แล้วก็มาถึงภาคสุดท้ายของเปิดสนามฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016 ส่วนจะมีสนามไหนบ้าง เชิญรับชมกันเลยครับ
เมืองนีซ : สนามสต๊าด เดอ นีซ (Stade de Nice) ความจุ 45,000 ที่นั่ง

ภาพ via google.co.th
สนามเหย้าของทีมนีซแห่งนี้ เป็นหนึ่งในสุดยอดความภาคภูมิใจของประเทศฝรั่งเศส เพราะที่นี่คือหนึ่งในสนามที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุดในโลก โดยมีการจัดหาพลังงานเพิ่มเติมจากแผงโซลาเซลล์กว่า 4,000 ตัว และที่น่าทึ่งไปกว่านั้น คือ มีการติดตั้งเครื่องเก็บพลังงานความร้อนใต้พิภพเพื่อให้ความร้อนแก่น้ำฝนที่ถูกเก็บไว้ในอ่างเก็บน้ำ 4 จุด ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการรดน้ำให้กับหญ้าของสนามต่อไป
เมืองแซงต์ เอเตียน : สนามสต๊าด เจฟฟรัว กิชาร์ (Stade Geoffroy-Guichard) ความจุ 42,000 ที่นั่ง

ภาพ via toolito.com
สนามเหย้าของทีมแซงต์ เอเตียน แห่งนี้สร้างเหนืออุโมงค์ใต้ดินที่ในอดีตเป็นเหมืองและโรงงานเหล็ก ทำให้การใช้งานช่วงแรกนั้นมีควันเข้ามารบกวนการแข่งขันในสนามเต็มไปหมด ต่อมาได้ปรับปรุงให้ควันหายไป จนปัจจุบันกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวนิยมเข้ามาสำรวจเรียนรู้การสร้างเหมือง โดยเกียรติประวัติของสนามแห่งนี้คือการใช้เป็นนัดชิงแชมป์สโมสรยุโรปปี 1984 ฟุตบอลโลก 1998 และรักบี้โลก 2007
เมืองตูลูส : สนามสเตเดียม มูนิชิปัล (Stadium Municipal) ความจุ 40,000 ที่นั่ง

ภาพ via google.co.th
สนามสเตเดียม มูนิชิปัล หรืออีกฉายาหนึ่งคือ “มินิ เวมบลีย์” ซึ่งสนามแห่งนี้เคยเกิดความเสียหายอย่างหนักจากการระเบิดของโรงงานผลิตสารเคมีที่ตั้งอยู่ใกล้กับสนามในปี ค.ศ. 2001 ทำให้ต้องใช้เวลาและงบประมาณในการซ่อมแซมจำนวนมากจนสามารถเปิดใช้งานได้ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา และสำหรับคอฟุตบอลที่เดินทางไปเชียร์ทีมที่ตัวเองรักนั้นต้องห้ามพลาดเด็ดขาดกับการเที่ยวเมืองตูลูส เพราะที่นี่เป็นเมืองที่มีความงดงามเป็นอย่างมากและเป็นที่รู้จักในนาม “เล วีลา โรเซ่” หรือเมืองสีชมพู เพราะตึกต่างๆ ถูกสร้างขึ้นด้วยอิฐแดง