ที่ดินใจกลางกทม.แพงขึ้น190%ในรอบ2ปี

3 เม.ย. 2557

ราคาที่ดินย่านใจกลางกรุงเทพฯ โตพุ่งขึ้นกว่า 190% ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้เมืองหลวงของไทยอยู่ในอันดับ 1 ของดัชนีราคาที่ดินในทำเลหลักทั่วเอเชีย  
 
การจัดอันดับดังกล่าวซึ่งทำโดยบริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง ไนท์แฟรงค์จะพิจารณาจากราคาของที่ดินในทำเลใจกลางเมืองที่ใช้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยและโครงการเพื่อการพาณิชย์ใน 13 เมืองใหญ่ทั่วภูมิภาคเอเชียระหว่างเดือนธันวาคม 2554-ธันวาคม 2556 โดยดูจากราคาที่ดินที่ผู้ประกอบการอสังหาฯ จะต้องจ่าย มูลค่าโครงการ ต้นทุนค่าก่อสร้าง กำไรที่จะต้องทำให้ได้ ต้นทุนที่ซื้อมา และภาษีต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
 
นายนิโคลัส ฮอล์ท หัวหน้าแผนกวิจัยประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่านี่เป็นปีแรกของการจัดทำดัชนีราคาที่ดินที่จะกลายเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญสำหรับผู้พัฒนาโครงการอสังหาฯ นักลงทุน นักการเงิน และนักวางแผนทั้งหลาย 
 
“จากข้อมูลที่สำรวจทำให้เราพบว่าราคาที่ดินในประเทศที่กำลังพัฒนาของภูมิภาคเอเชียนั้นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและมีการซื้อขายต่ำ ในขณะที่ในประเทศที่พัฒนาแล้วของภูมิภาคอย่างฮ่องกง สิงคโปร์ และญี่ปุ่น (โตเกียว) ราคาที่ดินสูงมากและมีโอกาสที่จะนำมาพัฒนาใหม่ได้เรื่อยๆ เนื่องจากปริมาณที่ดินในทำเลที่ถือว่าไพรม์จริงๆ นั้นมีจำกัด แต่ต้นทุนในการที่จะครอบครองที่ดินเหล่านี้ได้นั้นสูงมากและในบางกรณีก็มีภาษีที่สูง จนทำให้คนที่จะพัฒนาโครงการในทำเลเหล่านี้จะต้องเน้นสร้างให้โครงการเสร็จเร็วเป็นสำคัญ” 
 
นอกจากนี้ การสำรวจในครั้งนี้ยังพบอีกว่าในช่วง 2 ปีนับจากเดือนธันวาคม 2554 ที่ผ่านมา ดัชนีราคาที่ดินในตลาดอสังหาฯ ใน 24 จาก 26 เมือง (โครงการที่อยู่อาศัย 13 แห่งและอาคารสำนักงาน 13 แห่ง) พุ่งสูงขึ้นเนื่องมาจากราคาที่ดินในทำเลใจกลางเมืองของเมืองเหล่านั้นแพงขึ้น ในขณะที่ปริมาณที่ดินมีจำกัด สวนทางกับความต้องการที่มีอยู่สูงมากนั่นเอง
 
โดยราคาที่ดินในทำเลไพรม์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถือว่ามีราคาพุ่งสูงขึ้นเร็วที่สุด โดยมีกรุงเทพฯ รั้งอันดับ 1 ตามมาด้วยจาการ์ต้า  กัวลาลัมเปอร์  และพนมเปญในอันดับ 2, 3และ 4 ตามลำดับ ส่วนตลาดหลักอย่างฮ่องกง  สิงคโปร์  และโตเกียวนั้นอัตราการเพิ่มขึ้นของราคาเป็นไปอย่างช้าๆ
 
สำหรับแนวโน้มราคาที่ดินในกรุงเทพฯ นั้น รายงานดังกล่าวระบุว่า “โครงการคอนโดมิเนียมใหม่ๆ ในทำเลใจกลางย่านธุรกิจของกรุงเทพฯ จะเปิดตัวน้อยลงเนื่องจากที่ดินสำหรับพัฒนาโครงการฟรีโฮลด์มีอยู่น้อยมาก ดูได้จากจำนวนห้องชุดที่เปิดตัวใหม่ในช่วงระหว่างปี 2555-2556 ที่ลดลงถึง 20%” 
 
“อย่างไรก็ตาม ราคาที่ดินในย่านใจกลางกรุงเทพฯ มีแนวโน้มที่จะสูงกว่า 500,000 บาทต่อตารางเมตรในอีก 2 ปีข้างหน้า ส่งผลให้ผู้พัฒนาอาคารสำนักงานและพื้นที่เพื่อการพาณิชย์ต้องมองหาทำเลใหม่ๆ ในการพัฒนาเพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันในการแย่งที่ดินกับผู้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย”
 
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย กาญจนา พาหา บรรณาธิการ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kanchana@ddproperty.com   

อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่  

 
เขียนความเห็น