แม้ว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจะเป็นช่วงเวลาทองของสินค้าสำหรับคนรวยอย่างคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักชัวรี ราคาตั้งแต่ 3 แสนบาท/ตารางเมตร เนื่องจากผู้บริโภคระดับกลางและล่างได้รับผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจชะลอตัว และหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง แต่ก็ใช่ว่าตลาดจะไปได้ตลอด เพราะคนที่จะซื้อสินค้ากลุ่มนี้มีจำนวนไม่มากนัก ทำให้ปัจจุบันสินค้าระดับซูเปอร์ลักชัวรีก็เริ่มส่อเค้าที่จะชะลอตัวเช่นกัน โดยจากข้อมูลของฝ่ายวิจัย คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย พบว่า ช่วง 7 เดือนที่ผ่านมาของปี 2560 ยอดขายคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักชัวรีชะลอตัว ทำให้ผู้ประกอบการเริ่มชะลอการเปิดโครงการใหม่ โดยในกรุงเทพฯ ยังเหลือหน่วยขาย 3,625 หน่วย
คอนโดฯ หรู 3,625 หน่วย ส่วนใหญ่อยู่ใจกลางเมือง
คอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักชัวรีเปิดขายมากขึ้นตั้งแต่ปี 2558 เนื่องจากช่วงปี 2557 ตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ ได้รับผลกระทบกระทบจากปัญหาการเมืองภายในประเทศ อีกทั้งปัญหาเรื่องของหนี้ครัวเรือนที่เริ่มมีผลกระทบต่อผู้ซื้อระดับกลางลงไปซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักในตลาดคอนโดมิเนียม ส่งผลต่อเนื่องไปถึงยอดขายของผู้ประกอบการทุกราย ผู้ประกอบการหลายรายจึงเริ่มหาตลาดใหม่ที่ผู้ซื้อยังมีกำลังซื้ออยู่ โดยเปิดขายโครงการคอนโดมิเนียมที่มีราคามากกว่า 3 แสนบาท/ตารางเมตร ในโซนที่ที่ดินที่มีราคาสูง ซึ่งส่วนใหญ่มักอยู่ในทำเลเมืองชั้นในหรือว่าทำเลที่มีความพิเศษ เช่น ริมแม่น้ำเจ้าพระยา
ปัจจุบันคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักชัวรีในกรุงเทพฯ มีประมาณ 3,625 ยูนิต ประมาณ 50% กระจุกตัวในโซนสุขุมวิท ตั้งแต่ช่วงแยกอโศกไปถึงทองหล่อ รองลงมาคือ โซนรอบสวนลุมพินี ส่วนโซนริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีโครงการเปิดไม่มากเนื่องจากมีที่ดินจำกัด และห่างจากรถไฟฟ้า
โครงการเปิดใหม่ชะลอตัว ปีนี้คาดมี 1-2 โครงการ
จำนวนโครงการใหม่เริ่มลดลงในปี 2559 ต่อเนื่องมาถึงช่วง 7 เดือนแรกของปี 2560 มีการเปิดตัวโครงการใหม่เพียง 1-2 โครงการ ได้แก่ ดิ เอส แอท สิงห์ คอมเพล็กซ์ ของบริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) และ 98 ไวร์เลส ของบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ส่วนโครงการอื่นจะเป็นโครงการที่เปิดตัวปลายปี 2559 แต่มาทำการตลาดและขายอย่างจริงจังในปีนี้ เช่น โครงการ 28 ชิดลม, เดอะ แบงค็อก ทองหล่อ
สาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้การเปิดโครงการใหม่น้อยลง เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ประกอบกับกำลังซื้อในกลุ่มนี้มีจำกัด สำหรับในครึ่งหลังของปี 2560 นี้คาดว่าจะมีคอนโดมิเนียมหรูเปิดตัวไม่มากนักประมาณ 1 โครงการ คือ โครงการบันยัน ทรี เรสซิเดนซ์ ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ ของบริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับบันยันทรีกรุ๊ป

โครงการคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักชัวรี โซนริมแม่น้ำเจ้าพระยาได้รับความสนใจจากผู้ซื้อน้อยกว่าโซนอื่น เนื่องจากเป็นโครงการที่ขายแบบสิทธิการเช่าระยะยาว (Leasehold)
ยอดขาย 65% คนไทยมีจำกัด ดึงต่างชาติช่วยซื้อ
อัตราการขายคอนโดมิเนียมในระดับซูเปอร์ลักชัวรีเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 65% สะท้อนให้เห็นว่าโครงการระดับนี้ยังมีผู้ซื้อให้ความสนใจ แต่ต้องไม่ลืมว่ากลุ่มผู้ซื้อโครงการระดับนี้มีจำนวนไม่มากนัก โดยอัตราการขายเฉลี่ยในโซนเมืองชั้นในตามแนว ถ.สุขุมวิท และรอบสวนลุมพินี ค่อนข้างสูง ส่วนโซนริมแม่น้ำเจ้าพระยาได้รับความสนใจน้อยกว่าเนื่องจากเป็นโครงการที่ขายแบบสิทธิการเช่าระยะยาว (Leasehold)
กลุ่มผู้ซื้อโครงการคอนโดมิเนียมในระดับนี้ส่วนใหญ่ยังเป็นคนไทยในสัดส่วนที่มากกว่าชาวต่างชาติ แต่กลุ่มผู้ซื้อคนไทยที่มีความสามารถในการซื้อโครงการระดับนี้นั้นมีอยู่จำกัดโดยเฉพาะในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวอย่างในปัจจุบัน ผู้ประกอบการทุกรายจึงจำเป็นต้องเปิดขายให้กับชาวต่างชาติด้วยเพื่อเข้ามาเติมเต็มในส่วนที่กำลังซื้อชาวไทยมีไม่เพียงพอ โดยสัดส่วนของผู้ซื้อชาวต่างชาติอยู่ที่ไม่เกิน 20% ของจำนวนผู้ซื้อทั้งหมด
คาดราคาคอนโดฯ หรู ถูกแช่แข็งอีก 2 ปี
ด้านนายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทย มองว่า ราคาคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักชัวรี จะไม่ขยับขึ้นราคาอย่างน้อย 2 ปี เนื่องจากจะเกินกำลังซื้อของผู้บริโภค ทำให้ผู้ซื้อส่วนหนึ่งที่เป็นกลุ่มนักลงทุนลังเลที่จะซื้อโครงการ เพราะมองไม่เห็นส่วนต่างของราคาปัจจุบันกับอนาคต จึงทำให้เกิดการชะลอตัวของยอดขายในโครงการต่าง ๆ
อย่างไรก็ตาม ในครึ่งปีแรกของปี 2560 ตลาดรวมอสังหาริมทรัพย์กรุงเทพฯ เติบโตในเชิงมูลค่า 16% จำนวนยูนิตเติบโต 8% ตลาดรวมที่ราคาเกิน 10 ล้านบาท เติบโตถึง 56% สะท้อนให้เห็นว่าตลาดบน หรือตลาดของคนรวย ยังช่วยผลักดันให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์รวมเติบโตได้ถึง 16% แต่เป็นการเติบโตกระจุกตัวอยู่กับผู้ประกอบการรายใหญ่เพียงไม่กี่ราย
อัพเดท ข่าวอสังหาริมทรัพย์ สดใหม่ทุกวัน พร้อมส่งตรงถึงอีเมล์ของคุณฟรี สมัครได้ที่นี่ หรือหากคุณกำลังมองหาบ้าน คอนโด ก็สามารถเลือกชม โครงการใหม่ พร้อม รีวิวโครงการคอนโดใหม่ บ้านใหม่ หลากหลายทำเลและราคาได้เช่นกัน