รู้ไหม ? ถ้าบ้านที่กำลังผ่อนอยู่โดนน้ำท่วม เราสามารถขอพักชำระหนี้ได้ หลายคนต้องรับภาระสองต่อพร้อมกัน ทั้งค่าซ่อมบ้านที่เสียหาย และค่างวดบ้านที่ยังต้องจ่ายทุกเดือน แต่ไม่ใช่ทุกคนที่รู้ว่าธนาคารมีมาตรการช่วยเหลืออยู่
ปี 2569 นี้ ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งออกมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบอุทกภัย ทั้งพักชำระหนี้ ลดค่างวด ลดดอกเบี้ย และปล่อยสินเชื่อใหม่สำหรับซ่อมบ้าน บทความนี้สรุป มาตรการช่วยลูกหนี้สินเชื่อบ้าน น้ำท่วม จากธนาคาร 3 ข้อหลักที่ควรรู้ พร้อมช่องทางติดต่อ เพื่อให้คุณขอความช่วยเหลือได้ทันเวลา
1. พักชำระหนี้ / ลดค่างวดสินเชื่อบ้าน
เริ่มที่มาตรการแรก หลายธนาคารให้ "พักชำระเงินต้น" สูงสุด 3 เดือน ช่วงนี้จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย หรือบางแห่งลดยอดผ่อนรายเดือนลง ช่วยให้มีเงินเหลือไปใช้ฟื้นฟูบ้านในช่วงแรกที่จำเป็นที่สุด
ตัวอย่างมาตรการของธนาคาร
- ธนาคารกสิกรไทย : ลูกค้าสินเชื่อบ้านพักชำระเงินต้นได้สูงสุด 3 เดือน โดยจ่ายเฉพาะดอกเบี้ย และติดต่อขอความช่วยเหลือได้ถึง 31 ธันวาคม 2569 ลูกค้าบุคคลติดต่อได้ที่ K-Contact Center 02-8888888
- ธนาคารกรุงเทพ : มีทั้งลดค่างวด พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย และลดดอกเบี้ยสำหรับสินเชื่อที่อยู่อาศัย โดยแจ้งความประสงค์ได้ภายใน 30 ธันวาคม 2569 ที่สาขา
- ธนาคารกรุงไทย : ลดค่างวดและลดดอกเบี้ยให้ลูกค้าสินเชื่อบ้านปัจจุบัน
- ธนาคารไทยเครดิต : พักชำระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยสูงสุด 2 เดือน ลูกค้าในกรุงเทพฯ และปริมณฑลสมัครได้ถึง 7 พฤศจิกายน 2569 ส่วนพื้นที่อื่นภายใน 45 วันนับจากวันที่ได้รับผลกระทบ
- ธนาคารไทยพาณิชย์ : ลูกค้าสินเชื่อบ้านพักชำระเงินต้นได้สูงสุด 3 เดือน โดยจ่ายเฉพาะดอกเบี้ย ติดต่อได้ที่สาขาหรือโทร 02-777-7777 กด 99 ถึง 31 ธันวาคม 2569
- ธนาคารทหารไทยธนชาติ : มาตรการ "ตั้งหลัก" พักชำระเงินต้น 3 เดือน (จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย) ลงทะเบียนได้ถึง 31 ธันวาคม 2569 ผ่านแอป ttb touch โทร 1428 กด 99 หรือสาขา
- ธนาคารกรุงศรีอยุธยา : เลือกได้ระหว่างลดค่างวด หรือพักชำระเงินต้น เข้าร่วมได้ถึง 31 ธันวาคม 2569 ที่สาขาหรือโทร 1572
ทั้งนี้ ควรสอบถามเงื่อนไขกับธนาคารที่ผ่อนอยู่โดยตรงอีกครั้ง
2. กู้เพิ่มเพื่อซ่อมบ้าน ดอกเบี้ย 0% ช่วงแรก
ข้อที่สอง ถ้าบ้านเสียหายต้องซ่อม หลายธนาคารมีสินเชื่อ "กู้เพิ่มเพื่อซ่อมบ้าน" ดอกเบี้ย 0% ช่วงแรก และบางแห่งยังฟรีค่าประเมินหลักประกันด้วย ทำให้ได้เงินก้อนมาซ่อมบ้านโดยไม่เพิ่มภาระหนักในช่วงที่กำลังฟื้นตัว
ตัวอย่างมาตรการของธนาคาร
- ธนาคารกสิกรไทย : ลูกค้าสินเชื่อบ้านกู้เพิ่มเพื่อซ่อมแซมได้ ดอกเบี้ย 0% นาน 3 เดือน และฟรีค่าประเมินหลักประกัน
- ธนาคารกรุงไทย : ให้อัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับสินเชื่อบ้าน Top up และสินเชื่อบ้านแลกเงิน เพื่อซ่อมบ้าน
- ธนาคารกรุงเทพ : มีสินเชื่อเสริมสภาพคล่องและซ่อมแซมที่อยู่อาศัยเพิ่มเติม
ก่อนกู้ ควรดูอัตราดอกเบี้ยหลังพ้นช่วง 0% และคำนวณค่างวดรวมกับหนี้เดิมให้ไหว เพื่อไม่ให้เป็นภาระระยะยาว

3. มาตรการ ธอส. และศูนย์ช่วยเหลือ 1689
ข้อที่สาม สำหรับลูกค้าธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. ออก 7 มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบน้ำท่วม ทั้งพักชำระหนี้ ลดเงินงวด ลดดอกเบี้ย และเคลมประกันเร่งด่วน มาตรการที่ลูกหนี้สินเชื่อบ้านควรรู้ ได้แก่
- พักชำระหนี้ ดอกเบี้ย 0% : หากบ้านที่เป็นหลักประกันได้รับผลกระทบ พักชำระได้ 3 เดือน ดอกเบี้ย 0% และเงินงวด 0 บาท ถ้าเสียหายหนักจนอยู่ไม่ได้ ขยายเป็น 6 เดือน
- กู้ซ่อมแซมบ้าน : กู้ได้สูงสุด 300,000 บาทต่อราย นานสูงสุด 5 ปี โดย 100,000 บาทแรกดอกเบี้ยคงที่ 1% ต่อปีนาน 3 ปี และ 200,000 บาทถัดมาคิด 1.99% ต่อปี ไม่ต้องจดจำนองเพิ่ม
- กู้ซ่อมหรือสร้างบ้านทดแทน : ทั้งลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่กู้ได้สูงสุด 2 ล้านบาทต่อหลักประกัน ดอกเบี้ย 0% และปลอดเงินงวดใน 3 เดือนแรก จากนั้นเดือนที่ 4-24 คิด 2% ต่อปี
ไม่รู้จะเริ่มที่ไหน โทร 1689
กระทรวงการคลังตั้ง "ศูนย์ประสานงานช่วยเหลือน้ำท่วม" ช่วยเรื่องพักชำระหนี้ สินเชื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัย และสิทธิตามกรมธรรม์ประกันภัย โทร 1689 กด 1 หรือ 4 ศูนย์นี้ประสานงานกับแบงก์รัฐ 7 แห่ง และ คปภ. และ ช่วยรับแจ้งปัญหาหากขอรับความช่วยเหลือไม่ได้ หรือให้ศูนย์ช่วยประสานงานต่อ
กระทรวงการคลังตั้ง "ศูนย์ประสานงานช่วยเหลือน้ำท่วม" ช่วยเรื่องพักชำระหนี้ สินเชื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัย และสิทธิตามกรมธรรม์ประกันภัย โทร 1689 กด 1 หรือ 4 ศูนย์นี้ประสานงานกับแบงก์รัฐ 7 แห่ง และ คปภ. และ ช่วยรับแจ้งปัญหาหากขอรับความช่วยเหลือไม่ได้ หรือให้ศูนย์ช่วยประสานงานต่อ
สรุป 3 มาตรการช่วยลูกหนี้สินเชื่อบ้าน น้ำท่วม
1. พักชำระ / ลดค่างวด
ลดภาระผ่อนรายเดือนช่วงที่ต้องใช้เงินฟื้นฟูบ้าน
ลูกหนี้ที่รายได้สะดุดหรือมีค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน
2. กู้เพิ่มซ่อมบ้าน 0%
ได้เงินก้อนมาซ่อมบ้านโดยไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยช่วงแรก
บ้านเสียหายและต้องซ่อมแซม
3. ธอส. + ศูนย์ 1689
มาตรการเฉพาะของแบงก์รัฐ และสายด่วนจุดเดียวจบ
ลูกค้า ธอส. หรือคนที่ไม่รู้จะเริ่มติดต่อตรงไหน
ขั้นตอนขอรับมาตรการช่วยลูกหนี้สินเชื่อบ้าน น้ำท่วม
ขั้นที่ 1 เก็บหลักฐานความเสียหาย
ถ่ายรูปบ้านและทรัพย์สินที่เสียหายให้ครบทุกจุดก่อนเริ่มซ่อม เพราะธนาคารและบริษัทประกันมักใช้ประกอบการพิจารณา
ถ่ายรูปบ้านและทรัพย์สินที่เสียหายให้ครบทุกจุดก่อนเริ่มซ่อม เพราะธนาคารและบริษัทประกันมักใช้ประกอบการพิจารณา
ขั้นที่ 2 เตรียมเอกสาร
บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน เลขที่สัญญาสินเชื่อ และหนังสือรับรองผู้ประสบภัยจากหน่วยงานท้องถิ่น (ถ้ามี) ส่วนเอกสารที่ต้องใช้จริงขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคาร
บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน เลขที่สัญญาสินเชื่อ และหนังสือรับรองผู้ประสบภัยจากหน่วยงานท้องถิ่น (ถ้ามี) ส่วนเอกสารที่ต้องใช้จริงขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคาร
ขั้นที่ 3 ติดต่อธนาคารที่ผ่อนอยู่
โทร Call Center หรือไปที่สาขา แจ้งว่าได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและต้องการเข้าร่วมมาตรการ
โทร Call Center หรือไปที่สาขา แจ้งว่าได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและต้องการเข้าร่วมมาตรการ
ขั้นที่ 4 เลือกมาตรการที่เหมาะกับตัวเอง
เปรียบเทียบว่าพักชำระ ลดค่างวด หรือกู้เพิ่ม แบบไหนเหมาะกับสถานการณ์การเงินของคุณมากที่สุด
เปรียบเทียบว่าพักชำระ ลดค่างวด หรือกู้เพิ่ม แบบไหนเหมาะกับสถานการณ์การเงินของคุณมากที่สุด
ขั้นที่ 5 ยื่นให้ทันกำหนด
แต่ละธนาคารมีวันปิดรับไม่เท่ากัน บางแห่งปิดรับเร็วกว่าที่คิด ยิ่งยื่นเร็วยิ่งดี
แต่ละธนาคารมีวันปิดรับไม่เท่ากัน บางแห่งปิดรับเร็วกว่าที่คิด ยิ่งยื่นเร็วยิ่งดี
สรุป
มาตรการช่วยลูกหนี้สินเชื่อบ้าน น้ำท่วม จากธนาคาร มีให้เลือกทั้งพักชำระหนี้หรือลดค่างวด กู้เพิ่มเพื่อซ่อมบ้านดอกเบี้ย 0% ช่วงแรก และมาตรการเฉพาะของ ธอส. หากบ้านที่ผ่อนอยู่ได้รับผลกระทบ อย่าแบกภาระไว้คนเดียว รีบติดต่อธนาคารที่ผ่อนอยู่ก่อนหมดเขต หรือโทร 1689 กด 1 หรือ 4 เพื่อขอคำแนะนำ
ตรวจสอบรายละเอียดและเงื่อนไขล่าสุดได้ที่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) หรือเว็บไซต์ของธนาคารที่คุณผ่อนอยู่ เพราะเงื่อนไขและวันปิดรับของแต่ละธนาคารอาจปรับเปลี่ยนได้
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น DDproperty by PropertyGuru ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท ออลพร็อพเพอร์ตี้ มีเดีย จำกัด ไม่สามารถรับรองหรือรับประกันเกี่ยวกับข้อมูล รวมทั้งไม่สามารถรับรองหรือรับประกันใด ๆ เกี่ยวกับความเหมาะสม สำหรับวัตถุประสงค์เฉพาะใด ๆ ของข้อมูล ตามขอบเขตสูงสุดที่กฎหมายอนุญาต แม้ว่าเราได้พยายามอย่างเต็มที่ เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้ถูกต้อง เชื่อถือได้ และครบถ้วน ณ เวลาที่เขียน แต่ข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้ไม่ควรนำไปใช้ในการตัดสินใจทางการเงิน, การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือทางกฎหมายทันที ผู้อ่านไม่ควรใช้ข้อมูลในบทความ แทนคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรมซึ่งสามารถพิจารณาข้อเท็จจริงและสถานการณ์ส่วนตัวของคุณได้ ทั้งนี้ เราไม่สามารถรับผิดชอบใด ๆ หากคุณเลือกที่จะนำข้อมูลไปใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจ


