ต่างชาติซื้อบ้านในไทยได้ไหม ปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้ว่ากำลังซื้อสำคัญส่วนหนึ่งในภาคอสังหาริมทรัพย์ของไทยคือ ชาวต่างชาติ ที่ยังคงมีความต้องการซื้อบ้าน ซื้อคอนโดในไทย
ลองมาดูว่าชาวต่างชาติ ชาติใดที่มีการโอนกรรมสิทธิ์คอนโดหรือห้องชุดมากที่สุด พร้อมเช็กมาตรการภาครัฐที่ต้องการดึงกำลังซื้อจากต่างชาติในการซื้อบ้าน ซื้อคอนโดในไทยว่ามีรายละเอียดอย่างไรบ้าง
อ่านหัวข้อที่คุณสนใจ
- ต่างชาติซื้อบ้านในไทยได้ไหม
- สถานการณ์การโอนคอนโดของชาวต่างชาติ
- สรุปมาตรการเอื้อชาวต่างชาติซื้ออสังหาฯ ในไทย
ต่างชาติซื้อบ้านในไทยได้ไหม
สำหรับใครที่สงสัยว่าชาวต่างชาติซื้อบ้านในไทยได้ไหม คำตอบคือ สามารถซื้อได้ในบางเงื่อนไข ได้แก่
– ลงทุนตามมาตรา 96 ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน
– รับมรดกในฐานะที่เป็นทายาทโดยธรรมตามมาตรา 93 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน
– รับโอนที่ดินผ่านทางกฎหมายประเภทต่าง ๆ ที่รัฐบัญญัติไว้เพื่อเป็นการส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศเป็นสำคัญ
– การทำสัญญาเช่าระยะยาว (Long-term lease) โดยสามารถเช่าได้สูงสุด 30 ปี และมีสิทธิ์ต่อสัญญาได้อีก 2 ครั้ง ครั้งละ 30 ปี รวมเป็นสูงสุด 90 ปี
– การตั้งบริษัทจำกัดในประเทศไทย โดยมีผู้ถือหุ้นชาวไทยอย่างน้อย 51% ขึ้นไป จากนั้นจึงให้บริษัทเป็นผู้ซื้อบ้านหรือที่ดินในนามนิติบุคคล ซึ่งเป็นวิธีที่ชาวต่างชาติบางส่วนเลือกใช้ในการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ในไทย
ดังนั้น จะเห็นได้ว่าชาวต่างชาติมีวิธีทางกฎหมายที่ทำให้สามารถอยู่อาศัยหรือถือสิทธิ์ในบ้านได้
ชาวต่างชาติถือครองที่ดินในไทยได้
รวม 3 วิธี ที่ทำให้ชาวต่างชาติถือครองที่ดินในไทยได้ มีวิธีอะไรบ้างดูรายละเอียดได้ที่นี่
สถานการณ์การโอนคอนโดของชาวต่างชาติ
รู้คำตอบแล้วว่า ต่างชาติซื้อบ้านในไทยได้ไหม กันไปแล้ว มาดูในฝั่งของคอนโดกันบ้าง จากรายงานของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ หรือ REIC เผยภาพรวมการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดของชาวต่างชาติในช่วงไตรมาส 4 ปี 2568 พบว่า
มีการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้ชาวต่างชาติจำนวน 3,888 หน่วย เพิ่มขึ้น 1.1% เทียบไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) และเพิ่มขึ้น 9.3% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) แม้ว่ามูลค่าจะขยายตัวเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบปีต่อปี แต่จำนวนหน่วยเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่า สะท้อนแนวโน้มราคาต่อหน่วยเฉลี่ยปรับลดลง โดยเฉพาะการซื้อในระดับราคาปานกลาง
เมื่อพิจารณาทั้งปี 2568 พบว่าชาวต่างชาติโอนห้องชุดรวมทั้งสิ้น 14,899 หน่วย เพิ่มขึ้น 2.2% YoY ขณะที่มูลค่าการโอนอยู่ที่ 60,921 ล้านบาท ลดลง 10.7% YoY โดยสัดส่วนการโอนของชาวต่างชาติคิดเป็น 14.7% ของจำนวนหน่วยโอนอาคารชุดทั้งหมด และคิดเป็น 25% ของมูลค่าการโอนอาคารชุดทั้งประเทศ
10 สัญชาติแรกที่ซื้อคอนโดมากที่สุดในปี 2568
1
จีน
4,940
18,585
+12.9%
-30.0%
2
เมียนมา
1,968
6,159
+41.8%
-12.5%
3
รัสเซีย
1,172
4,773
+8.6%
+30.3%
4
ไต้หวัน
1,036
