วงในฟันธงทำเลขุมทรัพย์สำหรับตลาดรับสร้างบ้าน

4 ต.ค. 2556

ส.ไทยรับสร้างบ้านเผยดีมานด์สร้างบ้านหลังใหม่เติบโตขึ้นมาก หลังผู้ประกอบการพากันโหมออกแคมเปญกระตุ้นการตัดสินใจ ชี้ตลาดต่างจังหวัดเป็นขุมทองของการสร้างโอกาสและรายได้กว่าร้อยละ 90 ของมูลค่าตลาดปีนี้ที่คาดว่าสูงกว่า12,000 ล้านบาท
 
นายสิทธิพร สุวรรณสุต นายกสมาคมไทยรับสร้างบ้าน เปิดเผยถึงภาพรวมธุรกิจรับสร้างบ้านในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล รวมทั้งในต่างจังหวัดช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ว่าปริมาณและมูลค่าตลาดรับสร้างบ้านหรือความต้องการสร้างบ้านหลังใหม่ขยายตัวได้ดีกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับ 2 ไตรมาสที่ผ่านมา โดยเฉพาะในกลุ่มสมาชิกสมาคมฯ นั้นมียอดขายบ้านเติบโตขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 10 เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อน แต่ยังมีสัดส่วนยอดขายบ้านต่ำกว่าไตรมาสแรกของปีนี้ 
 
ทั้งนี้ ปัจจัยที่กระตุ้นความต้องการสร้างบ้านหลังใหม่และยอดขายที่ขยายตัวในช่วงไตรมาส 3 มาจากการที่ผู้ประกอบการรับสร้างบ้าน ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดที่แข่งขันอยู่ในธุรกิจนี้ โหมกระตุ้นกำลังซื้อผู้บริโภคอย่างพร้อมเพรียงกัน
 
จากสถานการณ์ดังกล่าว สมาคมฯ ประเมินว่าปริมาณและมูลค่าตลาดรวมรับสร้างบ้านในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา ขยายตัวเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 12 ขณะที่ยอดขายบ้านรวมเฉพาะในกลุ่มสมาชิกสมาคมฯ เติบโตกว่าร้อยละ 40 เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่แล้ว 
 
เมื่อแยกสัดส่วนยอดขายบ้านเป็นรายภูมิภาค พบว่า พื้นที่ภาคกลางมีสัดส่วนยอดขายเป็นอันดับ 1 หรือคิดเป็นร้อยละ 32 อันดับที่ 2 ภาคอีสานมีสัดส่วนยอดขายร้อยละ 25 อันดับที่ 3 ภาคใต้ร้อยละ 21 และภาคเหนือ, กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีสัดส่วนยอดขายร้อยละ 14 และ 8 ตามลำดับ 
 
 โดยจากการสำรวจตลาดในช่วงไตรมาสที่ผ่านมาพบว่ากำลังซื้อผู้บริโภคค่อนข้างกระจุกตัว หรือตัดสินใจเลือกสร้างบ้านกับผู้ประกอบการที่มีชื่อเสียงและมีความน่าเชื่อถือเป็นสำคัญ โดยสมาคมฯ ประเมินว่าบริษัทรับสร้างบ้านในกลุ่ม Top 5 น่าจะมีแชร์ส่วนแบ่งกว่าร้อยละ 40 จากมูลค่าตลาดรวม ในขณะที่มีบริษัทรับสร้างบ้านรายเล็กรายกลางที่แข่งขันอยู่ในตลาดรับสร้างบ้านรวมๆ กันแล้วเกือบ 100 ราย
 
สำหรับ ในช่วง 3 เดือนสุดท้ายปีนี้ สมาคมฯ คาดการณ์ว่าบริษัทรับสร้างบ้านในกลุ่ม Top 5 ซึ่งได้แก่ กลุ่มพีดีเฮ้าส์ กลุ่มซีคอนโฮม กลุ่มบิวท์ทูบิวด์ กลุ่มแลนดี้โฮม และกลุ่มรอแยลเฮ้าส์ น่าจะยังรุกทำตลาดทั้งในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมทั้งตลาดต่างจังหวัดอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เป็นเพราะต้องการทำตลาดและเร่งตัวเลขยอดขายให้เป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ในปีนี้ 
 
ในขณะที่ผู้ประกอบการรับสร้างบ้านรายกลางและใหญ่ อย่างเช่น เอสซีจีไฮม์ และอีก 2-3 รายที่แตกไลน์มาจากผู้ผลิตและจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง สามารถแชร์ส่วนแบ่งตลาดรับสร้างบ้านได้อีกกว่า 1,000 ล้านบาท (ไม่นับมูลค่ารับสร้างบ้านให้โครงการบ้านจัดสรร) ซึ่งหากประเมินตัวเลขยอดขายและรายได้ของผู้ประกอบการรายกลางรายเล็กที่แข่งขันทำการตลาดกันอยู่ในธุรกิจรับสร้างบ้านเกือบ100 ราย เฉลี่ยแล้วจะมีส่วนแบ่งตลาดหรือยอดขายประมาณ 50-70 ล้านบาทต่อรายต่อปี 
 
อย่างไรก็ดี ในช่วงไตรมาสสุดท้ายนี้ แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจจะเป็นไปในทิศทางชะลอตัว แต่สมาคมฯ ประเมินว่าผู้บริโภคและประชาชนยังมีความต้องการสร้างบ้านหลังใหม่ ทั้งนี้ เพราะตลาดรับสร้างบ้านในต่างจังหวัดยังมีกำลังซื้ออยู่จำนวนมาก เพียงแต่ผู้ประกอบการที่แข่งขันอยู่ในธุรกิจนี้ โดยเฉพาะกลุ่ม Top 5 ควรหันมาทำตลาดและให้บริการรับสร้างบ้านในต่างจังหวัดมากขึ้น ซึ่งจะเป็นการเพิ่มตัวเลขยอดขายให้เป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ และจะส่งผลให้ภาพรวมตลาดรับสร้างบ้านปีนี้ เติบโตทะลุตัวเลขสองหลักในรอบ 5 ปี
 
“จากการประเมินของสมาคมฯ พบว่าปริมาณและมูลค่าบ้านสร้างเอง ประเภทบ้านเดี่ยวทั่วประเทศในปี 2556 นี้ มีจำนวนกว่า 80,000 หน่วย โดยแบ่งออกเป็นกทม.และปริมณฑลประมาณเกือบ 20,000 หน่วย และต่างจังหวัดประมาณ 60,000 หน่วยเศษ โดยกลุ่มบริษัทรับสร้างบ้านที่แข่งขันอยู่ในธุรกิจปีนี้ คาดว่าจะมีแชร์ส่วนแบ่งทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมทั้งในต่างจังหวัดเพียง 3,800-4,000 หน่วย ฉะนั้นโอกาสที่จะเพิ่มแชร์ส่วนแบ่งตลาดต่างจังหวัดจึงยังสดใส และน่าจะขยายตัวได้อีกมาก” นายสิทธิพร กล่าวทิ้งท้าย  
 
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย กาญจนา พาหา บรรณาธิการ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kanchana@ddproperty.com       
 
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่  
 
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ 
เขียนความเห็น