กูรูอสังหาฯส่องสถานการณ์ตลาดในลาว

31 ต.ค. 2556

คอลลิเออร์สเผยลาวกำลังเนื้อหอมในหมู่นักลงทุนต่างชาติ เวียดนาม จีน ไทย เป็น 3 ชาติแรกที่เข้าไปลงทุนมากสุด
 
นายสุรเชษฐ กองชีพ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เปิดเผยว่าจากรายงานตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวฉบับล่าสุดพบว่าในช่วงที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติจำนวนมากเข้าไปลงทุนในประเทศลาว ทั้งในรูปแบบของการขยายธุรกิจเพิ่มเติม หรือว่าเป็นการเข้าไปลงทุนใหม่ ส่งผลให้จำนวนของชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าไปทำงาน หรือนักท่องที่ยวมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 
 
“นักลงทุนจากประเทศเวียดนาม จีน และไทย เป็นนักลงทุนต่างชาติที่ลงทุนในประเทศลาวมากที่สุดสามอันดับแรก เนื่องจากเป็นประเทศที่มีชายแดนติดกับประเทศลาว นอกจากนี้ 8 ใน 10 อันดับแรกเป็นนักลงทุนจากประเทศในอาเซียน แม้ว่าลาวจะไม่มีทางออกไปสู่ทะเล แต่ว่าทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างมหาศาลและเศรษฐกิจที่อยู่ในภาวะขยายตัวในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ได้กลายเป็นแม่เหล็กชั้นดีที่ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ” นายสุรเชษฐ กล่าว
 
หนึ่งในปัจจัยที่ส่งเสริมบรรยากาศการลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติ คือการที่รัฐบาลลาวให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะถนนภายในประเทศ  รวมไปถึงการเดินหน้าก่อสร้างของโครงการขนาดใหญ่บางโครงการ เช่น โครงการเขื่อนเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าในแม่น้ำโขง เป็นการเพิ่มความเชื่อมั่นในด้านพลังงานให้กับประเทศ นอกจากนี้ การที่รัฐสภาของลาวได้อนุมัติโครงการรถไฟความเร็วสูงระยะทางยาวประมาณ 420 กิโลเมตรเมื่อเดือนตุลาคม 2555 แม้ว่าความคืบหน้าโครงการนี้จะยังมีไม่มากนักก็ตาม
 
นอกจากนี้ แผนที่จะสร้างการเชื่อมต่อกับประเทศไทยและเวียดนามผ่านเส้นทางรถไฟความเร็วสูงอีกเส้นทางหนึ่งจากสะหวันนะเขตไปยังลาวบาวในเวียดนามตามแนวระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก ซึ่งโครงการนี้จะช่วยส่งเสริมเขตเศรษฐกิจพิเศษในสะหวันนะเขต และลาวบาว รวมทั้งในมุกดาหารของไทยด้วย
 
ที่ผ่านมารัฐบาลลาวมีการประกาศเขตเศรษฐกิจพิเศษเพื่อดึงดูดการลงทุน โดยสิทธิประโยชน์ และสิทธิพิเศษด้านภาษีนั้นแตกต่างกันไปตามทำเลที่ตั้ง และวัตถุประสงค์ในการลงทุน
 
“เขตเศรษฐกิจพิเศษเหล่านี้ตั้งอยู่ตามแนวชายแดนของประเทศลาวเพื่อดึงดูดนักลงทุนท้องถิ่นและต่างชาติ โดย 9 ใน 10 เขตเศรษฐกิจพิเศษตั้งอยู่ติดกับชายแดนประเทศไทย และไม่ไกลจากสะพานมิตรภาพทุกแห่ง ส่วนอีกเขตนั้นตั้งอยู่ในใกล้กับชายแดนจีนที่หลวงน้ำทา นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีแผนที่จะเพิ่มจำนวนของเขตเศรษฐกิจพิเศษเป็น 41 แห่งภายในปี 2563” นายสุรเชษฐ อธิบาย
 
สำหรับภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเวียงจันทน์นั้นจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นจะสงผลดีต่อธุรกิจอสังหาฯ ประเภทต่างๆ 

