ส.ค.1 คืออะไร ใช่โฉนดที่ดินหรือไม่ และซื้อขายได้ไหม

DDproperty Editorial Team
ส.ค.1 คืออะไร ใช่โฉนดที่ดินหรือไม่ และซื้อขายได้ไหม
หลายคนกำลังจะซื้อที่ดินต่างจังหวัด หรือได้รับมรดกจากครอบครัว แล้วพบว่าเอกสารที่ถืออยู่ไม่ใช่ “โฉนดที่ดิน” แต่เป็น “ส.ค.1” แทน ปัญหาคือ คนจำนวนมากเข้าใจผิดว่า ส.ค.1 คือโฉนดแบบเก่า และสามารถซื้อขาย โอนกรรมสิทธิ์ หรือใช้กู้ธนาคารได้เหมือนกัน
ความจริงคือ ส.ค.1 ไม่ใช่โฉนดที่ดิน และมีความเสี่ยงมากกว่าที่หลายคนคิด โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาที่ดินรอบนอกกรุงเทพฯ และหัวเมืองท่องเที่ยวปรับขึ้นต่อเนื่อง นักลงทุนจำนวนมากกำลังเข้าไปซื้อที่ดินที่เอกสารสิทธิยังไม่สมบูรณ์ เพราะหวัง “เปลี่ยนเป็นโฉนดในอนาคต” ซึ่งถ้าตรวจสอบผิด อาจทำให้ที่ดินที่ซื้อมาโอนไม่ได้ หรือออกโฉนดไม่ได้เลย
ข้อมูลจากกรมที่ดินระบุชัดว่า ส.ค.1 เป็นเพียง “แบบแจ้งการครอบครองที่ดิน” ไม่ใช่หนังสือแสดงกรรมสิทธิ์เหมือนโฉนด น.ส.4 จ.

ส.ค.1 คืออะไร?

ส.ค.1 หรือ แบบแจ้งการครอบครองที่ดิน คือ หลักฐานที่แสดงว่าผู้แจ้งเป็นผู้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินอยู่ก่อนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ (ก่อน 1 ธันวาคม 2497) แต่ปัจจุบันไม่มีการแจ้ง ส.ค. 1 อีกแล้ว
โดย ส.ค. 1 ไม่ใช่หนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเพราะไม่ใช่หลักฐานที่ทางราชการออกให้ เพียงแต่เป็นแบบการแจ้งการครองครองที่ดินของราษฎร
ดังนั้น ที่ดินที่มี ส.ค. 1 นี้ จึงทำการโอนกันได้เพียงแสดงเจตนาสละการครอบครอง พร้อมส่งมอบที่ดิน และ ส.ค. 1 ให้ผู้รับโอนไปเท่านั้นก็ถือว่าเป็นการโอนกันโดยชอบแล้ว
ส.ค. 1 ซื้อขายได้ไหม
ส.ค. 1 ทำได้เพียงส่งมอบการครอบครอง หรือเปลี่ยนมือกันเอง โดยไม่ต้องจดทะเบียน แต่แน่นอนว่ามีความเสี่ยง
โดยประเภทที่ดินที่สามารถซื้อขายได้ คือ ต้องเป็นที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์ หรือมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ชัดเจน มีดังนี้
ประเภทโฉนดที่ดินซื้อ-ขาย-โอน ได้หรือไม่
น.ส.3 ก.ได้
น.ส.3ไม่ได้
น.ส.3 ข.ไม่ได้
น.ส.4ได้

ส.ค.1 ใช่โฉนดที่ดินหรือไม่?

คำตอบสั้น ๆ คือ “ไม่ใช่”
ปัจจุบันผู้มี ส.ค. 1 มีสิทธินำมาขอออกโฉนดที่ดิน หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3, น.ส.3 ก. หรือ น.ส.3 ข.) ได้ในกรณีการขอออกโฉนดที่ดิน หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3, น.ส.3 ก. หรือ น.ส.3 ข.) เฉพาะราย โดยให้ไปยื่นคำขอ ณ สำนักงานที่ดินที่ที่ดินตั้งอยู่
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2553 เป็นต้นมา พนักงานเจ้าหน้าที่จะออกโฉนดที่ดินหรือรับรองการทำประโยชน์จาก ส.ค.1 ได้ต่อเมื่อศาลมีคำพิพากษา หรือคำสั่งถึงที่สุดว่าผู้นั้นเป็นผู้ครองครองและทำประโยชน์ในที่ดินอยู่ก่อนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ

