DDproperty.com
โจนส์ แลงก์ ลาซาลล์ ชี้ราคาที่อยู่อาศัยระดับบนในกรุงเทพฯ ขยับตัวขึ้นเล็กน้อย ในขณะที่สถานการณ์ตลาดในต่างประเทศมั่นคงขึ้นหลังจากราคาตกต่ำลงในช่วงหกเดือนที่ผ่านมา
ตามรายงานสถานการณ์ราคาที่อยู่อาศัยระดับลักซ์ชัวรี่ ของโจนส์ แลงก์ ลาซาลล์ ใน 9 ตลาดหลักทั่วทวีปเอเชียพบว่ามูลค่าเฉลี่ยของอสังหาฯ เพิ่มขึ้นเป็น 1.9% ในช่วงไตรมาสที่ 3 เมื่อเทียบกับการอัตราการปรับตัวในไตรมาส 2 ที่เพิ่มขึ้นเพียง 0.8%
ใน 9 ตลาดหลักนี้ มีเพียง 5 ประเทศที่มูลค่าของอสังหาปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา ในขณะที่ 4 ประเทศที่เหลือแทบจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของราคาแต่อย่างใด โดยราคาบ้านหรูในสิงคโปร์คงตัวขึ้นหลังจากที่มีความผันผวนในช่วงสองไตรมาสแรก ทั้งนี้ ดีมานด์ที่มีอยู่ส่วนใหญ่จะเป็นการซื้อเพื่ออยู่อาศัย
เช่นเดียวกับในประเทศจีนที่ราคาของอสังหาฯ หรูโดยรวมดูมั่นคงขึ้น หลังจากที่ดีเวลลอปเปอร์บางรายประกาศปรับราคาลงมา สำหรับตลาดที่อยู่อาศัยระดับไฮเอนด์หลักๆ ในเมืองจีนอย่างปักกิ่ง มีมูลค่าสูงขึ้นเฉลี่ย 7.4% ในช่วงไตรมาสที่ 3 เนื่องจากมีการเปิดตัวโครงการที่มีขนาดยูนิตใหญ่ๆ ในช่วงเวลาดังกล่าว ในขณะที่มูลค่าของอพาร์ตเมนต์หรูในเซี่ยงไฮ้ไมมีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด
ตลาดที่ดูมีการปรับตัวสูงสุดในกลุ่มประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ จาการ์ต้าซึ่งขยับตัวสูงขึ้นถึง 6.3% ส่วนราคาเฉลี่ยในมะนิลาและกัวลาลัมเปอร์ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ และสำหรับราคาในกรุงเทพฯ ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย ทั้งนี้ โจนส์แลงก์ฯ มองว่าในช่วง 1-2 ปีต่อจากนี้ จะมีปริมาณซัพพลายใหม่ออกมาค่อนข้างจำกัดในตลาดเหล่านี้
นายโจเซฟ ซาง กรรมการผู้จัดการและผู้อำนวยการตลาดทุนของโจนส์ แลงก์ ลาซาลล์ ฮ่องกง ให้ความเห็นว่า ตลาดที่อยู่อาศัยในฮ่องกงค่อนข้างแข็งแกร่งในปีนี้ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำและมีดีมานด์ที่ต่อเนื่องในหมู่ผู้ซื้อ
“อย่างไรก็ดี เราคงจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงในด้านมูลค่าของตลาดในช่วงระยะเวลาอันใกล้นี้ หลังจากที่รัฐบาลได้ประกาศใช้นโยบายภาษีและอากรแสตมป์สำหรับผู้ซื้อต่างชาติและผู้ซื้อในนามองค์กรเมื่อช่วงปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา” นายซางกล่าว
ทั้งนี้ ดร.เจน เมอร์เรย์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิคของโจนส์ แลงก์ ลาซาลล์ มองว่าการออกนโยบายควบคุมในหลายๆ ประเทศ อาทิ อัตราภาษีและอากรแสตมป์ในฮ่องกง และข้อกำหนดในการซื้อบ้านในจีน น่าจะยังคงมีผลบังคับใช้ไปจนถึงปี 2557 ซึ่งจะทำให้การซื้อขายเป็นไปได้อย่างจำกัดและน่าจะมีผลทำให้ราคาปรับสูงขึ้น แม้ว่าจะมีอัตราดอกเบี้ยต่ำก็ตาม
“มูลค่าของอสังหาฯ ในระดับไฮเอนด์ในสิงคโปร์น่าจะปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยในช่วง 12 เดือนต่อจากนี้ โดยมีแรงสนับสนุนจากผู้ซื้อภายในประเทศ ส่วนในประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคนี้ เราน่าจะได้เห็นราคาที่ปรับตัวขึ้นสูงสุดในจาการ์ต้าในช่วง 12 เดือนต่อจากนี้เช่นกัน เนื่องจากมีดีมานด์ภายในประเทศอยู่มากทีเดียว” ดร.เมอร์เรย์ เสริม
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