การเช็กพอร์ตลงทุนเปรียบเสมือนการตรวจสุขภาพประจำ ควรหมั่นตรวสอบอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งวันนี้เรามีคำแนะนำในการตรวจสอบด้วย 3 หลักการง่าย ๆ มาฝาก
คุณเคยถอนฟันไหม? ไม่นานมานี้ผู้เขียนเพิ่งผ่านประสบการณ์ถอนฟันแบบไม่ทันได้ตั้งตัว เหตุอันเนื่องมาจากปวดฟันมากจนกระทั่งทนไม่ได้ ต้องไปขอให้คุณหมอช่วยดูว่าเกิดอะไรขึ้น ทั้ง ๆ ที่เพิ่งไปตรวจสุขภาพฟันมาในปีเดียวกัน คุณหมอใช้เวลาตรวจดูไม่นาน ก็พบผู้ต้องสงสัยเป็นฟันคุดด้านล่างซี่ในสุด แม้จากสภาพภายนอกอาจจะดูเหมือนไม่มีอะไรก็ตาม โดยให้ทางเลือกในการแก้ปัญหาเพียงแค่สองทาง คือ
- กำจัดฟันซี่นี้ออกไปเสีย
- หรือไม่ก็ต้องยอมรับประทานยาแก้ปวดบรรเทาอาการไปเรื่อย ๆ
เช่นกันกับตอนกำจัด คุณหมอใช้เวลาถอนไม่นาน ก็เป็นอันเรียบร้อย…ลาก่อน ฟันจ๋า ระหว่างร่ำลากับฟันคุดที่อยู่ด้วยกันมานาน คุณหมอชวนคุยให้คลายกังวลว่า ฟันคุดซี่นี้ไม่มีคู่สบด้านบน เก็บไว้เนื้อฟันก็จะยาวขึ้นเรื่อย ๆ ทำความสะอาดก็จะยิ่งลำบาก วันนี้ถอนออกไปอาจเจ็บหน่อย แต่เดี๋ยวไม่นานก็หาย
ไม่กี่วันถัดมา ผู้เขียนกลับมาเช็กสถานะการลงทุนของตัวเอง เพื่อดูอีกครั้งให้มั่นใจว่าปีที่ผ่านมาได้ลงทุนครบตามที่ตั้งใจไว้หรือไม่ สิ่งที่ลงทุนไปแล้ว มีผลงานเป็นอย่างไรบ้าง เห็นการลงทุนบางตัวมีสีแดง ๆ เลยชวนให้นึกถึงตอนคุณหมอกำจัดฟันคุดซี่ที่มีปัญหาออกไป
ทบทวนคำที่คุณหมอบอกไว้ว่า ฟันซี่นี้เป็นซี่ที่มีปัญหา อุดก็ไม่ไหวแล้ว ถอนไปเลยจะดีกว่า การลงทุนก็ไม่ต่างกัน ถ้าบางตัวผลการดำเนินงานไม่ดี เราอาจต้องมาทบทวนว่าควรเก็บไว้ต่อหรือไม่ หรือควรขายออกแล้วหาตัวใหม่เข้ามาแทน ช่วงต้นปีแบบนี้ เลยอยากชวนทุกท่านลองมาเช็กสถานะและทบทวนพอร์ตการลงทุนของตัวเองกันเสียหน่อย ว่ายังดีอยู่ไหม หรือต้องปรับเปลี่ยนอะไรหรือเปล่า ด้วยหลักการง่าย ๆ 3 ข้อ
ข้อแรก – ลงทุนแล้ว อย่าถือลืม เข้ามาเช็กผลการดำเนินงานกันบ้าง
หลายครั้งที่เราพบว่า คนส่วนใหญ่ลงทุนอะไรไปแล้ว มักไม่ค่อยกลับมาติดตามผลการดำเนินงาน ช่วงไหนใครว่าอะไรดี ก็ซื้อเก็บ ๆ ไว้ จนบางครั้งก็ลืมไปเลยว่าเคยซื้ออะไรไว้บ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับท่านที่มีพอร์ตการลงทุนระยะยาวอย่างพอร์ตเก็บเงินเกษียณ K-Expert แนะนำให้คุณกลับมาทบทวนผลการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ ทุก 6 เดือน หรืออย่างน้อยปีละครั้ง
ข้อที่สอง – อะไรไม่ดี ต้องกำจัดออก
