ไนท์แฟรงค์เผยตลาดคอนโดหัวหิน-ชะอำปีนี้โตต่อเนื่อง ขยายฐานลูกค้าระดับกลาง-ล่าง

3 เม.ย. 2555

ข้อมูลจากฝ่ายวิจัยและประเมินมูลค่าทรัพย์สิน บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่าตลาดคอนโดมิเนียมในหัวหิน – ชะอำปี 2554 มีจำนวนอุปทานของคอนโดใหม่เปิดตัวมากถึง 6,889 ยูนิตจาก 5 โครงการ ทั้งนี้จำนวนที่เพิ่มขึ้นมากเกิดจากการเปิดตัว ส่วนจำนวนหน่วยขายสะสม ณ สิ้นปี พ.ศ. 2554 มีจำนวน 6,021 ยูนิต พบว่าเป็นหน่วยขายในปีพ.ศ. 2554 จำนวน 1,324 ยูนิต จากข้อมูลในอดีตพบว่าอัตราการซื้อคอนโดในหัวหินอยู่ที่ประมาณ 800 ถึง 1,000 ยูนิตต่อปี

คุณพนม กาญจนเทียมเท่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด อธิบายเพิ่มเติมว่า ในปีพ.ศ. 2554 พบว่ามีคอนโดมิเนียมระดับราคาขายต่ำกว่า 2 ล้านบาทต่อหน่วยเพิ่มขึ้นจำนวนมาก โครงการดังกล่าว ได้แก่ โครงการเดอะเอนเนอร์จี้ ซึ่งมีจำนวนหน่วยขายถึง 6,000 ยูนิต   จะเห็นได้ว่าตลาดคอนโดมิเนียมในหัวหินมีการขยายกลุ่มลูกค้าเป้าหมายกลุ่มใหม่ไปยังกลุ่มผู้ซื้อระดับกลางล่าง ซึ่งเป็นการขยายฐานลูกค้าจากกลุ่มผู้ซื้อเดิมที่ส่วนใหญ่มีฐานะทางสังคม มีระดับรายได้ปานกลางถึงสูง ต้องการบ้านพักตากอากาศที่มีสิ่งแวดล้อมที่ดี

อย่างไรก็ตามอุปทานที่เพิ่มขึ้นในปี 2554 ที่ผ่านมาส่วนใหญ่เน้นไปที่คอนโดขนาดเล็ก 1 ห้องนอน มีราคาต่ำกว่า 2 ล้านบาท ซึ่งแตกต่างจากตลาดคอนโดที่เปิดขายในอดีต ที่ส่วนใหญ่เน้นกลุ่มลูกค้าระดับกลางขึ้นไปทางสูง จะเห็นได้ว่าจำนวนหน่วยเหลือขายของคอนโดมิเนียมระดับกลางล่าง หรือ ราคาต่อหน่วยต่ำกว่า 2 ล้านบาท มีจำนวนหน่วยคงเหลือสูงถึง 5,695 หน่วย ในขณะที่จำนวนหน่วยเหลือขายของคอนโดระดับกลาง สูงมีจำนวนหน่วยเหลือขายเพียง 1,136 หน่วย  ซึ่งหากลองพิจารณาอัตราการซื้อที่ปีละ 800 – 1,000 ต่อปี ก็ถือว่าอุปทานใช้เวลาเพียง 1 ปี

ราคาขายต่อตารางเมตรของตลาดคอนโดในหัวหิน – ชะอำ ยังคงมีทิศทางที่เพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบันคอนโดระดับราคาสูงกว่า 2 ล้านบาท ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมที่เห็นวิวทะเลในบริเวณชะอำ มีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 62,000 ถึง 125,000 บาท ต่อตารางเมตร ซึ่งราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่  90,593 บาทต่อตารางเมตร  ถึง โดยเพิ่มขึ้นจาก 87,536 บาทต่อตารางเมตรในปี 2553

ส่วนราคาขาย คอนโดมิเนียมระดับกลาง ล่าง หรือ คอนโดมิเนียมที่ระดับราคาขายต่อหน่วยต่ำกว่า 2 ล้านบาท และไม่เห็นวิวทะเลมีระดับราคาขายอยู่ที่ 60,000 ถึง 64,000 บาท ต่อ ตารางเมตร อย่างไรก็ตามราคาต่อยูนิตลดลงเนื่องจากขนาดของห้องชุดมีเนื้อที่ลดลง โดยห้องชุดขนาด 1 ห้องนอนมีขนาดเพียง 32-35 ตารางเมตร  ในขณะที่คอนโดระดับกลางบนมีขนาด 42-50 ตารางเมตร  ส่วน 2 ห้องนอนคอนโดระดับกลาง ล่าง มีขนาด 50-60  ตารางเมตร ในขณะที่คอนโดขนาด 2 ห้องนอนระดับกลาง สูง มีเนื้อที่ 80 ตารางเมตร ขึ้นไป

จากการศึกษาสถานการณ์ตลาดคอนโดในหัวหิน – ชะอำของบริษัท ไนท์แฟรงค์ฯ ยังพบว่าคอนโดเกิดใหม่เกือบทั้งหมดจะตั้งอยู่ในเขตอำเภอชะอำ ในขณะที่คอนโดในตัวเมืองหัวหินไม่มีการเปิดโครงการใหม่ อันเนื่องมาจากที่ดินในเขตหัวหินและเขาตะเกียบที่มีขนาดและราคาที่เหมาะสมต่อการพัฒนานั้นหายากมาก

ในปี 2555 นี้ คุณพนมคาดว่าตลาดคอนโดในหัวหิน – ชะอำ จะยังคงขยายตัวต่อเนื่อง มีการเปิดโครงการใหม่อีกไม่น้อยกว่า 8 โครงการ ประกอบด้วยหน่วยขายจากโครงการระดับกลางถึงสูงเพียง 2,300 หน่วย อีกราว 6,000 หน่วย เป็นหน่วยขายจากโครงการที่ราคาขายต่ำกว่า 2 ล้าน ลักษณะของคอนโดที่มีระดับราคากลางถึงสูง กล่าวคือ ราคามากกว่า 2 ล้านบาทต่อยูนิต เป็นคอนโดที่เน้นความคุ้มค่าของการลงทุนซื้อของลูกค้า เช่น โครงการ เดอะเลเจนด์ โดยโบ๊ทเฮาส์หัวหิน ที่เน้นคอนโด ขนาด 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ราคาขายประมาณ 5.5 ถึง 6.5 ล้านบาท ซึ่งนับว่ามีความเหมาะสมกับตลาดในปัจจุบันอย่างมาก นอกจากนี้ จะเห็นว่า กลุ่มแสนสิริ แลนด์แอนด์เฮาส์ ควอลิตี้เฮ้าส์ และ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จะยังคงเปิดขายโครงการอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับการเข้ามาในตลาดของ บริษัท เอสซี แอสเสทจำกัด (มหาชน) ก็จะยิ่งเพิ่มความคึกคักของตลาดคอนโดในหัวหิน – ชะอำให้มากขึ้นด้วย

 

เขียนความเห็น