AECปลุกตลาดค้าปลีกคึกคักทั่วไทย

12 ก.พ. 2557

AEC ทำตลาดรีเทลไทยคึกคัก หลังบรรดาผู้เล่นรายใหญ่เตรียมรับมือกำลังซื้อที่จะเพิ่มขึ้น แข่งกันขยายสาขาในตลาดภูธร โดยเฉพาะเมืองชายแดน
 
จากรายงานสถานการณ์ตลาดค้าปลีกล่าสุดโดยบริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ระบุว่าในช่วงที่ผ่านมาบรรดาผู้ประกอบการรายใหญ่ในตลาดค้าปลีกของไทยต่างพากันให้ความสนใจในการขยายธุรกิจไปยังจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะจังหวัดที่เป็นหัวเมืองธุรกิจและที่มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากเล็งเห็นถึงกำลังซื้อที่จะเพิ่มขึ้นหลังจากที่มีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC ในปี 2558 นั่นเอง
 
สำหรับประเภทของธุรกิจค้าปลีกบรรดาผู้ประกอบการนิยมหรือมีแผนที่จะไปเปิดในทำเลชายแดนหรือหัวเมืองธุรกิจในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมานั้นได้แก่ ช้อปปิ้งมอลล์และร้านค้าปลีกที่ขายสินค้าเฉพาะอย่างหรือที่เรียกว่า “สเปเชียลตี้ สโตร์” 
 
แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ คือหนึ่งในผู้ประกอบการอสังหาฯ รายใหญ่ที่ขยายสาขาร้านอุปกรณ์ตกแต่งและของใช้ในบ้าน ภายใต้แบรนด์ “โฮมโปร” ไปยังเชียงราย และเปิดแบรนด์ “เมก้า โฮม” ในอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เมื่อช่วงปลายปี 2556 ที่ผ่านมา นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะขยายสเปเชียลตี้ สโตร์ทั้งสองแบรนด์ไปยังจังหวัดอื่นๆ โดยเฉพาะหนองคายและชลบุรี ซึ่งเป็นเขตอุตสาหกรรมอีกด้วย 
 
ด้านกลุ่มเซ็นทรัลเองก็มีแผนที่จะขยายสาขาร้าน “ไทวัสดุ” ให้ครบ 100 สาขาในอนาคตอันใกล้นี้ หลังจากที่ในปีที่ผ่านมาร้านไทวัสดุมีสาขาอยู่เกือบ 40 สาขาทั่วประเทศ นอกจากนี้ บริษัทยังได้เปิดสเปเชียล สโตร์แบรนด์ใหม่อย่าง “บ้าน แอนด์ บียอนด์” เพื่อเจาะตลาดต่างจังหวัด โดย 2 สาขานำร่องของแบรนด์ดังกล่าวอยู่ที่ขอนแก่นและเชียงใหม่ 
 
ในส่วนของศูนย์การค้านั้น กลุ่มเซ็นทรัลได้มีการเปิดสาขาใหม่ในจังหวัดชายแดน อาทิ เซ็นทรัล พลาซ่า เชียงราย เมื่อปี 2554 และเซ็นทรัล เฟสติวัล หาดใหญ่ ที่เพิ่งเปิดให้บริการในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมา และยังมีแผนที่จะเปิดศูนย์การค้าในอีกอย่างน้อย 7 แห่งภายในปี 2558 นี้ 
 
ด้านกลุ่มสยามโกลบอลเฮ้าส์เองหลังจากที่ได้เอสซีจีเข้ามาร่วมถือหุ้นเมื่อปี 2555 ก็ได้มีการขยายสาขาของร้าน “โกลบอล เฮ้าส์” ไปในหลายจังหวัด โดยบริษัทมีแผนที่จะขยายสาขาจาก 30 สาขาเป็น 100 สาขาทั่วประเทศใน 2-3 ปีนี้ 
 
ในขณะที่แบรนด์ค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์ชื่อดังอย่าง เอสบี เฟอร์นิเจอร์ก็มีแผนที่จะเปิดสาขาใหม่ในต่างจังหวัดในปีนี้และปีหน้าเช่นกัน หลังจากที่ก่อนหน้านี้แบรนด์ดังกล่าวจะโฟกัสเฉพาะตลาดในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเท่านั้น 
 
ในส่วนของศูนย์การค้านั้น โซนริมแม่น้ำเจ้าพระยาก็กำลังจะมีการแข่งขันที่ดุเดือดขึ้น เมื่อทีซีซีกรุ๊ป ซึ่งเป็นเจ้าของแหล่งช้อปปิ้งชื่อดังอย่าง “เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์” มีแผนที่จะพัฒนาเฟสใหม่ของเอเชียทีคฯ ในฝั่งตรงกันข้ามกับเฟสปัจจุบัน ในขณะที่กลุ่มซีพีได้จับมือกับสยามพิวรรธน์ในการเดินหน้าพัฒนาบิ๊กโปรเจคริมน้ำแห่งใหม่ในชื่อ “แบงค็อก เจ้าพระยา ริเวอร์ฟร้อนท์ ไอ ซิตี้” ซึ่งจะประกอบไปด้วยพื้นที่ค้าปลีก โรงแรม และแหล่งรวมความบันเทิงบนพื้นที่กว่า 400,000 ตารางเมตร โดยจะเปิดให้บริการในปี 2558 
 
เช่นเดียวกับกลุ่มยอดพิมานที่กำลังเดินหน้าปรับโฉมตลาดปากคลองตลาดและสร้างเฮอริเทจ มอลล์ริมน้ำขนาด 14,000 ตารางเมตรในชื่อ “ยอดพิมาน ริเวอร์วอล์ค” ซึ่งมีกำหนดแล้วเสร็จภายในปีนี้ 
 
ด้านเคซี พร็อพเพอร์ตี้ กรุ๊ปเองก็กำลังเดินหน้าพัฒนาศูนย์ค้าส่งแห่งใหม่มูลค่ากว่า 1,000 ล้าน ในชื่อ “สำเพ็ง ท่าดินแดง” ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่ราว 7 ไร่ ตรงข้ามสำเพ็งเก่า ประกอบด้วยอาคารพาณิชย์จำนวน 460 ยูนิต โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงไตรมาส 1 ของปี 2558 
 
นอกจากผู้เล่นรายใหญ่แล้วเป็นที่คาดว่าบรรดาผู้ประกอบการท้องถิ่นก็มีแนวโน้มที่จะได้อานิสงส์จากกำลังซื้อที่จะเพิ่มขึ้นเช่นกัน แม้การแข่งขันกับผู้เล่นรายใหญ่จะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การที่รู้จักพฤติกรรมผู้บริโภคในพื้นที่อาจเป็นข้อได้เปรียบของผู้เล่นรายเล็กเหล่านั้น
 
ภาพ: ยอดพิมาน ริเวอร์วอล์ค หนึ่งในโครงการรีเทลบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2557 นี้ 
 
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย กาญจนา พาหา บรรณาธิการ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kanchana@ddproperty.com   
 
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่  
 
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
เขียนความเห็น