ส.นายหน้าอสังหาฯเดินหน้าหามาตรการควบคุมวิชาชีพ

8 เม.ย. 2557

ส.นายหน้าอสังหาฯ เร่งเดินหน้าหามาตรการควบคุมอาชีพนายหน้าฯ หลังภาครัฐยังไม่ออกกฎหมายบังคับอย่างจริงจัง ชี้ปัญหาการเมืองยืดเยื้ออาจทำตลาดอสังหาฯ ทั้งมือหนึ่ง-มือสองซึมยาว 
 
นายแพทย์สมศักดิ์  มุนีพีระกุล   นายกสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไทย เปิดเผยว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาสมาคมฯ มีความพยายามพลักดันพ.ร.บ.นายหน้าอสังหาริมทรัพย์มาโดยตลอด แต่ภาครัฐยังไม่ได้ให้ความสำคัญในเรื่องดังกล่าวเลย จึงต้องหามาตรการต่าง ๆ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและยกระดับวิชาชีพนายหน้าฯ ให้เป็นที่ยอมรับของประชาชน โดยเตรียมจัดระดับและสร้างมาตรฐานการทำงานเพื่อทำให้นายหน้าฯ มีความรู้และความสามารถในการทำงาน ซึ่งจะสามารถสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อและผู้ขายบ้านมือสองนายหน้าได้เป็นอย่างดี  
 
นอกจากนี้ ทางสมาคมฯ ยังได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิตจัดหลักสูตรการเรียนในระดับปริญญาตรีและปริญญาโทสำหรับวิชาชีพนายหน้า เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาวิชาชีพ  
 
“เมื่อเร็วๆ นี้ทางสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพองค์กรมหาชนได้ร่วมลงนามในสัญญากับมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต เพื่อทำการวิจัยเรื่องการจัดระดับมาตรฐานวิชาชีพนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ เพื่อให้เหมาะสมกับความสามารถและประสบการณ์ในการทำงาน สำหรับนำมาใช้กำหนดคุณวุฒิวิชาชีพของนายหน้า คาดว่าภายใน 1 ปีน่าจะสามารถนำมาใช้ได้ โดยทางสมาคมฯ มั่นใจว่าการจัดระดับคุณวุฒิวิชาชีพจะมีผลดีต่อธุรกิจบ้านมือสอง เนื่องจากภาพลักษณ์ของนายหน้าจะมีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น และจะทำให้ลูกค้าทราบว่ากำลังใช้บริการกับนายหน้าที่มีคุณวุฒิวิชาชีพระดับใด ในที่สุดประชาชนจะเป็นผู้เลือกและตัดสินใจได้ง่าย ที่สำคัญจะทำให้ประชาชนหันมาสนใจซื้อ-ขายอสังหาริมทรัพย์ผ่านนายหน้ามากขึ้น เนื่องจากมีความมั่นใจในเรื่องมาตรฐานการให้บริการ” นายแพทย์สมศักดิ์กล่าว
 
สำหรับสาเหตุที่ต้องจัดระดับมาตรฐานดังกล่าว นายแพทย์สมศักดิ์กล่าวว่าอาชีพนายหน้าฯ ของไทยในปัจจุบันยังไม่มีองค์กรมารองรับ การกำหนดระดับมาตรฐานวิชาชีพคือจุดเริ่มต้นไปสู่การมีพ.ร.บ.นายหน้าฯ ออกมาควบคุมการทำงาน เพราะการออกกฎหมายเป็นเรื่องใหญ่ซึ่งต้องใช้เวลาในการผลักดัน เชื่อว่าในอนาคตสามารถนำเอาสาระสำคัญของคุณวุฒิวิชาชีพไปใช้เป็นส่วนหนึ่งในการควบคุมนายหน้าภายใต้ พ.ร.บ.นายหน้าฯ ได้
 
สำหรับแนวโน้มของตลาดอสังหาฯ มือสองนั้น นายกสมาคมนายหน้าฯ ให้ความเห็นว่าขึ้นอยู่กับสถานการณ์ทางการเมืองว่าจะยืดเยื้อแค่ไหน เนื่องจากเป็นปัญหาที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคทั้งบ้านใหม่และบ้านมือสอง หากปัญหานี้ยังไม่จบน่าจะทำให้ตลาดซึมอย่างต่อเนื่อง ทางออกของผู้ประกอบการในขณะนี้คือต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและทำการตลาดให้มากขึ้น  
 
“ที่ผ่านมาลูกค้าที่กำลังจะตัดสินใจได้ชะลอการซื้อออกไปหรือบางรายยกเลิกโดยให้เหตุผลว่ารอดูสถานการณ์บ้านเมือง ส่งผลให้ยอดขายในภาพรวมนั้นลดลงไปประมาณ 20% หากปัญหาการเมืองไม่รุนแรงมากไปกว่านี้รวมทั้งเศรษฐกิจของต่างชาติดีขึ้น น่าจะทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์มือสองดีขึ้น” นายแพทย์สมศักดิ์กล่าวทิ้งท้าย
 
ภาพ via homerie.com  
 
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย กาญจนา พาหา บรรณาธิการ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kanchana@ddproperty.com   

อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่  

 
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ  
เขียนความเห็น