ก่อนหน้านี้การทำการตลาดของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ จะมีจุดขายหลักที่ “ทำเล” และ “ความสะดวกในการเดินทาง” ทว่าในปัจจุบันการแข่งขันของตลาดอสังหาริมทรัพย์มีมากยิ่งขึ้น ในบางทำเลมีโครงการอยู่ติดกันจำนวนมาก และส่วนใหญ่ก็มักจะอยู่ใกล้รถไฟฟ้าหรือถนนใหญ่ ทำให้มีตัวเลือกมากยากต่อการตัดสินใจซื้อ ผนวกกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป การมองหาที่อยู่อาศัยจึงไม่ได้มีหัวใจสำคัญเพียงแค่เรื่องการมองหาทำเลที่ดี และการเดินทางที่สะดวกอีกต่อไป แต่ยังมีปัจจัยอื่น ๆ เข้ามามีบทบาทต่อการตัดสินใจ
โครงการที่จะได้รับเลือกจึงต้องสามารถตอบโจทย์ผู้ซื้อได้จริงเท่านั้น ดังนั้นผู้ประกอบการแต่ละราย จึงต้องมีการใช้จุดขายเพื่อดึงดูดผู้ซื้อ และสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งที่มีอยู่ในตลาดอย่างหลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น
1.คอนเซ็ปต์โครงการ
ต้องมีจุดขายที่ชัดเจน จะขายคนวัยทำงานที่ชอบเดินทางสะดวก รักการปาร์ตี้ ชอบความสงบ หรือขายครอบครัวขนาดเล็กขนาดใหญ่ หรือจะเน้นจุดขายที่ความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตน้อย ๆ เป็นโครงการที่เน้นเกาะแนวรถไฟฟ้า ต้องสร้างเป็นจุดขายให้ชัดเจน เพื่อให้ผู้ซื้อรับรู้ได้ว่าแบรนด์ไหนจะเป็นตัวเลือกที่ตรงใจและเหมาะกับการอยู่อาศัย >> ค้นหาโครงการติดรถไฟฟ้าบีทีเอสและโครงการที่ติดรถไฟฟ้าใต้ดิน
2.ราคา และ โปรโมชัน
สำหรับราคาคือจุดขายแต่เดิมของอสังหาริมทรัพย์ ที่ยังได้ผลดี ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดราคาให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย เป็นราคาที่เมื่อเปรียบเทียบกับที่อยู่อาศัยอื่น ๆ โดยรอบกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่ได้แล้วให้ความคุ้มในระดับที่ใกล้เคียงหรือเท่ากัน รวมถึงเรื่องของการมีโปรโมชันที่น่าสนใจ เช่น จองก่อนจะได้ราคาที่ถูกกว่า มีเงินดาวน์ที่ต่ำกว่า ฟรีค่าส่วนกลางจำนวนกี่ปี หรือให้อยู่ฟรีก่อนกี่ปีจึงจะเริ่มผ่อนจ่าย ก็เป็นกลยุทธ์ที่จะช่วยทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น
3.รูปแบบการดีไซน์และพื้นที่ใช้สอย
ในภาวะที่การแข่งขันของตลาดอสังหาริมทรัพย์ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ รูปแบบการดีไซน์และพื้นที่ใช้สอย ก็เป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างความแตกต่างทางการตลาดให้มากขึ้น เช่น บ้านสไตล์ลอฟท์ สไตล์รีสอร์ต หรือสไตล์สถาปัตยกรรมที่มีความโดดเด่น ขณะเดียวกันก็ให้ประโยชน์ใช้สอยได้อย่างเต็มที่
4.สิ่งอำนวยความสะดวก
เช่น ล็อบบี้ ลิฟต์ ห้องออกกำลังกาย สวนหย่อม พื้นที่จอดรถ ระบบรักษาความปลอดภัย ต้องมีรองรับอย่างเพียงพอสำหรับการอยู่อาศัย และต้องเป็นไปตามเงื่อนไขการขายหรือที่มีการโฆษณาไว้
5.นวัตกรรมการอยู่อาศัย
นอกจากจะมีเพื่อสร้างความโดดเด่นและเสริมเอกลักษณ์ให้แก่ตัวโครงการแล้ว ยังจะต้องตอบโจทย์ได้กับทุกไลฟ์สไตล์ของคนเมือง รวมถึงต้องสามารถใช้งานได้ง่ายและปลอดภัยสำหรับผู้อยู่อาศัยทุกเพศทุกวัยด้วย
6.ชุมชนหรือสังคมแวดล้อม
อีกจุดขายที่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์นำมาใช้สำหรับการขายโครงการ เพื่อให้เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ผู้ซื้อสามารถนำไปประกอบการตัดสินใจได้ว่าเมื่อเข้ามาอยู่อาศัยแล้วจะเจอเพื่อนบ้านแบบไหน สิ่งแวดล้อมจะเป็นอย่างไร
7.ผลตอบแทน
นับเป็นอีกหนึ่งจุดขายที่น่าสนใจเนื่องจากผู้ซื้อมีกลุ่มที่เป็นนักลงทุนด้วย การนำเสนอผลตอบแทนที่จะได้รับจากการปล่อยเช่า สามารถดึงดูดใจผู้ซื้อได้มากเช่นกัน
บทความที่คุณอาจสนใจ
- ซื้อคอนโดเพื่อปล่อยเช่า-อย่าลืมประเมินค่าเช่าให้มากกว่าเงินผ่อนและดอกเบี้ย
- ส่องดัชนีราคาอสังหาฯ ในกรุงเทพล่าสุด
สำหรับผู้ที่อยากมีที่อยู่เป็นของตัวเองที่กำลังมองหาโครงการที่ใช่ โครงการ “เอสทีค ทองหล่อ” (AESTIQ Thonglor) คอนโดมิเนียมหรูดีไซน์โดดเด่นภายใต้คอนเซ็ปต์ “A Reflection of you” โครงการใหม่ล่าสุดของ บริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ที่ปัจจุบันได้รับผลตอบรับดีเกินคาด กวาดยอดขายไปแล้วถึง 50% บนทำเลทองหล่อ มีห้องชุดให้เลือก 4 แบบ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เป็นตัวเลือกที่ดีที่จะตอบโจทย์ลูกค้าที่ชื่นชอบ Lifestyle การใช้ชีวิตสนุกสนานในแบบคนทองหล่อ แต่ก็ยังคงต้องการความสะดวกสบายและเป็นส่วนตัวเมื่อเข้าสู่ที่พักอาศัยได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังตอบโจทย์ความคุ้มค่าได้ครบทั้งการอยู่อาศัยและการลงทุน ทั้งนี้ โครงการเปิดราคาขายเริ่มต้นที่ 269,000 บาทต่อตร.ม. หรือราคาเริ่มต้นที่ 8.99 ล้านบาทต่อยูนิต โดยคาดจะแล้วเสร็จไตรมาส 4 ปี 2564 สำหรับผู้ที่สนใจสามารถคลิกดูข้อมูลเพิ่มเติมและลงทะเบียนได้ที่ www.aestiq.com
หากคุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องบ้าน สามารถเข้าไปค้นหาคำตอบได้ที่ เว็บบอร์ด Askguru ที่จะช่วยตอบทุกคำถาม ในขณะเดียวกันสำหรับคนที่สนใจจะซื้อหรือเช่า เรายังมี ทำเลที่น่าสนใจอีกมากมายใน AreaInsider และมีโครงการบ้าน-คอนโดฯ ให้คุณค้นหา





