พลัสฯมองตลาดชายแดนยังคงคึกคักรับAEC

20 พ.ค. 2557

พลัสฯ เผยคอนโดฯ ราคาไม่เกิน 60,000 บาทต่อตารางเมตรในทำเลแนวการค้าชายแดนอนาคตสดใสรับเปิด AEC ผลสำรวจพบยอดขายบางโครงการถึง 50 ยูนิตต่อเดือนต่อโครงการ
 
นายภูมิภักดิ์ จุลมณีโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่าเมื่อมองในแง่การเติบโต การค้าชายแดนมีบทบาทสําคัญในการส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากประเทศไทยมีความได้เปรียบด้านภูมิศาสตร์ที่เชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยพบว่ามูลค่าการค้าชายแดนของไทยกับประเทศเพื่อนบ้านมีอัตราการเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากประเทศเพื่อนบ้านดำเนินนโยบายเศรษฐกิจและการค้าเสรีมากขึ้น รวมถึงนโยบายของภาครัฐทางด้านพัฒนาเขตนิคมอุตสาหกรรมใหม่เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจไทย และการลงทุนที่มีการเติบโตอย่างเห็นได้ชัด ได้แก่ การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั้งเชิงพาณิชย์  อาทิ พลาซ่า คลังสินค้า อาคารพาณิชย์ และเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย  
 
ปัจจุบัน ประเทศไทยมีจุดการค้าชายแดนประมาณ 89 จุด มีมูลค่าการค้าระหว่างชายแดนไทยกับ 4 ประเทศเพื่อนบ้าน คือ เมียนมาร์ ลาว กัมพูชา และมาเลเซีย คิดเป็นมูลค่ากว่า 9 แสนล้านบาท หรือ 69% ของการค้าระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้านทั้งหมด เติบโตขึ้น 1.51% เมื่อเทียบกับปี 2555 
 
มูลค่าการค้าระหว่างประเทศและการค้าชายแดนไทยกับ 4 ประเทศเพื่อนบ้าน 
 
จากผลสำรวจล่าสุดของฝ่ายวิจัยและพัฒนาของพลัสฯ พบว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ย่านเขตการค้าชายแดนมีการขยายตัวด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียมที่เริ่มเข้ามาช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดที่พักอาศัยในตลาดต่างจังหวัด โดยได้ปัจจัยสนับสนุนทางอ้อมจากพื้นที่ในเขตเศรษฐกิจที่มีการกระจายรายได้สู่ประชาชนในท้องถิ่นจากการค้าขาย ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมการอยู่อาศัยเป็นแบบคนเมืองที่นิยมพักอาศัยในห้องชุดขนาดกระทัดรัดเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย 
 
จากการสำรวจตลาดอสังหาฯ ในปีที่ผ่านมาในพื้นที่เชียงราย พิษณุโลก อุดรธานี และหาดใหญ่ ที่อยู่ในแนวเขตการค้าชายแดน พบการขยายตัวของคอนโดฯ และได้รับผลตอบรับดี ส่วนใหญ่เป็นโครงการใหม่ที่เปิดขายในปี 2555 โดยเฉลี่ยประมาณ 20 ยูนิตต่อเดือนต่อโครงการ หากเป็นของผู้ประกอบการรายใหญ่ ผลตอบรับสูงถึง 40-50 ยูนิตต่อเดือนต่อโครงการ โดยพบว่าผู้ซื้อส่วนใหญ่มาจากประชาชนในท้องถิ่น อาทิ กลุ่มผู้ปกครองนักเรียน นักศึกษา พนักงานของรัฐฯ รวมไปถึงกลุ่มนักลงทุนที่นิยมซื้อเพื่อปล่อยเช่าแบบรายเดือน ซึ่งเป็นอุปทานหนึ่งที่เข้าไปชิงส่วนแบ่งตลาดอพาร์ตเมนต์ในพื้นที่ด้วย จึงอาจทำให้ตลาดคอนโดมิเนียมได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก 
 
อย่างไรก็ตาม การเติบโตของตลาดคอนโดฯ อาจไม่เติบโตไปทุกพื้นที่ในแนวเขตการค้าชายแดน เนื่องจากพื้นที่บางจังหวัดเอื้ออำนวยต่อการพัฒนาอสังหาฯ ในแนวราบมากกว่าแนวสูง และกลุ่มผู้ซื้อส่วนใหญ่ยังนิยมซื้อบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์ เช่น พื้้นที่อุบลราชธานี และกาญจนบุรี เป็นต้น 
 
“การรวมกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2558 นั้น จะมีบทบาทอย่างมากในการผลักดันให้ตลาดอสังหาฯ ขยายตัวทั้งตลาดขายและตลาดเช่า โดยเฉพาะตลาดคอนโดฯ  ราคาไม่เกิน 60,000 บาทต่อตารางเมตร เนื่องจากเป็นราคาที่ไม่สูงมากนัก และมีการตอบรับเป็นอย่างดีจากกลุ่มผู้ซื้อ”
 
“แต่สิ่งที่ต้องคำนึงถึงควบคู่กันคือข้อจำกัดและอุปสรรคต่างๆ ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อการค้าชายแดน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการเมืองภายในประเทศ  ปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และความไม่สงบตามแนวชายแดนที่ทำให้การค้า การลงทุน และการไหลเข้าของกลุ่มดีมานด์ชะลอลงไปก่อให้เกิดความเสี่ยงในการลงทุนที่ภาครัฐและภาคเอกชนจะต้องร่วมมือกันในการส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือและกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถเข้ามาลงทุนอสังหาฯ ในตลาดที่กำลังเติบโตนี้ต่อไปได้” นายภูมิภักดิ์กล่าว

 

ภาพ: ชายแดนไทย-กัมพูชา via rakpangsida.net  

 
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย กาญจนา พาหา บรรณาธิการ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kanchana@ddproperty.com   


 
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่  
 
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ  
 
เขียนความเห็น