เคยได้ยินคำถามว่า ทำไมพอร์ตเราติดดอย กันบ้างไหม? เพื่อตอบคำถามนี้ อยากชวนถามก่อนว่า ถ้าของที่เราลงทุนมีกำไร คุณทำอย่างไร? หลายครั้งที่นักลงทุนมักจะคันไม้คันมือเห็นของที่เราลงทุนไป มีกำไร ก็จะรีบขายทำกำไรออกมา ในทางกลับกัน อะไรขาดทุน เราจะบอกตัวเองว่ารอก่อน อีกเดี๋ยวมันคงดีขึ้น เมื่อไหร่ที่ยังไม่ขาย ก็ถือว่ายังไม่ขาดทุน แต่เมื่อรอไปรอมา กลับพบว่าขาดทุนมากขึ้นเรื่อย ๆ จนสุดท้ายก็เข้าทำนอง “พอร์ตนี้สีแดง” เพราะกลายเป็นเราเก็บแต่ตัวที่ขาดทุนไว้
หลังจากข้อแรกที่เราชวนคุณเช็กผลการดำเนินงานของสินทรัพย์ลงทุนต่าง ๆ แล้ว ถ้าพบว่าผลการดำเนินงานต่ำกว่าค่าเฉลี่ย หรือกรณีกองทุนรวมมีผลการดำเนินงานตกมาอยู่ใน Percentile ที่ต่ำกว่า 50 ติดต่อกันในช่วงเวลาหนึ่ง อาจถึงเวลาต้องถามตัวเองว่า มันเกิดอะไรขึ้น ถึงเวลาที่ควรตัดใจขายออกแล้วหรือยัง
สำหรับข้อนี้ นักลงทุนหุ้นอาจคุ้นเคยกับคำว่า Cut Loss หรือการตั้งจุดขายเมื่อราคาต่ำกว่าระดับที่ตั้งกติกาในใจไว้ ซึ่งสามารถนำมาปรับใช้กับการลงทุนในกองทุนรวมได้เช่นกัน
ข้อที่สาม – ปรับสัดส่วนให้กลับมาสมดุล
ถ้ามีเป้าหมายเก็บเงินระยะยาว ควรลงทุนแบบจัดพอร์ตตามระดับความเสี่ยงที่รับได้ ซึ่งก็คือ การลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ ตามสัดส่วนที่เหมาะกับตัวเอง เช่น ถ้ารับความเสี่ยงได้สูง อาจมีหุ้นมากหน่อย แต่ถ้ารับความเสี่ยงได้น้อย ก็ถือหุ้นน้อยลงมา เป็นต้น
ในแต่ละปีที่กลับมาทบทวน หากพบว่า ปีนั้นราคาหุ้นขึ้นสูงจนทำให้สัดส่วนการลงทุนในหุ้นของเราสูงเกินว่าเปอร์เซ็นต์ที่กำหนดไว้ เราก็ควรปรับลดการถือหุ้นลงมาด้วยการขายออกบางส่วน แล้วนำเงินกำไรกลับไปเติมในสินทรัพย์อื่นแทน เพื่อให้สัดส่วนของสินทรัพย์ทุกประเภทกลับมาอยู่ในระดับเดิม
การทำแบบนี้ เราเรียกว่าเป็นการ “Rebalance” พอร์ตการลงทุนนั่นเอง ซึ่งจะช่วยให้จดจ่ออยู่กับสัดส่วนการลงทุนที่เหมาะสม โดยมองผลการดำเนินงานรวมของทั้งพอร์ตให้เป็นไปอย่างที่ควรเป็น มากกว่ากำไรขาดทุนของสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่ง ข้อดีคือ เหมือนเป็นการขายทำกำไรเมื่อราคาสินทรัพย์นั้น ๆ ปรับขึ้น แล้วนำเงินกลับไปเติมในอีกสินทรัพย์ที่ราคาปรับลดลงมา
ทั้งหมดนี้ อยากฝากให้ทุกท่านได้ลองกลับมาทบทวนความแข็งแรงของพอร์ตการลงทุนกันตั้งแต่ต้นปี เพื่อที่จะได้หากลยุทธ์ให้เหมาะสมสำหรับเริ่มต้นปีต่อไป
เพิ่มเติมความรู้ คู่มือซื้อ ขาย เช่าบ้าน-คอนโดฯ พร้อมส่งตรงถึงอีเมล์ของคุณฟรี สมัครได้ที่นี่ และสามารถเลือกชม โครงการใหม่ พร้อม รีวิวโครงการคอนโดใหม่ บ้านใหม่ หลากหลายทำเลและราคาได้เช่นกัน
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย บุษยพรรณ วัชรนาคา CFP® K-Expert ฝ่ายวางแผนและให้คำปรึกษาลูกค้าบุคคล ธนาคารกสิกรไทย หากมีข้อสงสัยหรือต้องการปรึกษาวางแผนเพิ่มเติม สามารถปรึกษากับ K-Expert ธนาคารกสิกรไทย ได้ที่ K-Expert@kasikornbank.com


