CBREเผยแนวโน้มใหม่ตลาดบ้านภูเก็ต

13 พ.ค. 2556

 
ซีบีอาร์อี ประเทศไทยเผยเทรนด์ตลาดอสังหาฯ ภูเก็ตเปลี่ยนแปลงมากสุดนับตั้งแต่ปี 40 มีผู้พัฒนาโครงการในตลาดหลักทรัพย์จากกรุงเทพฯ มากขึ้น โปรไฟล์ผู้ซื้อเป็นคนไทยมากขึ้น และดีมานด์ที่พักอาศัยไซส์เล็ก ราคาต่ำกว่า 10 ล้านกำลังมาแรง  
 
จากรายงานตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต "ภูเก็ต พร็อพเพอร์ตี้ รีพอร์ต" ฉบับล่าสุดของซีบีริชาร์ด เอลลิส ประเทศไทย (CBRE) พบว่าตั้งแต่ช่วงปลายปี 2555 ที่ผ่านมาตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตมีความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนับตั้งแต่วิกฤติเศรษฐกิจในปี 2540 และมีแรงขับเคลื่อนจากหลายปัจจัยด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการเข้ามาของผู้ประกอบการจากกรุงเทพฯ ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์  แนวโน้มเรื่องขนาดที่พักอาศัยที่เล็กลงคล้ายคลึงกับโครงการในหัวหินและพัทยา  และปริมาณผู้ซื้อชาวไทยที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก 
 
หลังจากที่ตลาดชะลอตัวลงอันเนื่องมาจากวิกฤติเศรษฐกิจโลกในปี 2551 ปัจจุบันตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตกำลังมีกระแสใหม่เกิดขึ้น โดยในปี 2554 ตลาดเริ่มเกิดความเปลี่ยนแปลงเมื่อผู้ประกอบการรายใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จากกรุงเทพฯ อาทิ แสนสิริ และ ศุภาลัย เริ่มเข้ามาทำตลาดอย่างจริงจัง  โครงการในช่วงแรกๆ ของผู้ประกอบการดังกล่าวมุ่งเน้นที่ตลาดระดับเริ่มต้นที่มีฐานตลาดกว้างและได้รับความสำเร็จอย่างสูงทันที สามารถปิดการขายทั้งโครงการได้ในระยะเวลาเพียงไม่กี่วันหลังจากเปิดขาย โดยมีฐานลูกค้าชาวไทยเป็นหลัก
 
ความสำเร็จของโครงการเหล่านี้ได้ทำให้ผู้ประกอบการอีกหลายรายเริ่มพิจารณาถึงความเป็นไปได้ของการพัฒนาโครงการในภูเก็ตที่มีรูปแบบที่คล้ายโครงการในหัวหินและพัทยาที่สามารถดึงดูดทั้งลูกค้าชาวไทยและชาวต่างชาติ  รูปแบบที่กล่าว คือ ที่พักอาศัยมีขนาดเล็กลง และราคาขายต่อห้องหรือต่อหลังถูกลงอย่างมาก   
 
ทั้งนี้ CBRE มองว่าเป็นการเริ่มต้นของการเกิดตลาดใหม่และเป็นตลาดมีความยั่งยืนในภูเก็ต
 
นอกจากนี้ ในช่วงปลายปี 2555 บริษัท ลากูน่า รีสอร์ท แอนด์ โฮเท็ล จำกัด (มหาชน) ได้ประกาศเปิดโครงการลากูน่า ชอร์ส ภายในพื้นที่โครงการลากูน่า ภูเก็ต โดยโครงการดังกล่าวประกอบด้วยห้องชุดขนาดตั้งแต่ 42 ตารางเมตรขึ้นไปและในการเปิดการขายช่วงแรกมีราคาเริ่มต้นที่ 4 ล้านบาท  โดยในช่วงไตรมาสที่ 4/2555 สามารถปิดการขายไปได้ถึง 47% โดยมีลูกค้าหลักเป็นชาวต่างชาติ
 
จากนั้น ในช่วงไตรมาสที่ 1/ 2556 แสนสิริประกาศเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมหรูริมทะเลแห่งใหม่ชื่อ “บ้านไม้ขาว” ซึ่งได้รับความสนใจจากกลุ่มลูกค้าชาวไทยที่ต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตเป็นอย่างมาก ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากฐานลูกค้าที่เหนียวแน่นของแสนสิริ การเปิดโครงการบ้านไม้ขาวยังเป็นการเปิดตลาดในพื้นที่แถบไม้ขาว ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงแรมชั้นนำหลายแห่งและเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการเติบโตซึ่งเทียบได้กับโครงการที่เกิดขึ้นในแถบบางเทาในช่วงต้นทศวรรษ 2530 โดยเริ่มต้นจากการเปิดตัวของโครงการลากูน่า ภูเก็ต
 
อีกหนึ่งโครงการที่เพิ่งเปิดพรีเซลไปเมื่อไม่นานมานี้ คือ โครงการอมารี เรสซิเดนส์ ภูเก็ต ซึ่งเป็นโครงการที่พักอาศัยระดับหรู ตั้งอยู่บนทำเลที่สามารถมองเห็นอ่าวป่าตองได้ โดยโครงการดังกล่าวพัฒนาโดย บริษัท อมารี เอสเตท จำกัดภายใต้เครือบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) โครงการนี้จะบริหารจัดการอาคารและได้รับการบริการทั้งหมดโดยโรงแรมอมารี ภูเก็ต รีสอร์ท ซึ่งรวมถึงการจัดการปล่อยเช่าและรับประกันผลตอบแทนจากการเช่าสูงถึง 6% ต่อปีในช่วงเวลา 3 ปีแรก
 
การเปิดโครงการใหม่เหล่านี้ ได้แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต เพราะเป็นโครงการที่พัฒนาโดยผู้ประกอบการไทยที่มีความน่าเชื่อถือและไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเงินทุนหมุนเวียนจากยอดขายเพื่อนำมาใช้เริ่มต้นการก่อสร้าง  ดังนั้นโครงการเหล่านี้จึงสามารถส่งมอบได้ทันตามกำหนดและสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ซื้อได้มากกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับโครงการที่พัฒนาโดยผู้ประกอบการหน้าใหม่ ซึ่งมีงบประมาณจำกัด
  
นอกเหนือจากการเปลี่ยนแปลงในเรื่องผู้ประกอบการแล้ว ตลาดที่พักอาศัยภูเก็ตยังมีการปลี่ยนแปลงโดยเริ่มได้รับความสนใจจากผู้ซื้อชาวไทยเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ นักลงทุนชาวไทยที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นยังกำลังมองหาโอกาสการลงทุนที่นอกเหนือไปจากตลาดอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ  และภูเก็ตก็เป็นทางเลือกที่เหมาะอย่างยิ่ง เพราะเป็นตลาดที่มีชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวมากที่สุดรองจากกรุงเทพฯ และยังมีระบบสาธารณูปโภครองรับความเจริญเติบโตในอนาคต   แม้ว่าสัดส่วนผู้ซื้อชาวไทยในภูเก็ตจะยังคงน้อยกว่าในหัวหินและพัทยา แต่การที่มีผู้ซื้อชาวไทยในภูเก็ตเพิ่มมากขึ้นก็นับว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญมาก
 
นายเดวิด ซีมิสเตอร์ ประธาน CBRE ประเทศไทยกล่าวว่า "จากการที่ได้เข้ามามีบทบาทในตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตตลอด 25 ปีที่ผ่านมา สิ่งเหล่านี้นับว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่เราได้พบในตลาดภูเก็ตนับตั้งแต่ปี 2550 ความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ได้นำไปสู่การที่ตลาดได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้นจากทั้งผู้ประกอบการและผู้ซื้อ  และเกิดการเปิดโครงการใหม่ๆ หลังจากที่ตลาดชะลอตัวเป็นระยะเวลาหลายปี  ความต้องการใหม่ที่เกิดจากลูกค้าชาวไทยยังช่วยส่งเสริมสถานะของเกาะภูเก็ตมีความเข้มแข็งมากขึ้นในฐานะแหล่งพักผ่อนตากอากาศชั้นนำของเอเชียอีกด้วย”
 
CBRE คาดการณ์ว่าจะมีผู้ประกอบการรายใหญ่อื่น ๆ เข้าสู่ตลาดที่พักอาศัยภูเก็ตมากขึ้น โดยการเปิดโครงการขนาด 1 ห้องนอนที่มีขนาดเล็กลง ราคาต่อห้องโดยทั่วไปจะใกล้เคียงกับตลาดพัทยาและหัวหิน แต่เนื่องจากภูเก็ตมีลักษณะเป็นเกาะซึ่งมีข้อจำกัดด้านภูมิศาสตร์บางประการทำให้ซัพพลายในอนาคตที่มีปริมาณจำกัด
 
สำหรับในปี 2556 นี้ บริษัทเชื่อว่าตลาดที่พักอาศัยในภูเก็ตระดับเริ่มต้นที่มีราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาทต่อยูนิต ทั้งที่เป็นคอนโดมิเนียม อพาร์ทเมนท์ให้เช่าระยะยาว และวิลล่าขนาดเล็กที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ด้านในของเกาะจะยังคงคึกคักอย่างต่อเนื่อง  ในขณะที่ตลาดวิลล่าระดับลักซ์ชัวรี่ ซึ่งมีราคาระหว่าง 125 – 250 ล้านบาทต่อหลังและมีจำนวนจำกัดจะยังคงเติบโตได้ดีในระยะยาว เพราะภูเก็ตยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นมีเอกลักษณ์มากมายหลายแห่ง ในขณะที่ตลาดรีเซลส์ในภูเก็ตยังอยู่ช่วงขาขึ้นทั้งในด้านปริมาณลูกค้าที่สนใจและด้านยอดขายอีกด้วย
 
รายงานฉบับดังกล่าวจัดทำขึ้นเป็นรายไตรมาสโดยแผนกวิจัยของ CBRE ซึ่งทำการสำรวจในทุกแง่มุมของตลาด ครอบคลุมตลาดคอนโดมิเนียม อพาร์ทเมนท์ วิลล่า โรงแรม การท่องเที่ยว ที่ดิน และภาคการลงทุน  
 
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่
 
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
 
เขียนความเห็น