ฟันธงวิกฤตแรงงานจุดเปลี่ยนธุรกิจรับสร้างบ้าน

4 ก.ค. 2556

คนธุรกิจรับสร้างบ้านคาดปัญหาแรงงานจะเป็นจุดเปลี่ยนกลไกธุรกิจ ชี้แรงงานต่างด้าวแก้ปัญหาเพียงระยะสั้น ฟันธงตลาดในช่วงครึ่งปีหลังจะคึกคักขึ้นเนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่คนตัดสินใจสร้างบ้านมากกว่าช่วงต้นปี 
 
นายกอบชัย ซอโสตถิกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีคอน โฮม จำกัด กล่าวว่าบริการรับสร้างบ้านในปัจจุบันแตกต่างจากเมื่อ 52 ปีก่อน ที่เห็นชัดคือบริษัทรับสร้างบ้านในระดับราคาสูงๆ มีมากกว่าบริษัทรับสร้างบ้านระดับแมส และตลาดในระดับแมสปัจจุบันกลับกลายไปอยู่ในมือผู้รับเหมารายย่อยเป็นหลัก ในขณะที่ราคาบ้านในช่วงสองปีที่ผ่านมามีราคาแพงมากขึ้นเรื่อยๆ  โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าแรงและวัสดุก่อสร้างที่แพงขึ้น  
 
“ในที่สุดประชาชนส่วนใหญ่จะไม่สามารถปลูกบ้านหรือซื้อบ้านสำเร็จรูปได้ในเงินจำนวนที่เท่ากันกับที่เคยปลูกบ้านได้เมื่อก่อน และอาจจะต้องไปซื้อคอนโดเล็กๆ ตามแนวรถไฟฟ้าในเมืองอยู่แทน ส่วนคนที่ต้องการบ้านระดับราคาสูงๆ อาจจะสู้กับราคาได้ไปในระยะเวลาหนึ่ง แต่สุดท้ายอาจต้านทานไม่ไหว ซึ่งก็เป็นแบบแผนเดียวกับประเทศที่พัฒนาเต็มที่แล้วอย่างสิงคโปร์หรือฮ่องกง” นายกอบชัยกล่าว
 
ทั้งนี้ นายกอบชัยมองว่าภาพของธุรกิจรับสร้างบ้านจะเปลี่ยนไป โดยส่วนใหญ่จะต้องขายบ้านที่เล็กลงเพื่อให้ประชาชนส่วนใหญ่สามารถมีกำลังสร้างได้ และต้องเป็นบ้านที่ประหยัด เน้นพื้นที่ใช้สอยมากกว่าความสวยงาม และต้องใช้แรงงานน้อยลง
 
“แรงงานในปัจจุบันมีจำนวนจำกัดลงไปทุกวันๆ และอาจมีคำถามว่าแรงงานขาดแคลนก็นำแรงงานต่างด้าวแทนได้ไม่ใช่หรือ โดยส่วนตัวมองว่าแรงงานต่างด้าวจะชะลอการเปลี่ยนแปลงได้แค่ชั่วคราว ในที่สุดก็ต้องเปลี่ยนแปลงเหมือนเช่นที่ต่างประเทศเขาเปลี่ยน อาจจจะ 10-20 ปีข้างหน้าเพราะประเทศเราก็ต้องพัฒนาไปเรื่อยๆ ด้วยเช่นกัน" 
 
ด้านนางสาวศุภิชชา ชัยพิพัฒน์ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ซีคอน โฮม จำกัด เปิดเผยว่าจากการวิเคราะห์ถึงพฤติกรรมผู้บริโภคในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ข้อสังเกตหนึ่งพบว่าช่วงครึ่งปีหลังเป็นช่วงที่ลูกค้าตัดสินใจสร้างบ้านมากกว่าช่วงต้นปี ทำให้บริษัทมั่นใจว่ายอดขายทั้งปีจะเป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ที่ 1,300 ล้านบาท โดยเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาพบว่ายังไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก หากพิจารณาจากจำนวนหลังจะพบว่าบ้านหลังเล็กจะมีสัดส่วนการขายที่ดีกว่าบ้านหลังใหญ่ในอัตราร้อยละ 60 และ 40 ตามลำดับ แต่มูลค่ายอดขายจะกลับกันอยู่ที่บ้านหลังเล็กมีมูลค่ารวมร้อยละ 35 ในขณะที่บ้านหลังใหญ่มีมูลค่ารวมอยู่ที่ร้อยละ 65
 
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย กาญจนา พาหา บรรณาธิการ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kanchana@ddproperty.com   
 
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่  
 
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
เขียนความเห็น