คอมมูนิตี้มอลล์สไตล์อีโคเดินหน้าเปิด23พ.ค.นี้

20 พ.ค. 2557

คอมมูนิตี้มอลล์สไตล์อีโคแห่งแรกบนถนนชัยพฤกษ์เตรียมเปิดให้บริการ 23 พ.ค.นี้ คาดมีคนเข้ามาใช้บริการไม่ต่ำกว่า 10,000 คนต่อวัน 
 
โครงการ “เดอะ คริสตัล พีทีที” เป็นคอมมูนิตี้มอลล์มูลค่าโครงการรวมกว่า 800 ล้านบาทที่พัฒนาภายใต้การร่วมทุนระหว่าง บริษัท เค.อี.แลนด์ จำกัด และบริษัท ปตท.บริหารธุรกิจค้าปลีก จำกัด (PTTRM) ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 15  ไร่ มีพื้นที่ก่อสร้างรวมกว่า 20,000 ตารางเมตร เพื่อเป็นแหล่งช้อปปิ้งแห่งใหม่บนถนนชัยพฤกษ์  โดย PTTRM จะเปิดตัว “จิฟฟี่ พลัส”  ซูเปอร์มาร์เก็ต นำร่องของ PTTRM  ในขณะที่ที่กลุ่มปตท. เตรียมแผนขยายพร้อมสถานีบริการน้ำมันปตท.ทันสมัยที่สุดแห่งแรกของเมืองไทย  
 
นายกวีพันธ์ เอี่ยมสกุลรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เค.อี.แลนด์ จำกัด เปิดเผยว่า โครงการเดอะ คริสตัล พีทีที (ชัยพฤกษ์) พร้อมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม 2557 เป็นต้นไป ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาโครงการร่วมกันระหว่างผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กับวงการธุรกิจพลังงาน จุดเด่นของโครงการอยู่ที่เป็นโครงการแห่งแรกที่บุกทำเลศักยภาพ จุดแข็งอยู่ที่การตอบโจทย์ความต้องการที่ครบ โดยเลือกร้านค้าให้มีความแตกต่างจากคอมมูนิตี้มอลล์ทั่วไป เสริมด้วยการสร้างบรรยากาศที่เน้นความรักษ์โลก รักธรรมชาติ และการอนุรักษ์พลังงาน 
 
“ภายในโครงการดังกล่าวจะมีร้านอาหารชื่อดังกว่า 20 ร้านและหลายแบรนด์ที่จะมาเปิดตัวครั้งแรกที่นี่  อาทิ  ร้านอาหารเกาหลี โคเรียน 92 คลับ (Korean 92 Club) จากเชฟเกาหลีแท้ๆ, ร้านอาหารฝรั่งเศส เลอ ปูแซ็ง (Les  Poussins) โดยเชฟจบจากกอร์ดองเบลอ และร้าน You Pot สูตรต้นตำรับจากไต้หวัน อีกทั้งยังมีร้านค้าและบริการต่างๆ รวมไปถึงสวนสนุกแฟนตาซีของเด็กๆ  ในขณะที่  Jiffy Plus Supermarket จะเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่โดดเด่นด้วยสินค้าคุณภาพระดับพรีเมี่ยม และ The PTT Hi-Tech Greenegy Station สถานีบริการน้ำมันปตท. ที่ทันสมัยที่สุด” 
 
ด้านนายจักรกฤช จารุจินดา กรรมการผู้จัดการ บริษัทปตท.บริหารธุรกิจค้าปลีก จำกัด กล่าวเพิ่มเติมถึงปั๊ม ปตท.-จิฟฟี่ว่าจะเป็นสถานีบริการน้ำมันสีเขียว โดยมีการนำ Solar System ซึ่งเป็นพลังงานสะอาดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาใช้ในโครงการและระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) โดยได้มีการติดตั้งเซลล์แสงอาทิตย์บริเวณบนหลังคาเกาะจ่ายน้ำมันรวมถึงหน้าร้านจิฟฟี่สำหรับผลิตกระแสไฟฟ้าไว้ใช้เองภายในโครงการ เพื่อลดภาระการใช้ไฟฟ้าและเป็นการใช้พลังงานทดแทนที่สะอาดและยั่งยืน เทียบเท่ากับลดการใช้น้ำมันดิบในการผลิตไฟฟ้า 154 บาร์เรลต่อปี ซึ่งเท่ากับเป็นการลดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม เท่ากับได้ช่วยปลูกต้นไม้ใหญ่ถึง 6 ไร่ต่อปี
 
ทั้งนี้ เป็นที่คาดว่าหลังจากที่คอมมูนิตี้แห่งนี้เปิดให้บริการจะมีผู้มาใช้บริการทั้งโครงการและสถานีบริการน้ำมันไม่ต่ำกว่า 10,000 คนต่อวัน สร้างกระแสเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 1,500 ล้านบาทต่อปี
 
 
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย กาญจนา พาหา บรรณาธิการ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kanchana@ddproperty.com   


 
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่  
 
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ  
เขียนความเห็น