4,699
+23.9%
+9.3%
5
สหรัฐอเมริกา
537
2,810
-11.8%
-7.2%
6
ฝรั่งเศส
657
2,604
+26.1%
+16.6%
7
สหราชอาณาจักร
476
2,298
+15.0%
+35.2%
8
เยอรมัน
459
1,849
+2.9%
-5.6%
9
อินเดีย
237
1,645
-8.8%
+7.7%
10
สิงคโปร์
269
1,284
+15.5%
-3.7%
ขายคอนโด
ดูประกาศขายคอนโดในกรุงเทพฯ ราคาไม่เกิน 3 ล้าน
10 จังหวัดที่มีชาวต่างชาติซื้อคอนโดมากที่สุด ในปี 2568
กรุงเทพฯ
7,029
35,386
ชลบุรี
4,164
11,590
ภูเก็ต
1,190
6,087
เชียงใหม่
848
2,409
ประจวบคีรีขันธ์
491
2,249
สมุทรปราการ
429
1,394
สุราษฎร์ธานี
212
552
ระยอง
167
271
เพชรบุรี
47
223
นนทบุรี
57
219
โดย "จีน" ยังคงเป็นชาติที่มีมูลค่าการโอนสูงสุด แม้จำนวนหน่วยและมูลค่าจะปรับลดลง โดยปี 2568 ชาวจีนโอนห้องชุด 4,940 หน่วย ลดลง 12.9% YoY และมูลค่า 18,585 ล้านบาท ลดลง 30% YoY แต่ยังครองสัดส่วนสูงสุดที่ 33% ของจำนวนหน่วย และ 31% ของมูลค่าการโอนทั้งหมด โดยจังหวัดที่ชาวจีนโอนมากที่สุด คือ กรุงเทพฯ, ชลบุรี และเชียงใหม่
รองลงมา คือ "เมียนมา" จำนวน 1,968 หน่วย เพิ่มขึ้น 41.8% YoY มูลค่า 6,159 ล้านบาท ลดลง 12.5% YoY โดยจังหวัดที่ชาวเมียนมาโอนมากที่สุด คือ กรุงเทพฯ, สมุทรปราการ และเชียงใหม่
ตามมาด้วย "รัสเซีย" จำนวน 1,172 หน่วย เพิ่มขึ้น 8.6% YoY มูลค่า 4,773 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.3% YoY โดยจังหวัดที่ชาวรัสเซียโอนมากที่สุด คือ ภูเก็ต, ชลบุรี และประจวบคีรีขันธ์
อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่ชาวจีนโอนห้องชุดน้อยลง คาดว่า เกิดจากการคุมเข้มการนำเงินออกนอกประเทศ ประกอบกับประเทศไทยมีมาตรการเข้มงวดทุนเทา ส่งผลทำให้เหลือเฉพาะที่เป็นกลุ่มเรียลดีมานด์ซื้อสำหรับการอยู่อาศัย ซื้อเพื่อลงทุนปล่อยเช่า และพำนักระยะยาวเพื่อทำธุรกิจในประเทศไทย ทำให้ตลาดคอนโดไทยมีความยืดหยุ่นมากขึ้นในปี 2569 นี้

สรุปมาตรการเอื้อชาวต่างชาติซื้ออสังหาฯ ในไทย
ต่างชาติซื้อบ้านในไทยได้ไหม มีหลายประเด็นที่เอื้อต่อชาวต่างชาติ โดยเฉพาะมาตรการรัฐที่ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุน
1. มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านอสังหาริมทรัพย์
สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้ทำหนังสือด่วนที่สุด ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เรื่องมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านอสังหาริมทรัพย์ โดยมีเนื้อหาระบุว่า
ตามที่ได้ยืนยันมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2567 เรื่อง มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ และการเตรียมการเพื่อรองรับการดำเนินการยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางเมือง แห่งอุตสาหกรรมระดับโลก (Thailand Vision) ไปเพื่อดำเนินการ ความละเอียดแจ้งแล้ว นั้น
ล่าสุดในการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2567 ที่ผ่านมา นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ได้เสนอว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติ (9 เมษายน 2567) เรื่อง มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปศึกษามาตรการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องนั้น
เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับมหภาค และดึงดูดนักลงทุนขนาดใหญ่ให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย โดยมีปัจจัยต่าง ๆ ที่จะส่งเสริมการเข้ามาทำงานของชาวต่างชาติที่มีศักยภาพ จึงขอให้ กระทรวงมหาดไทย ศึกษาความเป็นไปได้ ดังต่อไปนี้
1) การพิจารณาทบทวนการกำหนดระยะเวลาของทรัพย์อิงสิทธิตามพระราชบัญญัติทรัพย์อิงสิทธิ พ.ศ. 2562 โดยกำหนดให้ทรัพย์อิงสิทธิมีกำหนดเวลาได้ไม่เกิน 99 ปี
2) การพิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการให้สิทธิคนต่างด้าว สามารถถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุด จากเดิมไม่เกิน 49% เป็นไม่เกิน 75%
โดยอาจกำหนดเงื่อนไขอื่นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการของนิติบุคคลอาคารชุด เช่น การจำกัดสิทธิการออกเสียงของคนต่างด้าว และนิติบุคคลต่างด้าวที่ได้เข้ามาถือกรรมสิทธิ์ในภายหลังจากที่เกินอัตราส่วน 49%
ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องตราหรือแก้ไขปรับปรุงกฎหมายประการใดเพื่อรองรับการดำเนินการในเรื่องนี้ ให้กระทรวงมหาดไทย เร่งดำเนินการตามขั้นตอนให้แล้วเสร็จโดยเร็ว โดยให้ปฏิบัติตามบทบัญญัติของกฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดด้วย และเสนอคณะรัฐมนตรีโดยเร็วต่อไป
2. มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนโดยการดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูงสู่ประเทศไทย
1) การออกวีซ่าประเภทผู้พำนักระยะยาว (Long-term resident visa)
เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2565 รัฐบาลได้เปิดตัววีซ่าประเภทใหม่ Long-Term Resident Visa: LTR Visa และมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ เพื่อขับเคลื่อน LTR Visa ให้เป็นเครื่องมือสำคัญในการดึงดูดกลุ่มนักลงทุน ผู้มีความมั่งคั่ง ผู้มีทักษะและความเชี่ยวชาญให้เข้ามาพักนักในประเทศไทย
LTR Visa เป็นวีซ่าพำนักระยะยาวสำหรับชาวต่างชาติ โดยให้สิทธิพำนักในประเทศไทยได้ถึง 10 ปี พร้อมได้ใบอนุญาตทำงานควบคู่ไปด้วย และให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษี โดยลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเหลือ 17% และให้สิทธิมีผู้ติดตามได้ 4 คน มีเป้าหมายถึงต่างชาติกลุ่มใหม่
ชาวต่างชาติ 4 กลุ่มที่สามารถสมัคร VTR Visa ประกอบด้วย
– ประชากรโลกผู้มีความมั่งคั่งสูง: ชาวต่างชาติที่ถือครองทรัพย์สินมูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 1 ล้านเหรียญสหรัฐ
– ผู้เกษียณอายุจากต่างประเทศ: ผู้เกษียณต่างชาติที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปที่รับเงินบำนาญหรือมีรายได้ที่มั่นคง
– ผู้ที่ต้องการทำงานจากประเทศไทย: ชาวต่างชาติที่ทำงานจากประเทศไทยให้กับบริษัทในต่างประเทศที่มีผลประกอบการเป็นที่ยอมรับ
– ผู้มีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษ: ผู้มีทักษะสูงหรือผู้เชี่ยวชาญพิเศษที่ปฏิบัติงานให้กับบริษัท หรือสถาบันอุดมศึกษาหรือสถาบันวิจัย หรือสถาบันฝึกอบรมเฉพาะทาง หรือหน่วยงานภาครัฐในประเทศไทย ทั้งนี้จะต้องเป็นการทำงานในกิจการที่อยู่ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย
ต่างชาติซื้อคอนโด ซื้อบ้านในไทยได้
