พลัสฯเดินเกมปี57เจาะตลาดคอนโดฯรีเซล

26 ก.พ. 2557

พลัสฯ รุกตลาดคอนโดรีเซล หลังซัพพลายโครงการใหม่ลดลง  เผยโซนสุขุมวิทมีซัพพลายคอนโดฯ พร้อมขายสูง ในขณะที่ย่านพระราม 3 ไม่เหมาะซื้อเพื่อรีเซล  
 
นายภูมิภักดิ์ จุลมณีโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด   ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารและจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา บริษัทมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในปี 2556 ได้เปิดขายโครงการต่างจังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงการบริหารโครงการที่ส่งมอบให้กับลูกค้าโดยมีรายได้รวมทั้งสิ้น 790 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 20% จากปี 2555 มาจากธุรกิจบริหารสินทรัพย์ (ตัวแทนซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาฯ) 55%   ซึ่งในส่วนนี้มีโครงการที่รับบริหารอยู่ทั้งสิ้น 1,800โครงการ และอีก 45% เป็นรายได้จากธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักอาศัยและเพื่อการพาณิชย์ ปัจจุบันมีโครงการที่บริหารทั้งสิ้น 145 โครงการ
 
อย่างไรก็ตาม รายได้ปีนี้จะไม่อยู่ในอัตราการเติบโตเหมือนปีที่ผ่านมาเนื่องจากผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ชะลอแผนการลงทุน เปิดโครงการใหม่ลดลง ตลอดจนยังมีความไม่แน่นอนของอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ (จีดีพี) ที่หลายฝ่ายจะทำการทบทวนอีกครั้งหลังไตรมาสแรก
 
“ในปีนี้ เราจะเน้นการสร้างรายได้ผ่านธุรกิจหลัก 2 ส่วน ได้แก่ ธุรกิจบริหารสินทรัพย์ (ตัวแทนซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาฯ) และบริหารงานขายโครงการ โดยจะมุ่งเน้นการขายไปที่คอนโดมิเนียมสร้างเสร็จพร้อมอยู่ (รีเซล) เนื่องจากผู้ประกอบต่างชะลอการเปิดโครงการ ส่งผลให้ซัพพลายใหม่มีน้อย ผนวกกับซัพพลายเดิมจากโครงการที่ลูกค้าซื้อไว้ลงทุนยังพอมีอยู่ในตลาด จึงนับเป็นโอกาสที่ดีของลูกค้าที่ต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง โดยเฉพาะราคาของคอนโดฯ สร้างเสร็จพร้อมอยู่จะถูกว่าโครงการเปิดใหม่ที่อยู่ระหว่างก่อสร้างราว 30%”
 
นายภูมิศักดิ์กล่าวเพิ่มเติมว่าซัพพลายของคอนโดฯ รีเซลในกรุงเทพฯ ที่มีอยู่สูงนั้นอยู่ในโซนสุขุมวิทซึ่งมีอยู่ราว 3,800 ยูนิต ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงราคา 1-3 ล้านบาทและ 3-5 ล้านบาท  ส่วนโซนพระราม 3 เป็นโซนที่ไม่เหมาะสำหรับการซื้อเพื่อรีเซลเนื่องจากมีดีมานด์ไม่มากเท่าในโซนซีบีดีหรือย่านใจกลางเมืองนั่นเอง 
 
“นอกจากนี้ ในส่วนของการบริหารงานขายนั้น บริษัทจะพิจารณารับบริหารโครงการให้ผู้ประกอบการที่มีฐานะการเงินมั่นคง มีประสบการณ์ในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และพัฒนาโครงการที่สอดคล้องกับผลของการวิจัยสำรวจตลาด ที่สำคัญแผนการก่อสร้างจะต้องผ่านการพิจารณาอนุมัติจากคณะกรรมการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ก่อน เพื่อไม่ให้เกิดโครงการที่สร้างไม่เสร็จตามกำหนดเข้าสู่ระบบ และป้องกันความเสี่ยงของผู้บริโภคไปในตัว”  
 
สำหรับแนวโน้มตลาดอสังหาฯ ในปีนี้ นายภูมิศักดิ์กล่าวว่าจากข้อมูลของฝ่ายวิจัยและพัฒนาของบริษัท คาดว่าหากสถานการณ์ต่างๆ เข้าสู่ภาวะปกติจะส่งผลให้ตลาดเริ่มกลับมามีสัญญาณบวก โดยเฉพาะโครงการคอนโดฯ ใจกลางเมืองตามแนวรถไฟฟ้าที่กำลังอยู่ในความต้องการของกลุ่มผู้บริโภค รวมทั้งบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์บริเวณชานเมืองที่มีพื้นที่ติดถนนใหญ่ซึ่งมีแนวโน้มว่าราคาจะปรับตัวสูงขึ้น  ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มทรงตัวหรือลดลง  ถือเป็นปัจจัยที่ดีต่อภาคธุรกิจ
 
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย กาญจนา พาหา บรรณาธิการ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kanchana@ddproperty.com   
 
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่  
 
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
เขียนความเห็น