ตลาดธุรกิจบริหารโครงการอสังหาฯส่อแววบูม

17 ธ.ค. 2556

ธุรกิจบริหารโครงการอสังหาฯ ทั้งแนวราบ-แนวสูงส่อแววโต หลังตลาดที่อยู่อาศัยขยายตัวทั้งในเมืองกรุงและต่างจังหวัด คนวงในเผยทางการเตรียมออกกฎหมายบังคับให้ทุกโครงการที่อยู่อาศัยต้องมีนิติบุคคลบริหารผ่านองค์กรมืออาชีพเหมือนในยุโรป
 
นายธนันทร์เอก หวานฉ่ำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์ เรียลตี้ แมเนจเม้นท์ จำกัด (IRM) และอดีตนายกสมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าหลังจากที่บริษัทได้ดำเนินธุรกิจในฐานะที่ปรึกษาการบริหารจัดการชุมชนและอาคารในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นหลัก ในปี 2557 บริษัทมีแผนที่จะเข้าไปให้บริการในพื้นที่ต่างจังหวัดมากขึ้น โดยเน้นไปที่ภาคเหนือและภาคอีสาน เนื่องจากเป็นภูมิภาคที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทั้งบ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียมมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว 
 
“โดยเฉพาะเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมามีผู้ประกอบการจำนวนมากได้ไปพัฒนาโครงการใหม่ ๆ หลายแห่งหลังจากที่สร้างเสร็จและมีผู้เข้าอยู่อาศัยจึงต้องการนักบริหารชุมชนเข้าไปทำหน้าที่เช่นเดียวกับตลาดในกรุงเทพฯ” นายธนันทร์เอกกล่าว
 
ก่อนหน้านี้บริษัทได้เข้าไปทดลองตลาดในภาคอีสาน ด้วยการเข้าไปบริหารโครงการกัลปพฤกษ์ เลควิลล์ ขอนแก่นของ บมจ.ซีพีแลนด์ และมีโครงการคอนโดมิเนียมในจังหวัดดังกล่าวที่บริษัทเข้าไปบริหารจัดการอีก 6 แห่ง ทั้งนี้ ด้วยแนวโน้มว่าจะมีผู้ประกอบการรายอื่น ๆ ทยอยเข้ามาใช้บริการมากขึ้น  ในปี 2557 บริษัทจึงมีแผนที่จะเปิดสาขาที่จังหวัดขอนแก่น เพื่อรองรับความต้องการของโครงการอสังหาทรัพย์ในภาคอีสาน
 
นอกจากนี้แล้วยังมีแผนที่จะเปิดสาขาเชียงใหม่ เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในภาคเหนือ เพราะนอกจากเชียงใหม่แล้ว จังหวัดอื่นๆ ที่เป็นเมืองอุตสาหกรรมและศูนย์กลางด้านการลงทุน มีแนวโน้มว่าภายใน1-3 ปีข้างหน้าจะมีโครงการที่อยู่อาศัยประเภทต่าง ๆ สร้างเสร็จ และต้องการผู้ที่มีประสบการณ์เข้าไปทำหน้าที่บริหารชุมชนเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน 
 
“ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มาจากส่วนกลางและให้ความสำคัญกับการบริหารหลังการขาย ทั้งยังทราบดีว่าเมื่อขายหมดแล้วจะต้องส่งไม้ต่อให้กับนักพัฒนาชุมชนและอาคาร ในขณะเดียวกันในท้องถิ่นยังขาดผู้ที่มีประสบการณ์เข้ารองรับการขยายตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เราจึงมั่นใจว่าการเปิดสาขาทั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือจะได้รับการยอมรับจากจากผู้ประกอการในท้องถิ่นเป็นอย่างดี เนื่องจากที่ผ่านมาการบริหารกันเองของคนในท้องถิ่น ยังไม่ได้สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับโครงการได้อย่างเต็มที่ และส่วนใหญ่ได้พบกับปัญหาต่าง ๆ ทั้งเรื่องความไม่เข้าใจกฎหมายและกฎกติกาได้ของการอยู่ร่วมกันภายใต้ พ.ร.บ.อาคารชุดและบ้านจัดสรร”
 
นายธนันทร์เอกกล่าวเพิ่มเติมว่า ไม่ว่าจะเป็นการบริหารโครงการในกรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัด ผู้อยู่อาศัยในโครงการมีความหลากหลาย และส่วนใหญ่มักไม่เข้าใจถึงกฎกติกาและเงื่อนไขการอยู่ร่วมกันในชุมชนและอาคาร โดยเฉพาะเรื่องค่าส่วนกลาง ฯลฯ ดังนั้น นักบริหารจะต้องมีประสบการณ์และความรู้เพียงพอในการทำให้ทุกคนในโครงการยอมจ่าย โดยเฉพาะโครงการอาคารชุดที่ผู้ซื้อไม่ได้อยู่อาศัยจริงมักจะมีปัญหาดังกล่าว 
 
“ในอนาคตกฎหมายจะระบุให้ทุกนิติบุคคลของหมู่บ้านและอาคารต้องมีองค์กรเข้าไปบริหารและจัดการ และบังคับให้จ้างผู้ที่ผ่านการอบรมและมีความรู้ในวิชาชีพการบริหารชุมชนและอาคาร เช่นเดียวกับประเทศในยุโรปที่กฎหมายระบุให้ทุกอาคารจะต้องมีนักบริหารที่มีใบประกอบวิชาชีพเข้ามาทำงาน” นายธนันทร์เอกกล่าวทิ้งท้าย
 
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย กาญจนา พาหา บรรณาธิการ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kanchana@ddproperty.com   
 
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่  
 
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ  
เขียนความเห็น