“ปัจจุบันมีโรงแรมที่กำลังก่อสร้างหลายแห่ง มีห้องพักรวมกันประมาณ 990 ห้อง โดยทั้งหมดมีกำหนดที่จะเปิดให้บริการในปี 2557 ซึ่งในจำนวนนี้เป็นโครงการโรงแรมระดับ 4-5 ดาวที่พัฒนาโดยนักลงทุนต่างชาติ เช่น กลุ่ม HAGL จากเวียดนาม กลุ่มเดอะรีกัลโกลบอลอินเวสท์เมนท์ แอนด์ ดีเวลลอปเมนท์ของสิงคโปร์ นอกจากนี้ ยังมีโครงการขนาดใหญ่ในอนาคตของนักลงทุนชาวต่างชาติอีกหลายโครงการที่มีแผนจะพัฒนาในเวียงจันทน์ อาทิ โครงการ Vientiane New World ตามแนวแม่น้ำโขง, โครงการ The World Trade Centre ในใจกลางเวียงจันทน์, โครงการ Vientiane Complex และอีกโครงการที่พัฒนาโดยกลุ่ม BIM ของเวียดนาม”
 
การที่มีนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนเป็นจำนวนมากส่งผลให้เกิดดีมานด์ในพื้นที่อาคารสำนักงานคุณภาพที่มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี มีที่จอดรถเพียงพอ และการบริหารอาคารที่มีคุณภาพ แม้ว่าจะมีนักลงทุนชาวต่างชาติหลายรายที่เช่าบ้านเดี่ยว หรืออาคารพาณิชย์เพื่อใช้เป็นสำนักงาน
 
“อาคารสำนักงานแห่งแรกในเวียงจันทน์เปิดให้บริการเมื่อปี 2536 ในเขตจันทะบูลี แต่เนื่องจากปัญหาขาดแคลนที่ดิน และราคาที่ดินที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้เป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาตลาดอสังหาฯ ในเขตดังกล่าว ส่งผลให้เกิดการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ใหม่ๆ ในพื้นที่อื่นแทน” นายสุรเชษฐเสริม
 
สำหรับอัตราค่าเช่าเฉลี่ยของอาคารสำนักงานในเวียงจันทน์อยู่ที่ 5 – 15 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐต่อเดือน ขึ้นอยู่กับสิ่งอำนวยความสะดวก และทำเลที่ตั้ง ในขณะที่อัตราการเช่าค่อนข้างสูง แม้ว่าจะมีพื้นที่ในอาคารสำนักงานที่ยังคงว่างอยู่ โดยเฉพาะในอาคารสำนักงานที่ตั้งอยู่ไกลจากพื้นที่ธุรกิจ”  
 
ในส่วนของตลาดพื้นที่ค้าปลีกถือเป็นอีกหนึ่งตลาดที่นักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจ แม้ว่าจำนวนประชากรในเวียงจันทน์จะไม่มาก และไม่เหมาะกับโครงการศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ซัพพลายพื้นที่ค้าปลีกในเวียงจันทน์ยังคงมีอยู่ไม่มาก ซึ่งส่วนใหญ่สร้างเสร็จและเปิดให้บริการในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเท่านั้น แต่ว่าโครงการเหล่านี้ยังคงมีมาตรฐานต่ำกว่าโครงการอื่นๆ ในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะการแบ่งและจัดพื้นที่เช่า
 
“ผู้ประกอบการซูเปอร์สโตร์ มอลล์ และศูนย์การค้าในประเทศไทยก็กำลังมองหาลู่ทางในการเปิดศูนย์การค้าแห่งแรกของตนเองในลาว โดยเฉพาะในเวียงจันทน์และหลวงพระบาง แต่อาจจะมาในรูปแบบที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก เนื่องจากประชากรในลาวยังคงมีไม่มาก” นายสุรเชษฐสรุปทิ้งท้าย
 
ภาพ: เมืองเวียงจันทน์ โดย Jean-Pierre Dalbéra on flickr 
 
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย กาญจนา พาหา บรรณาธิการ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kanchana@ddproperty.com        
 
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่  
 
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ 
เขียนความเห็น