แสนสิริเดินหน้ารุกธุรกิจโรงแรมเต็มรูปแบบ ผุดแบรนด์ “เอสเคป แสนสิริ โฮเทล คอลเลคชั่น” (ESCAPE, Sansiri Hotel Collection) ประเดิม 2 ทำเลแรกในหัวหินและเขาใหญ่ เจาะกลุ่มนักเดินทางรุ่นใหม่ อัตราค่าห้องพักระหว่าง 3,500-5,500 บาทต่อคืน
นายอภิชาติ จูตระกูล ประธานอำนวยการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าการเข้ามาจับธุรกิจโรงแรมอย่างจริงจังของบริษัทในครั้งนี้ เป็นการสร้างรายได้ระยะยาวและเป็นธุรกิจที่เกื้อหนุนการพัฒนาธุรกิจที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทโดยเฉพาะโครงการในต่างจังหวัด โดยประเดิมใน 2 ทำเลแรกซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวใหญ่ของไทยอย่างหัวหินและเขาใหญ่ ด้วยมูลค่าการลงทุนรวม 370 ล้านบาท
”บริษัทได้ตัดสินใจเพิ่มโอกาสทางธุรกิจด้วยการเปิดตัวแบรนด์ ‘เอสเคป แสนสิริ โฮเทล คอลเลคชั่น’ หลังจากเปิดให้บริการ คาซ่า เดล มาเร่ ซึ่งเป็นโรงแรมตากอากาศที่หัวหินตั้งแต่ปี 2546 เป็นต้นมาซึ่งมีอัตราการเข้าพักอาศัยในโรงแรมเฉลี่ยต่อปีเกือบร้อยละ 50 ซึ่งนับว่าสูงกว่าอัตราการเข้าพักอาศัยในโรงแรมในทำเลหัวหินในภาพรวม ซึ่งโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณร้อยละ 30 ทั้งนี้ จากการเล็งเห็นแนวโน้มการเติบโตด้านการท่องเที่ยวของไทยจากมาตรการส่งเสริมการลงทุนรวมถึงการออกมาตรการเพื่อส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวในประเทศของภาครัฐอย่างต่อเนื่อง” นายอภิชาติ กล่าว
ด้านนายอุทัย อุทัยแสงสุข รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานพัฒนาธุรกิจและพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สำหรับแบรนด์ “เอสเคป” นั้นถือเป็นดีไซน์รีสอร์ทระดับกลาง ขนาด 50-100 ห้อง ในระดับราคาตั้งแต่ 3,500-5,500 บาท/ คืน โดยจุดเด่นของโรงแรมภายใต้แบรนด์เอสเคปนั้น ได้แก่ ความสะดวกสบายและรวดเร็วในด้านการจอง รวมถึงการเช็คอิน – เช็คเอาท์ และการให้บริการที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ อาทิ ช่วงเวลาอาหารเช้าที่มาในรูปแบบ Brunch ที่ให้บริการตั้งแต่เวลา 06.00 จนถึง 14.00 น. นอกจากนี้ ห้องพักยังตกแต่งด้วยดีไซน์ที่เรียบง่ายแต่มีความโดดเด่น ในเรื่องของสีสันและเลย์เอาท์ พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ตามมาตรฐานของโรงแรมชั้นนำ
สำหรับโรงแรมแห่งแรกที่จะเปิดให้บริการในวันที่ 16 ตุลาคม 2556 นี้ได้แก่ “เอสเคป หัวหิน” ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 3 ไร่บนถนนเพชรเกษม ด้านหลังโครงการคอนโดฯ บ้านไข่มุก โดยเป็นการนำโรงแรมคาซ่า เดล มาเร่ เดิมมารีโนเวตด้วยการทาสีใหม่เป็นสีแดงเลือดหมูสดใส ปรับปรุงบริเวณล็อบบี้ พร้อมกับการรีแบรนด์ห้องพักใหม่หมด ประกอบด้วยห้องพัก 46 ห้อง แบ่งเป็น 3 แบบ 3 สไตล์ ในรูปแบบ Sea, Sand และ Sun อัตราค่าห้องพักอยู่ที่ระหว่าง 3,500-5,500 บาท/ คืน โดยการรีโนเวตจะแล้วเสร็จในวันที่ 15 ตุลาคมนี้
ในขณะที่ “เอสเคป เขาใหญ่” เป็นโครงการที่ตั้งอยู่บนถนนผ่านศึก-กุดคล้า โดยบริษัทได้นำที่ดินขนาด 10 ไร่มาพัฒนาเป็นโรงแรมขนาด 57 ห้อง ประกอบด้วยห้องพักแบบดีลักซ์และแบบพูล วิลล่า ภายใต้ 4 ธีม ได้แก่ Wood, Earth, Floral และ Forest โดยอัตราค่าห้องพักจะอยู่ที่ระหว่าง 3,500-4,500 บาท/ คืน โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้างและคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในช่วงกลางมกราคม 2557 เป็นต้นไป
สำหรับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของเอสเคป หัวหินจะเน้นที่กลุ่มลูกค้าชาวไทย 60% และชาวต่างชาติ 40% ส่วนเอสเคป เขาใหญ่ เป็นกลุ่มลูกค้าคนไทย 80% และชาวต่างชาติ 20%
“สำหรับแผนการพัฒนาโรงแรมภายใต้แบรนด์เอสเคป, แสนสิริ โฮเทล คอลเลคชั่น ในอนาคต บริษัทอาจมีการเปิดตัวเพิ่มเติมในเมืองตากอากาศที่มีศักยภาพอื่นๆ อาทิ เชียงใหม่ ภูเก็ตและพัทยา เป็นต้น ซึ่งขึ้นอยู่กับการพิจารณาในจังหวัดที่แสนสิริมีการเปิดตัวโครงการและเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวที่ดี ทั้งนี้ คาดว่าภายหลังการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) จะมีกลุ่มลูกค้าจากอาเซียนรวมถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวที่จะช่วยกระตุ้นให้ธุรกิจโรงแรมมีความคึกคักขึ้นอีกและเป็นโอกาสที่ดีในการขยายธุรกิจต่อไป” นายอุทัย กล่าวทิ้งท้าย
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย กาญจนา พาหา บรรณาธิการ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kanchana@ddproperty.com
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