ตำรวจจราจรเตรียมจับเข้ม10ถนนหลักทั่วกทม.

14 ต.ค. 2556

ตำรวจเดินหน้าแก้ปัญหาจราจรเข้มข้น หลังกรุงเทพฯ ขึ้นแท่นเมืองที่รถติดที่สุดในโลก เตรียมบังคับใช้กฎหมายเข้มข้นเริ่มต้นใน 10 สายหลัก ดีเดย์ 21 ตุลาคมนี้
 
พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ดูแลงานจราจร เปิดเผยว่า บช.น. จะดำเนินการร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการแก้ปัญหาการจราจรภายในกรุงเทพฯ อย่างจริงจังเพื่อแก้ภาพลักษณ์ที่ไม่ดี หลังจากที่สำนักข่าวชื่อดังของอังกฤษอย่าง บีบีซี ได้เผยผลสำรวจ 10 เมืองที่รถติดที่สุดในโลก โดยมีกรุงเทพฯ ครองอันดับ 1 ในการสำรวจดังกล่าว
 
หนึ่งในมาตรการที่ทาง บช.น. จะเริ่มต้นอย่างจริงจังคือการเข้าแก้ไขปัญหาจราจรในถนน 10 สายหลักของกรุงเทพฯ ได้แก่ ถนนลาดพร้าว ถนนพระราม4 ถนนสุขุมวิท ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ถนนสาธรเหนือ-ใต้ ถนนรัชดาภิเษก ถนนพหลโยธิน ถนนรามคำแหง  ถนนราชดำเนินกลางต่อเนื่องบรมราชชนนี และถนนวิภาวดีต่อเกษตรนวมินทร์ โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม 2556 นี้ ซึ่งทาง บช.น. ถือเป็นวันเริ่มต้นปีแห่งการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด เน้นจับจริง ซึ่งในเบื้องต้นเป็นการกวดขันวินัยจราจร โดยเน้นการจับรถจอดในที่ห้ามจอด
 
นอกจากนี้ พล.ต.ต.อดุลย์ ยังได้กล่าวอีกว่า ตำรวจจะดำเนินการจับกุมในข้อหาอื่นๆ ที่จะส่งผลต่อปัญหาการจราจรและอุบัติเหตุ อาทิ การฝ่าไฟแดง การขับรถจักรยานโดยไม่สวมหมวกนิรภัย การเลี้ยวหรือกลับรถในที่ห้าม ฯลฯ 
 
ทั้งนี้ ตามรายงานจากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ถึงสถิติการกระทำผิดกฎหมายจราจรในกรุงเทพฯ ปี 2556 ช่วงระหว่างเดือนมกราคม – สิงหาคม พบว่า มีผู้กระทำความผิดและถูกออกใบสั่งมากถึง 690,925 ราย แต่มีผู้มาชำระค่าปรับเพียง172,731 ราย หรือคิดเป็น 20% เท่านั้น ซึ่งข้อหาที่มีผู้กระทำผิดมากเป็นอันดับ 1 ได้แก่  จอดรถในที่ห้ามจอด 217,967 ราย รองลงมาคือการขับขี่รถจักรยานยนต์โดยไม่สวมหมวกนิรภัย 64,528 ราย, ใช้รถส่วนประกอบไม่ครบถ้วน 60,714 ราย, ไม่มีใบขับขี่ 44,697 ราย, ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร 43,939 ราย, จอดรถกีดขวางการจราจร 34,891 ราย, เลี้ยวหรือกลับรถในที่ห้าม 33,863 ราย, เดินรถในเวลาห้าม 24,390 ราย, จอดรถบนทางเท้า 23,514 ราย, ขับรถย้อนศร 22,477 ราย, ขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด 14,827 ราย และแซงในที่คับขัน 14,549 ราย
 
สำหรับ 10 อันดับเมืองที่รถติดที่สุดในโลกของสำนักข่าวบีบีซี ประเทศอังกฤษ ได้แก่  
1.กรุงเทพฯ, ไทย 
2.จาการ์ตา, อินโดนีเซีย 
3. ไนโรบี้, เคนย่า 
4. มะนิลา, ฟิลิปปินส์ 
5. มุมไบ, อินเดีย 
6. กัมปาลา, ยูกันดา 
7. เล็กซิงตัน, รัฐเคนตักกี้, สหรัฐอเมริกา 
8. เมืองออสติน, เท็กซัส สหรัฐอเมริกา 
9. โซล, เกาหลีใต้ 
10. ธาก้า, บังกลาเทศ
 
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย กาญจนา พาหา บรรณาธิการ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kanchana@ddproperty.com        
 
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่  
 
 
 
 
เขียนความเห็น