มั่นคงฯ รับมือตลาดอสังหาฯ ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงทั้งเศรษฐกิจ-การเมือง เดินหน้าโครงการแนวราบ เตรียมปักหมุด 4 โครงการใหม่ปีนี้ พร้อมเริ่มนำระบบก่อสร้างสำเร็จรูปมาใช้ในการสร้างทาวน์โฮม
นายชวน ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) หรือ MK ผู้พัฒนาโครงการ “ชวนชื่น” และ “สิรีนเฮ้าส์” เปิดเผยว่าภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี 2557 นี้มีปัจจัยเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจหลายด้าน ทั้งปัจจัยทางด้านการเมือง ทำให้เกิดการชะลอตัวของการลงทุนจากภาครัฐ รวมถึงการชะลอตัวของการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) รวมไปถึงการบริโภคในประเทศที่เกิดการชะลอตัว สาเหตุมาจากหนี้ภาคครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่อยู่ในระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2554 นอกจากนี้ ตลาดเงินยังเกิดความผันผวนจากแนวโน้มที่ FED ปรับลด QE อย่างไรก็ดี เป็นที่คาดหมายว่าการเติบโตของ GDP ในปีนี้จะอยู่ที่ระดับ 3 – 5% ตัวแปรทั้งหลายเหล่านี้ ส่งผลทำให้การดำเนินธุรกิจในปีนี้มีความเสี่ยงค่อนข้างสูง ทางบริษัทจึงมีการปรับแผนการดำเนินธุรกิจให้มีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์บ้านเมือง และสถานการณ์เศรษฐกิจที่มีความเสี่ยงของประเทศ
นายชวนกล่าวต่อว่าสำหรับเป้าหมายในปีนี้ ภายใต้การตลาดคอนโดมิเนียมที่ค่อนข้างอิ่มตัว และภาวะเศรษฐกิจที่ยังถูกรุมเร้าด้วยปัจจัยลบ บริษัทจึงเน้นไปที่การพัฒนาโครงการแนวราบเป็นหลัก พร้อมตั้งเป้าพัฒนาโครงการใหม่โดยยังคงเดินหน้าบุกทำเลใจกลางเมือง และทำเลศักยภาพจำนวน 4 โครงการ รวมมูลค่าโครงการกว่า 3,200 ล้านบาท เมื่อรวมกับโครงการที่อยู่ระหว่างการขายอีก 15 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 5,100 ล้านบาท ทำให้บริษัทตั้งเป้ารายได้และยอดขายอยู่ที่ 2,800 ล้านบาท
สำหรับโครงการที่จะเปิดใหม่ในปีนี้ ประกอบด้วย โครงการลีออง (Leon) สุขุมวิท 62 ซึ่งพัฒนาเป็นทาวน์โฮม 3 ชั้น จำนวน 58 ยูนิต บนเนื้อที่รวม 6 ไร่ มูลค่าโครงการ 430 ล้านบาท โดยจะเปิดตัวในไตรมาส 1, เฟสใหม่ของโครงการชวนชื่นซิตี้ รามอินทรา ซึ่งเป็นโครงการบ้านเดี่ยวจำนวน 105 ยูนิตตั้งอยู่บนเนื้อที่ 19 ไร่ ระหว่างถนนวัชรพล – คู้บอน มูลค่าโครงการ 445 ล้านบาท โดยเปิดตัวในช่วงไตรมาส 3 ส่วนไตรมาสสุดท้ายของปี จะเปิดอีก 2 โครงการ ได้แก่ เฟสใหม่ของโครงการชวนชื่นโมดัส วิภาวดี ซึ่งจะพัฒนาเป็นทาวน์โฮมและบ้านเดี่ยวจำนวน 246 ยูนิต บนเนื้อที่ 40 ไร่ มูลค่าโครงการ 1,715 ล้านบาท และโครงการบ้านเดี่ยวจำนวน 89 ยูนิตในย่านเอกชัย บนเนื้อที่โครงการรวม 31 ไร่ มูลค่าโครงการ 650 ล้านบาท
ทั้งนี้ สำหรับการก่อสร้างในปีนี้จะเริ่มนำระบบสำเร็จรูป “TUNNEL FORM” มาใช้กับการก่อสร้างทาวน์โฮม เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน รวมถึงค่าแรงงานที่สูงขึ้น และเป็นการลดระยะเวลาในการก่อสร้างให้สั้นลง โดยโครงการนำร่องที่จะนำระบบดังกล่าวมาใช้ได้แก่ ชวนชื่น โมดัส วิภาวดี
“แม้ว่าปี 2557 จะเป็นปีที่ยากลำบากในการดำเนินธุรกิจ ด้วยความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจและการเมือง แต่เมื่อสถานการณ์คลี่คลายไปในทางที่ดี ตลาดก็สามารถพลิกฟื้นสู่ภาวะปกติ ดังตัวอย่างที่เกิดขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ด้วยประสบการณ์และความแข็งแกร่งทางการเงินของบริษัทที่มีภาระหนี้ต่ำ ตลอดจนการมุ่งเน้นในตลาดที่เป็นผู้ซื้อจริง ทำให้บริษัทมั่นใจว่าจะผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปได้ด้วยดี และพร้อมขยายตัวได้ทันทีที่ตลาดส่งสัญญาณการฟื้นตัว” นายชวนกล่าวทิ้งท้าย
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย กาญจนา พาหา บรรณาธิการ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kanchana@ddproperty.com
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