รู้หรือไม่ว่าแหวนแต่งงานที่สาวๆ ทุกคนฝันจะได้จากแฟนหนุ่มนั้นมีจุดเริ่มต้นจาก “ชาวอียิปต์” โดยเห็นได้จากหลักฐานภาพวาดทางประวัติศาสตร์ที่แทนความหมายของแหวนด้วยสัญลักษณ์วงกลม ซึ่งหมายถึง “ความนิรันดร์” ที่จะร่วมทุกข์ร่วมสุขกันตราบชั่วฟ้าดินสลาย และที่ต้องเป็นนิ้วนางข้างซ้ายเพราะเชื่อกันว่านิ้วนางมีเส้นเลือดสายใยความสัมพันธ์ที่เชื่อมตรงเข้าสู่หัวใจ…
ส่วนแหวนแต่งงานในยุคแรกๆ นั้นนิยมใช้เถาวัลย์มาถักเป็นแหวนเพื่อมอบให้เป็นของขวัญแก่กันและกัน แต่มีข้อเสียตรงที่ว่าใช้ได้ไม่นานแหวนก็จะหมดสภาพไป ต่อมาจึงได้พัฒนาเป็นเป็นวัสดุที่สวยงามและมีความคงทนมากขึ้น เช่น งาช้าง หนังสัตว์ และโลหะต่างๆ ซึ่งต่อมาในยุคโรมันการสวมแหวนแต่งงานได้รับความนิยมจากคนทั่วไปเพิ่มขึ้นจำนวนมากจึงมีการคิดค้นวัสดุมาทำแหวนแต่งงานให้มีความสวยงามและคงทน เพราะเชื่อกันว่าแหวนแต่งงานที่สวยงามและราบเรียบก็จะทำให้ชีวิตคู่ราบรื่นไปด้วย…
และในที่สุดแหวนแต่งงานก็ได้พัฒนามาจนถึงจุดที่มีทั้งความคงทนและความสวยงามด้วยการนำแร่ที่มีค่าราคาแพงและหรูหราอย่าง “เงิน” หรือ “ทอง” มาทำเป็นตัวแหวนพร้อมประดับด้วยอัญมณีอย่าง “เพชร” หรือ “พลอย” เพื่อให้สวยงามยิ่งขึ้น ซึ่งต่อมาพิธีสวมแหวนแต่งงานได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ “พิธีหมั้น” เพื่อประกาศให้โลกรู้ว่า ผู้หญิงผู้ชายที่สวมแหวนในนิ้วซ้ายข้างซ้ายนั้นมีคู่แล้วและกำลังจะแต่งงานกันในเร็ววัน…
แต่อย่างไรก็ตามแหวนแต่งงานเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการแต่งงานเท่านั้น เพราะสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับชีวิตคู่คือความเข้าใจและความใส่ใจที่มีต่อคู่ของตัวเอง…จริงไหมครับ

