โซนบางใหญ่นับวันมีแต่เติบโตต่อเนื่องตามการขยายตัวของระบบขนส่งมวลชน ระบบสาธารณูปโภค รวมถึงการลงทุนภาครัฐและเอกชน นอกจากนี้ทำเลบางใหญ่กลายเป็นทำเลที่มีศักยภาพยิ่งขึ้นในอนาคต จากนโยบายของภาครัฐในการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ เส้นทางบางใหญ่-กาญจนบุรี และสุพรรณบุรี-ชัยนาท รวมถึง อิเกีย บางใหญ่ ซึ่งอยู่ติดกับเซ็นทรัลเวสเกตส์ ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างซึ่งจะช่วยเสริมให้ทำเลนี้กลายเป็นทำเลที่มีศักยภาพได้ในอนาคตอันใกล้นี้
สำหรับบมจ.มั่นคงฯ พร้อมเดินหน้ารุกตลาดแนวราบ เปิดเฟส2 โครงการ ชวนชื่นทาวน์ แก้วอินทร์-บางใหญ่ เพื่อรองรับตลาดคนรุ่นใหม่ แย้มแผนในไตรมาส 3 เปิด 2 โครงการ บน 2 ทำเลใหม่ ตีมูลค่าโครงการรวมกว่า 890 ล้านบาท
ด้านนางสาวดุษฎี ตันเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) หรือ MK เปิดถึงภาพรวมตลาดย่านนนทบุรีว่า ปัจจุบันตลาดแนวราบ บ้านแฝดราคาไม่เกิน3 ล้านบาทนั้น ยังมีกำลังซื้อสูง โดยดูได้จากการดูดซับของตลาดในย่านนนทบุรีที่กลุ่มทาวน์เฮ้าส์ 3 ล้านบาท ดูดซับได้ 40% บ้านเดี่ยว 3-5 ล้านบาท ดูดซับได้ 44% ส่วนบ้านแฝด ระดับราคา 3-5 ล้านบาท ดูดซับได้ 90% เนื่องจากซัพพลายบ้านแฝดบนทำเลนี้มีน้อย
ดังนั้น ทางบริษัทมองเห็นว่ายังมีโอกาสและมีกำลังซื้ออยู่ โดยเฉพาะระดับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ปัจจุบันได้มีการพัฒนาโครงการแนวราบรวม 3 โครงการ ล่าสุดเตรียมเปิดเฟส 2 โครงการ ชวนชื่น ทาวน์ แก้วอินทร์-บางใหญ่ ทาวน์โฮม ขนาด 4 ห้องนอน พื้นที่ 21.4-33 ตารางวา อีก 46 ยูนิต ราคาขาย 2.89-3.5 ล้านบาท จากทั้งหมด 274ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 860 ล้านบาท ทั้งนี้เฟสแรกที่เปิดขายเมื่อกลางเดือนพ.ค.ที่ผ่านมาขณะนี้มียอดขายแล้วกว่า 70% ส่วนที่เหลืออีก 4 เฟสจะทยอยพัฒนาคาดว่าทั้งโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 2562
สำหรับโครงการปัจจุบันที่อยู่ระหว่างการพัฒนาในย่านนนทบุรี มีทั้งหมด 3 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 1,714 ล้านบาท และกำลังหาซื้อที่ดินบริเวณ ถนน 345 บางใหญ่ ชัยพฤกษ์ เพื่อพัฒนาโครงการเพิ่มโดยจะเน้นกลุ่มทาวน์เฮ้าส์และบ้านแฝด ไซส์ขนาดเล็กเนื้อที่โครงการราว 20-30 ไร่ ระดับราคาประมาณ 2 ล้านบาทเพื่อรองรับกำลังซื้อในย่านนี้โดยเฉพาะ
ด้านกลยุทธ์การขายนั้น ที่ผ่านมาทางบริษัทฯ ทำมาโดยตลอด คือการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ บนทำเลที่มีศักยภาพในราคาที่สามารถจับต้องได้ นอกจากนี้ยังได้รุกตลาดโดยอาศัยกลยุทธ์ด้านออนไลน์เพิ่มขึ้น สร้างเนื้อหาที่เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคให้มีความใกล้ชิดยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีการให้ลูกค้ายื่นขออนุมัติสินเชื่อเบื้องต้น (Pre-approved)เพื่อตรวจสอบความพร้อมของลูกค้าก่อนทำการจอง ช่วยลดความเสี่ยงในการปฏิเสธสินเชื่อจากธนาคารด้วย
สำหรับแผนธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังปี 2560 นั้น บริษัทฯ ยังคงดำเนินตามแผนเดิมที่วางไว้ คือเน้นพัฒนาโครงการแนวราบ ซึ่งบริษัทเปิดอีก 2 โครงการในช่วงไตรมาส 3 มูลค่าโครงการรวม 890 ล้านบาท เพิ่มเติมจากที่เปิดไปแล้ว 3 โครงการ ได้แก่ โครงการชวนชื่นไพร์ม กรุงเทพ ปทุมธานี เป็นโครงการบ้านเดี่ยว 65 ยูนิต พื้นที่ใช้สอย 140-163 ตารางเมตร ระดับราคา 3-4 ล้านบาท ตามแผนจะเปิดขายในเดือน ก.ค.นี้ ทั้งนี้โครงการดังกล่าวอยู่ใกล้สนามกอล์ฟชวนชื่น ซึ่งบริษัทยังมีที่ดินบริเวณนี้อีก 200 ไร่ รองรับการพัฒนาในอนาคต และโครงการชวนชื่น พาร์ค อ่อนนุช-วงแหวนฯ บ้านแฝด 126 ยูนิต พื้นที่ใช้สอย140 ตร.ม. ราคาเริ่ม 4 ล้านบาทปลายๆ เตรียมเปิดขายอย่างเป็นทางการในช่วงเดือน ก.ย.นี้
อย่างไรก็ดีภาพรวมธุรกิจแนวราบของบริษัทในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้พบว่า ไตรมาสแรกกำลังซื้อเริ่มกลับ ปัจจุบันมียอดโอนกรรมสิทธิ์ 581 ล้านบาทและมียอดขาย 580 ล้านบาท จากเป้าหมายรายได้รวมที่ 4,000 ล้านบาท
อัพเดท ข่าวอสังหาริมทรัพย์ สดใหม่ทุกวัน พร้อมส่งตรงถึงอีเมล์ของคุณฟรี สมัครได้ที่นี่ หรือหากคุณกำลังมองหาบ้านคอนโด ก็สามารถเลือกชม โครงการใหม่ พร้อม รีวิวโครงการคอนโดใหม่ บ้านใหม่ หลากหลายทำเลและราคาได้เช่นกัน


