ดูโฮม บุกหนักขายสินค้าตกแต่งบ้านครบวงจรผ่านออนไลน์ เผยเตรียมดันธุรกิจโมเดิร์นเทรดค้าปลีก-ค้าส่งเข้าตลาดหุ้นปี’60
นางนาตยา ตั้งมิตรประชา รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ดูโฮม จำกัด เปิดเผยว่า ทางบริษัทอยู่ระหว่างการเตรียมตัวนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) คาดว่าภายในปี 2560 จะเห็นเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งเพื่อเป็นการระดมทุนในการนำมาขยายธุรกิจ รองรับการเติบโตในอนาคต ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 1,000 ล้านบาท
สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2559 ทางบริษัทได้เพิ่มช่องทางการขายผ่านดูโฮมช้อปออนไลน์ โดยใช้งบลงทุนกว่า 200 ล้านบาท ในการพัฒนาระบบเว็บไซต์ www.dohome.co.th เน้นโฆษณา-ประชาสัมพันธ์ การตลาดออนไลน์เต็มรูปแบบ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าบนโลกออนไลน์และตรงกลุ่มเป้าหมายให้มากที่สุด ซึ่งจะมีสินค้าเกี่ยวกับบ้านกว่า 200,000 รายการ แบ่งเป็น 12 หมวดหมู่สินค้า ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้า, เฟอร์นิเจอร์, โคมไฟตกแต่ง, แผนกเกษตรสวน, ฮาร์ดแวร์และเครื่องมือช่างแม่และเด็ก, ห้องครัวและของใช้ในบ้าน, ประดับยนต์, เครื่องเขียน, กีฬา, สัตว์เลี้ยง และอุปกรณ์สำหรับห้องน้ำ มาให้ลูกค้าได้เลือกช้อปกันแบบออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง
โดยไม่ต้องสมัครสมาชิกก็สามารถซื้อสินค้าได้ โดยรูปแบบการชำระเงินมีหลากหลายช่องทาง ได้แก่ การโอนเงินผ่านบัญชี, การจ่ายผ่านบัตรเครดิต และการเก็บเงินปลายทาง ในส่วนของการส่งสินค้า เรามีพันธมิตรในการช่วยส่งสินค้าให้เรา และเราการันตีการส่งสินค้าให้ถึงมือลูกค้าภายใน 3-7 วันทำการ พร้อมรับประกันการคืนสินค้าภายใน 30 วัน หากลูกค้ามีปัญหาหรือข้อสงสัยสามารถโทรสอบถามผ่านคอลเซ็นเตอร์ได้ที่ 1746 ตลอด 24 ชั่วโมง
ด้านนายมารวย ตั้งมิตรประชา กรรมการบริหาร บริษัท ดูโฮม จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันดูโฮมได้ดำเนินธุรกิจเข้าสู่ปีที่ 33 และมีสาขาทั้งหมด 8 สาขาด้วย ได้แก่ สาขาอุบลราชธานี, สาขานครราชสีมา, สาขาขอนแก่น, สาขาอุดรธานี สาขารังสิต คลอง 7, สาขาพระราม 2, สาขาบางบัวทอง และ สาขาเชียงใหม่ โดยตั้งเป้าเปิดปีละ 1 สาขา และใช้งบลงทุนสาขาละ 2,000 ล้านบาท บนที่ดินประมาณ 70 ไร่ขึ้นไป และปัจจุบันทางบริษัทมีที่ดินรองรับไว้เพื่อขยายสาขาเพิ่มแล้ว ได้แก่ บางนา – ตราด ,ชลบุรี ,สุราษฎร์ธานี ,พิษณุโลก ,หาดใหญ่ และวังน้อย ซึ่งจะทยอยเปิดสาขาเพิ่มในปีถัดไป
อย่างไรก็ตาม ในปี 2559 ตั้งเป้ามียอดขาย 20,000 ล้านบาท จากเดิมที่เมื่อต้นปีตั้งเป้าไว้ที่ 22,000 ล้านบาท แต่เนื่องจากมองว่าภาวะเศรษฐกิจยังคงผันผวน และกำลังซื้อของผู้บริโภคลดลงจากปัญหาภัยแล้งทางการเกษตร ทั้งนี้ ทางบริษัทยังได้เพิ่มสัดส่วนของสินค้านำเข้าจากทั่วประเทศจากเดิม 5% ในปีนี้จะเพิ่มสัดส่วนสินค้านำเข้าเป็น 10%
อัพเดทข่าวอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี้
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย สิณีวรรณ เทศปัญ กองบรรณาธิการ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ sineewan@ddproperty.com
