไทยอยู่ในตำแหน่งของผู้ขับเคลื่อนของจุดศูนย์กลางของภูมิภาคตอนบน ที่เรียกว่า CALM ซึ่งประกอบไปด้วยกัมพูชา ลาว และพม่า" นายลัญฉน์ดีกล่าว
ทั้งนี้ บริษัทได้แต่งตั้งให้นายโทนี่ พิคอน ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายวิจัย คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการผู้จัดการ ประจำสำนักงานแห่งนี้ ซึ่งตั้งอยู่ที่ เซ็นเตอร์พอยท์ ทาวเวอร์ส (Centrepoint Towers) ซึ่งเป็นตึกที่ใหญ่ที่สุดในกรุงย่างกุ้ง ใกล้กับโรงแรมฮิลตัน ที่กำลังจะเปิดให้บริการในปี 2557 นี้
นายโทนี่ พิคอน กรรมการผู้จัดการ คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศพม่า กล่าวว่านับตั้งแต่มีการเปิดประเทศทำให้มีนักลงทุนจากทั่วโลกให้ความสนใจเข้ามาลงทุนในพม่ามากขึ้น แต่นักลงทุนเหล่านี้ไม่รู้จักประเทศพม่ามากนัก ไม่ว่าจะเป็นความรู้ในด้านภูมิศาสตร์ เศรษฐกิจ และข้อกฎหมายต่างๆ ส่งผลให้มีความต้องการด้านคำปรึกษาและบริการด้านตัวแทนมากขึ้น
“ปัจจุบันนักลงทุนที่เข้าไปลงทุนในพม่ายังมีอยู่จำนวนน้อย เนื่องจากส่วนใหญ่ยังอยู่ในระหว่างการศึกษาตลาดและความเป็นไปได้อยู่ ซึ่งนักลงทุนที่เข้ามาปรึกษากับทางบริษัทมีทั้งนักลงทุนจากสิงคโปร์ เกาหลี อังกฤษ ส่วนประเทศไทยเองขณะนี้มีอยู่ 2-3 ราย มีทั้งผู้ประกอบการรายใหญ่และรายย่อย” นายพิคอนกล่าว
สำหรับผู้ประกอบการจากประเทศไทยที่เข้าไปทำธุรกิจด้านอสังหาฯ ในพม่าอยู่แล้วในปัจจุบันมีอยู่อย่างน้อย 2 รายด้วยกัน ได้แก่ แอลพี โฮลดิ้ง (LP Holding) ผู้พัฒนาโครงการเซ็นเตอรพอยท์ ทาวเวอร์ส ในกรุงย่างกุ้ง ซึ่งประกอบธุรกิจฟอกหนังในเมืองไทย และเครือโรงแรมชาเทรียม (Chatrium)
ปัจจุบัน ประเทศพม่ามีประชากรประมาณ 60 ล้านคน ซึ่งกลายเป็นเป้าหมายใหม่ของตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคที่กำลังเติบโต นอกจากนี้ยังเป็นประเทศที่มีความอุดมสมบูรณ์ของแร่ธาตุสำคัญ ทั้งน้ำมันและก๊าซสำรอง และภูมิศาสตร์ของพม่านั้น อยู่ในจุดยุทธศาสตร์การเชื่อมต่อระหว่างประเทศจีน อินเดีย และไทย ซึ่งยังมีโอกาสที่ดีสำหรับการลงทุน
อย่างไรก็ดี พม่ายังคงมีสิ่งที่เป็นอุปสรรคในการเติบโตทางธุรกิจ อาทิ ค่าที่ดินในเมืองที่มีราคาแพงโดยเฉพาะในถนนหลัก ในย่างกุ้ง อาทิ ถนนเจดีย์ ถนนพเย และยูนิเวอร์ซิตี้ อเวนิว ที่ราคาที่ดินอยู่ระหว่าง 9,000-10,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 279,600 – 310,650) ต่อตารางเมตร, ค่าเช่าสำนักงานที่มีราคาสูงถึงประมาณ 100 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3,100 บาท) ต่อตารางเมตรต่อเดือน ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่สูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, คุณภาพที่อยู่อาศัยยังไม่ค่อยมีคุณภาพ โดยราคาขายคอนโดฯ ในบริเวณเมืองชั้นใน ณ ตอนนี้ อยู่ที่ประมาณ 2,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อตารางเมตร (ราว 77,000 บาทต่อตารางเมตร) ในขณะที่ข้อกฎหมายปัจจุบัน ยังไม่เอื้ออำนวยต่อผู้ซื้อชาวต่างชาติเท่าที่ควร
“ปัจจุบัน การซื้อขายที่อยู่อาศัยในพม่ายังเป็นในกลุ่มผู้ซื้อที่เป็นชาวพม่ากับผู้ประกอบการพม่าเป็นส่วนใหญ่ และเป็นการซื้อด้วยเงินสด ส่วนโครงการคอนโดมิเนียมที่มีอยู่ในขณะนี้ยังไม่มีโครงการที่เป็นตึกสูง ส่วนใหญ่เป็นเพียงตึกที่สูงเพียง 7-8 ชั้น อย่างไรก็ดี มีแนวโน้มว่าผู้ประกอบการจะพัฒนาโครงการใหม่ๆ ให้มีความหรูหรามากขึ้นเพื่อดึงดูดเศรษฐีชาวพม่ามากขึ้น” นายพิคอนกล่าวเสริม
ภาพ: myanmars.net
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย กาญจนา พาหา บรรณาธิการ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kanchana@ddproperty.com
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