ที่ดินแบบไหนบ้างที่ "ห้าม" ออกโฉนดที่ดิน

พื้นที่ลักษณะใดบ้างที่เป็น "ที่ดินต้องห้าม" ตามกฎหมาย ซึ่งมี 5 ประเภทหลัก ดังนี้
1. ที่ดินที่ราษฎรใช้ประโยชน์ร่วมกัน เช่น ทางน้ำ ทางหลวง ทะเลสาบ ที่ชายตลิ่ง
2. ที่เขา ที่ภูเขา และพื้นที่ที่ประกาศหวงห้าม (ยกเว้นผู้ที่มีสิทธิครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย)
3. ที่เกาะ (ยกเว้นที่ดินที่มีหลักฐานการครอบครองตามที่กฎหมายกำหนดไว้แล้ว เช่น ส.ค.1, น.ส.3)
4. ที่สงวนหวงห้ามตามประมวลกฎหมายที่ดินหรือกฎหมายอื่น ๆ
5. ที่ดินที่สงวนไว้เพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติ เช่น ป่าไม้ถาวร หรือ ป่าชายเลน

ที่ดินแบบไหน “ไม่ควรซื้อ” แม้ราคาถูกมาก

ในตลาดซื้อ-ขายที่ดิน ที่ดินที่เสี่ยงที่สุดไม่ใช่ที่แพงเกินไป แต่คือที่ “ถูกผิดปกติ”
โดยเฉพาะกรณีเหล่านี้
  • ที่ดินที่ยังไม่มีเอกสารสิทธิ์ชัดเจน
  • ไม่มีถนนเข้า
  • ไม่มีเพื่อนบ้าน
  • ไม่มีเสาไฟ
  • อยู่ติดพื้นที่ป่าสงวน
  • ผู้ขายเร่งปิดดีลเร็วผิดปกติ
ถ้าราคาต่ำกว่าตลาดเกิน 50% ต้องตั้งคำถามก่อนว่า “ทำไมขายไม่ออก”

ถ้าอยากซื้อที่ดินเพื่อเก็งกำไร ควรเลือกแบบไหน?

ในมุมของนักลงทุนอสังหาฯ มืออาชีพ เอกสารสิทธิที่ “สมดุลความเสี่ยงและผลตอบแทน” มากที่สุดมักไม่ใช่ ส.ค.1 แต่เป็น น.ส.3 ก
เพราะ
  • ราคามักจะต่ำกว่าโฉนด น.ส.4 จ.
  • มีแนวรังวัดชัดเจนกว่า
  • มีโอกาสออกโฉนดสูงกว่า
  • ธนาคารบางแห่งรับพิจารณาสินเชื่อ
หากต้องการดูข้อมูลเกี่ยวกับการซื้อขายที่ดินทั่วประเทศ สามารถดูได้ประกาศขายที่ดิน
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น DDproperty by PropertyGuru ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท ออลพร็อพเพอร์ตี้ มีเดีย จำกัด ไม่สามารถรับรองหรือรับประกันเกี่ยวกับข้อมูล รวมทั้งไม่สามารถรับรองหรือรับประกันใด ๆ เกี่ยวกับความเหมาะสม สำหรับวัตถุประสงค์เฉพาะใด ๆ ของข้อมูล ตามขอบเขตสูงสุดที่กฎหมายอนุญาต แม้ว่าเราได้พยายามอย่างเต็มที่ เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้ถูกต้อง เชื่อถือได้ และครบถ้วน ณ เวลาที่เขียน แต่ข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้ไม่ควรนำไปใช้ในการตัดสินใจทางการเงิน, การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือทางกฎหมายทันที ผู้อ่านไม่ควรใช้ข้อมูลในบทความ แทนคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรมซึ่งสามารถพิจารณาข้อเท็จจริงและสถานการณ์ส่วนตัวของคุณได้ ทั้งนี้ เราไม่สามารถรับผิดชอบใด ๆ หากคุณเลือกที่จะนำข้อมูลไปใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจ