อสังหาฯแนวราบต่างจังหวัดส่อแววล้นตลาด

31 พ.ค. 2556

 
ผลสำรวจ AREA ชี้ตลาดที่อยู่อาศัยในจังหวัดภูมิภาคส่อแววโอเวอร์ซัพพลาย โดยประเภทอสังหาฯ ที่ส่อแววล้นตลาดนั้นไม่ใช่คอนโด แต่เป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์
 
ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร  ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส หรือ AREA เปิดเผยว่าจากการสำรวจของศูนย์ข้อมูลฯ ล่าสุด พบว่าอสังหาริมทรัพย์ในต่างจังหวัดมีแนวโน้มอยู่ในภาวะสินค้าล้นตลาด แต่เมื่อพิจารณาลงไปถึงประเภทของที่อยู่อาศัยแล้ว สินค้าที่จะเป็นปัญหากลับไม่ใช่ห้องชุดแต่เป็นสินค้าประเภทอื่น
 
ในท้องที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ สินค้าที่พึงระมัดระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ บ้านเดี่ยวราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งขณะนี้เหลืออยู่ประมาณ 150 ยูนิตและขายได้ช้ามาก เนื่องจากมีราคาสูงเกินไป ส่วนในอำเภอสันทรายห้องชุดราคาตั้งแต่ 3 ล้านบาทขึ้นไปก็ขายได้ช้ามากแต่ไม่น่าเป็นห่วงเพราะเหลืออยู่เพียง 13 ยูนิตเท่านั้น สำหรับในพื้นที่อำเภอสันกำแพงบ้านเดี่ยวราคาตั้งแต่ 5 ล้านบาทก็แทบจะขายไม่ได้แต่ก็ยังโชคดีที่มีจำนวนเหลืออยู่เพียง 35 ยูนิต
 
นอกจากนี้ ในท้องที่อำเภอแม่ริม สินค้าที่มีราคาตั้งแต่ 3 ล้านบาทขึ้นไปทั้งบ้านเดี่ยวและห้องชุดขายได้ช้ามาก ส่วนสินค้าราคาต่ำกว่านี้ยังขายได้พอสมควร สำหรับในเขตอำเภอหางดงบ้านเดี่ยวราคา 5 ล้านบาทขึ้นไปแทบจะขายไม่ได้เลยแต่ทั้งนี้มีเหลืออยู่เพียง 50 ยูนิต ส่วนในพื้นที่อำเภอสารภีที่ดินจัดสรรแปลงละเกือบ 1 ล้านบาทแทบจะขายไม่ได้ แต่ก็มีจำนวนเหลืออยู่เพียง 50 แปลง
 
สำหรับในจังหวัดเชียงราย สินค้าแทบทุกกลุ่มขายดี ยกเว้นตึกแถวจำนวนประมาณ 200 หน่วยที่ขายในราคา 2-3 ล้านบาท อาจประสบปัญหาในการขาย รวมทั้งห้องชุดราคา 5-10 ล้านบาทก็ขายได้ยากมากเพราะถือว่ามีราคาแพงสำหรับท้องที่ดังกล่าว
 
สำหรับในภาคตะวันออกเฉียงเหนือโดยเฉพาะจังหวัดนครราชสีมา บ้านเดี่ยวราคาเกือบ 1 ล้านบาท ที่แม้จะมีราคาถูกแต่กลับขายได้ช้าคงเป็นเพราะทำเลไม่ดี รวมทั้งบ้านแฝดราคาประมาณ 8 แสนบาทก็ขายได้ช้ามากเช่นกัน เช่นเดียวกับทาวน์เฮ้าส์ราคา 3-5 ล้านบาทที่ขายได้ช้า ส่วนจังหวัดขอนแก่นและอุดรธานีไม่มีสินค้าประเภทใดที่น่าเป็นห่วงเลย 
 
ในขณะที่ผลสำรวจในพื้นที่ภาคตะวันออก ในจังหวัดชลบุรีโดยเฉพาะในอำเภอเมือง ทาวน์เฮ้าส์ราคา 3-5 ล้านบาทซึ่งเป็นทาวน์เฮ้าส์ราคาสูงสุดในพื้นที่ขายไม่ค่อยออก ส่วนในเขตเมืองพัทยาฝั่งติดทะเลห้องชุดราคา 20 ล้านบาทขึ้นไปขายแทบไม่ได้ทั้งนี้คงเป็นเพราะราคาสูงเกิน มีผู้ซื้อจำนวนน้อย เช่นเดี่ยวกับห้องชุดราคา 3-5 ล้านบาทในโซนพัทยาฝั่งเนินเขาก็ขายได้ค่อนข้างช้าแต่ไม่น่าเป็นห่วงเพราะเหลืออยู่เพียง 50 ยูนิต ส่วนประเภทของอสังหาฯ ที่น่าห่วงคงเป็นบ้านแฝดราคา 3-5 ล้านบาท ที่ยังมีเหลืออยู่เกือบ 150 ยูนิต
 
ส่วนในเขตอำเภอเมืองระยองมีเพียงทาวน์เฮ้าส์ที่ขายในราคา 3-5 ล้านบาทซึ่งเป็นราคาสูงสุด เหลือขายอยู่เกือบ 100 ยูนิต คาดว่าจะต้องใช้เวลาขายอีกเกือบ 40 เดือน สำหรับในพื้นที่มาบตาพุด ทาวน์เฮ้าส์ราคาเกือบ 1 ล้านบาทขายได้ช้ามากแต่เหลืออยู่เพียง 40 ยูนิตเท่านั้น ในพื้นที่บ้านฉาง บ้านพลา ห้องชุดราคา 3 ล้านบาทเศษก็ขายแทบไม่ได้ แต่ไม่อยู่ในสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงเพราะเหลืออยู่เพียงไม่ถึง 10 ยูนิต
 
ด้านเขตชายฝั่งทะเลตะวันตก บ้านเดี่ยวราคา 20 ล้านบาทขึ้นไปบริเวณชะอำน่าจะขายได้ยาก โดยปัจจุบันยังมีเหลือขายอยู่ในตลาดประมาณ 230 ยูนิต เช่นเดี่ยวกับบ้านเดี่ยวช่วงหัวหิน-ปราณบุรี โดยบ้านเดี่ยวราคา 20 ล้านบาทขึ้นไปขายได้ช้ามาก โดยเหลือขายอยู่เกือบ 100 ยูนิต ส่วนสินค้าประเภทและระดับราคาอื่นไม่มีปัญหาแต่อย่างใด
 
สำหรับจังหวัดภูเก็ต โดยเฉพาะในเขตอำเภอเมืองมีเพียงห้องชุดราคา 10 ล้านบาทขึ้นไปที่แทบจะขายไม่ได้ แต่ปัจจุบันก็เหลือขายอยู่เพียง  10 ยูนิตเท่านั้น  
สำหรับจังหวัดอื่นๆ ในภาคใต้ จังหวัดนครศรีธรรมราชมีทาวน์เฮ้าส์ราคา 2-3 ล้านบาทที่แทบจะขายไม่ได้เนื่องจากมีราคาแพงเกินไปสำหรับพื้นที่ โดยเหลือขายอยู่เกือบ 450 ยูนิต ส่วนในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ที่อยู่อาศัยที่อาจมีปัญหาในการขายได้แก่บ้านเดี่ยวราคาประมาณ 10-15 ล้านบาท และทาวน์เฮ้าส์ราคา 5-8 ล้านบาท ในขณะที่ห้องชุดต่างๆ กลับขายได้ดี  
 
ทั้งนี้  ดร.โสภณ ได้เสนอว่าเพื่อเป็นการป้องกันปัญหาอุปทานล้นเกินซึ่งอาจเป็นผลส่วนหนึ่งจากการลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก รัฐบาลควรดำเนินการเพิ่มสัดส่วนเงินดาวน์เป็น 10-20% ของมูลค่าตลาด และควรให้มีการคุ้มครองเงินดาวน์ของผู้ซื้อบ้านเป็นภาคบังคับ ซึ่งจะเป็นการสร้างความมั่นคงของตลาดที่อยู่อาศัยในระยะยาว
 
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่
 
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
เขียนความเห็น