คุณรู้หรือไม่ ต่างชาติซื้อบ้านในไทยได้ไหม ซื้อได้อย่างไรบ้าง ดูได้ที่นี่
2) มาตรการดึงต่างชาติ 4 กลุ่ม ซื้อที่ดินในไทย
มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนโดยการดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูงเข้าสู่ประเทศไทย จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการสร้างรายได้ การลงทุน และเพิ่มโอกาสการจ้างงานภายในประเทศ โดยมุ่งเน้นใน 4 กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย
– กลุ่มประชากรโลกผู้มีความมั่งคั่งสูง
– กลุ่มผู้เกษียณอายุจากต่างประเทศ
– กลุ่มที่ต้องการทำงานจากประเทศไทย
– กลุ่มผู้มีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษ
สาระสำคัญในการที่กลุ่มคนต่างด้าวที่มีศักยภาพสูง 4 กลุ่ม สามารถครอบครองที่ดินได้มีดังนี้
– จำนวนเนื้อที่ที่ได้รับสิทธิ ไม่เกิน 1 ไร่ ตามมาตรา 96 ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งต้องใช้ที่ดินนั้นเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยสำหรับตนเอง
– ภายในเขตกรุงเทพมหานคร เขตเมืองพัทยา หรือเขตเทศบาล หรืออยู่ภายในบริเวณที่กำหนดเป็นเขตที่อยู่อาศัยตามกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง
– ต้องมีจำนวนเงินลงทุนในธุรกิจหรือกิจการประเภทหนึ่งประเภทใด ไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท และต้องดำรงการลงทุนไว้ไม่น้อยกว่า 3 ปี เช่น การซื้อพันธบัตรรัฐบาลไทย การลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน (เพิ่มขึ้นใหม่จากกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2545)
– หากถอนการลงทุนในธุรกิจ หรือกิจการก่อนครบกำหนดเวลาการดำรงทุน ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ถอนการลงทุน
– ระยะเวลาบังคับใช้กฎหมาย 5 ปี
ประกาศขายที่ดิน
รวมประกาศขายที่ดินในกรุงเทพฯ หลายระดับราคา และหลายทำเล
ทั้งนี้ ร่างกฎกระทรวงการได้มาซึ่งที่ดินเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยของคนต่างด้าว ตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนโดยการดึงดูดคนต่างด้าวที่มีศักยภาพสูงสู่ประเทศไทย พ.ศ. …. ได้เพิ่มเติมหลักการในส่วนประเภทการลงทุน และระยะเวลาการดำรงการลงทุน (จาก 5 ปี ลดเหลือ 3 ปี) แตกต่างไปจากกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการได้มาซึ่งที่ดินเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยของคนต่างด้าว พ.ศ. 2545 ที่มีผลใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน
สำหรับร่างกฎหมายฉบับเพิ่มเติมนี้ยังอยู่ในระหว่างการนำกลับไปทบทวนรายละเอียดอีกครั้ง หลังจากมีหลายฝ่ายกังวลว่าจะเอื้อต่อต่างชาติมากเกินไป จนส่งผลต่อคนไทยในอนาคต
ต่างชาติซื้อบ้านในไทยได้ไหม เปิดช่องต่างชาติซื้อบ้านในไทย ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ
ทางศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เคยให้ความเห็นว่า จากการที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการเรื่องการเปิดให้สามารถซื้อบ้านพร้อมที่ดินหรือซื้อที่ดินเพื่อสร้างเป็นที่อยู่อาศัยของคนต่างชาตินั้น
ถือเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนหนึ่ง ที่จะดึงดูดคนต่างชาติที่มีศักยภาพสูงเข้ามาสู่ประเทศไทย ซึ่งจะเป็นการสร้างให้เกิดอุปสงค์ใหม่ ๆ ที่มีกำลังซื้อสูงในประเทศเพื่อเข้ามาอยู่อาศัยในระยะยาว และจับจ่ายใช้สอยในสินค้าอุปโภคบริโภคในประเทศ
ทั้งนี้ ประเทศไทยเปิดให้คนต่างชาติถือครองกรรมสิทธิ์ห้องชุดได้ โดยพบว่า ในช่วงก่อนเกิดโควิด-19 มีการโอนกรรมสิทธิ์ปีละมากกว่า 10,000 หน่วย มูลค่ามากกว่า 50,000 ล้านบาท หรือประมาณ 5% ของการโอนกรรมสิทธิ์ทั่วประเทศ
แต่หากเปิดให้ชาวต่างชาติสามารถซื้อบ้านพร้อมที่ดินได้ คาดว่าก็น่าจะทำให้เกิดมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มสูงสุดได้อีกประมาณ 50,000 หน่วย มูลค่าประมาณ 100,000 ล้านบาท ซึ่งอาจจะทำให้สัดส่วนของมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยที่ซื้อโดยคนต่างชาติเพิ่มจาก 5% เป็น 15% ของมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ทั้งประเทศ
ข้อกังวลในการเปิดช่องให้ชาวต่างชาติซื้อบ้านในไทย
อย่างไรก็ตาม ในการดำเนินการนโยบายนี้ควรกำหนดให้ชัดเจนว่า รัฐบาลจะอนุญาตให้ชาวต่างชาติซื้อบ้านในไทยและที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยระยะยาวในไทย ในช่วงกี่ปี อาจไม่ต้องเปิดนโยบายนี้ตลอดไป
รวมทั้งยังควรกำหนดให้ชัดเจนว่าเป็นที่อยู่อาศัยระดับราคาใด เพื่อไม่ให้เกิดการซื้อที่ดินและที่อยู่อาศัยในระดับราคาที่อยู่ในกำลังซื้อของคนไทยส่วนใหญ่ เช่น รัฐบาลอาจไม่อนุญาตให้ชาวต่างชาติซื้อบ้านและที่ดินในระดับราคาไม่เกิน 10-15 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับพื้นที่
นอกจากนี้ ควรกำหนดระยะเวลาในการถือครองกรรมสิทธิ์ให้ชัดเจนเพื่อป้องกันการเก็งกำไร เช่น ไม่น้อยกว่า 3-5 ปี ซึ่งจะไม่ทำให้เกิดการเก็งกำไรในที่ดินและราคาที่อยู่อาศัย และยังเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ได้
รวมถึงควรมีการกำหนดภาษีหรือค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องสำหรับผู้ที่ถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินที่เป็นคนต่างชาติในอัตราที่แตกต่างจากคนไทย และการกำหนดเรื่องกฎเกณฑ์การขายบ้านและที่ดินเมื่อชาวต่างชาติต้องการขายต่อเมื่อผ่านไประยะเวลาหนึ่งแล้วให้ชัดเจน
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น DDproperty by PropertyGuru ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท ออลพร็อพเพอร์ตี้ มีเดีย จำกัด ไม่สามารถรับรองหรือรับประกันเกี่ยวกับข้อมูล รวมทั้งไม่สามารถรับรองหรือรับประกันใด ๆ เกี่ยวกับความเหมาะสม สำหรับวัตถุประสงค์เฉพาะใด ๆ ของข้อมูล ตามขอบเขตสูงสุดที่กฎหมายอนุญาต แม้ว่าเราได้พยายามอย่างเต็มที่ เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้ถูกต้อง เชื่อถือได้ และครบถ้วน ณ เวลาที่เขียน แต่ข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้ไม่ควรนำไปใช้ในการตัดสินใจทางการเงิน, การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือทางกฎหมายทันที ผู้อ่านไม่ควรใช้ข้อมูลในบทความ แทนคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรมซึ่งสามารถพิจารณาข้อเท็จจริงและสถานการณ์ส่วนตัวของคุณได้ ทั้งนี้ เราไม่สามารถรับผิดชอบใด ๆ หากคุณเลือกที่จะนำข้อมูลไปใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจ




