หนึ่งในทำเลที่อยู่อาศัยในเมืองที่เป็นย่านยอดนิยมในหมู่ของผู้ซื้อและนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์และเป็นทำเลในฝันของหลายๆ คน นั่นก็คือ สุขุมวิท โดยเฉพาะช่วงสุขุมวิทตอนต้นไล่ยาวมาจนถึงทองหล่อ และถ้าหากมองลึกลงไปในรายละเอียด ย่านหนึ่งที่เป็นทำเลยอดนิยมทั้งในสายตาผู้ประกอบการและผู้ซื้อนั่นก็คือซอยสุขุมวิท 39
สิ่งที่ยืนยันได้ถึงความร้อนแรงของทำเลดังกล่าว นั่นก็คือ การที่บรรดาผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ทั้งรายเล็ก-ใหญ่พากันไปเปิดโครงการในซอยนี้ โดยเฉพาะในช่วง 1-2 ปีหลังนี้ แม้ว่าการหาที่ดินในย่านดังกล่าวสำหรับพัฒนาโครงการใหม่ๆ จะเริ่มหาได้ยากขึ้นแล้วก็ตาม แต่ดูเหมือนนั่นจะไม่ใช่ปัญหาสำหรับบรรดาผู้ประกอบการ โดยเฉพาะรายใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นแสนสิริ เอพี ไทยแลนด์ และเมเจอร์ ดีเวลลอปเมนท์ ต่างพากันไปจับจองพื้นที่ในซอยดังกล่าวผุดโครงการคอนโดมิเนียมในระดับลักซ์ชัวรี่ไปจนถึงซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ เนื่องจากมั่นใจในศักยภาพของทำเลดังกล่าวว่าเป็นที่ต้องการของผู้ซื้อที่ไม่ใช่เป็นกลุ่มลูกค้าทั่วไป แต่เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อไม่ว่าจะเป็นซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองหรือว่าซื้อเพื่อลงทุนปล่อยเช่า
นางสาวอลิวัสสา พัฒนถาบุตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีบี ริชาร์ด เอลลิส (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CBRE ให้ความเห็นว่าการที่ผู้ประกอบการต่างพากันมองว่าทำเลดังกล่าวเป็นทำเลทองนั้น เนื่องจากที่ตั้งซึ่งอยู่ใจกลางย่านสุขุมวิท ใกล้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสพร้อมพงษ์ ใกล้แหล่งช้อปปิ้งอย่างห้างดิเอมโพเรียม และเป็นซอยที่เดินทางสะดวกเนื่องจากสามารถเชื่อมต่อไปยังอโศก เพชรบุรี ทองหล่อได้
นอกจากนี้ ยังเป็นย่านที่มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่มา โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่น จนถึงกับมีคนเรียกย่านดังกล่าวว่าเป็น “ลิตเติ้ลโตเกียว” เลยทีเดียว

สำหรับโครงการที่โดดเด่นในย่านนี้ มีอยู่หลายโครงการด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น “เดอะ เทอร์ทีไนน์” (The XXXIX) คอนโดมิเนียมหรูมูลค่าโครงการ 2,700 ล้านบาทจากค่ายแสนสิริที่สามารถปิดการขายหลังจากเปิดพรีเซลได้ 2 วัน เมื่อช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2555 ที่่ผ่านมา แม้ราคาขายของโครงการดังกล่าวจะเริ่มต้นที่ 10 ล้านบาทหรือประมาณ 200,000 บาทต่อตารางเมตรก็ตาม
นอกจากแสนสิริแล้ว เอพี ไทยแลนด์ ยังยึดทำเลช่วงต้นซอยผุดคอนโดมิเนียมซูเปอร์ไฮเอนด์โครงการแรกของบริษัทในชื่อ "แกรเลอรี ฮรู เดอร์ 39" (Galerie rue de 39) มูลค่า 3,200 ล้านบาท ราคาขายเริ่มต้นที่ 20-100 ล้านบาท หรือเฉลี่ยประมาณ 250,000-300,000 บาทต่อตารางเมตร
ในขณะขาใหญ่ตลาดบนอย่างเมเจอร์ ดีเวลลอปเมนท์ ก็ไม่พลาดส่งโครงการในระดับเดียวกันอย่าง “มาร์ค สุขุมวิท” (Marq Sukhumvit) ที่มีมูลค่าโครงการสูงถึง 6,500 ล้านบาทมาอยู่ข้างๆ กับโครงการจากเอพีฯ ตรงช่วงบริเวณต้นซอย โดยโครงการดังกล่าวมีราคาขายเริ่มต้นที่ 30 ล้านบาท หรือ 250,000 บาทต่อตารางเมตร
ล่าสุด บริษัทในเครือเมเจอร์ ยังเสริมความมั่นใจในดีมานด์บนทำเลสุขุมวิท 39 ด้วยการเปิดคอนโดฯ แบรนด์ใหม่ “มาเอสโตร” (MAESTRO) ซึ่งเป็นคอนโดฯ โลว์ไรส์ 8 ชั้น มูลค่าโครงการรวม 600 ล้านบาท ในราคาขายเฉลี่ยที่ 110,000 บาทต่อตารางเมตร
แม้ทำเลดังกล่าวจะมีชาวญี่ปุ่นอาศัยอยู่มาก แต่กำลังซื้อที่อยู่อาศัยในทำเลนี้จะยังคงเป็นคนไทยและชาวต่างชาติจากประเทศอื่นมากกว่าคนญี่ปุ่นเอง
“ชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่เป็นพนักงานบริษัทญี่ปุ่นซึ่งเป็นกลุ่มที่เข้ามาทำงานชั่วคราวเพียง 2 ปี ซึ่งคนกลุ่มนี้จะเลือกเช่าคอนโดฯ หรืออพาร์ทเมนต์มากกว่าซื้อ ดังนั้น กลุ่มเป้าหมายของโครงการในซอยสุขุมวิท 39 จะเป็นลูกค้าที่ซื้อลงทุนปล่อยเช่า หรือซื้อเพื่ออยู่เองซึ่งมีทั้งชาวไทยและต่างชาติมากกว่า” นางสาวอลิวัสสากล่าว
ทั้งนี้ กรรมการผู้จัดการของ CBRE มองว่าด้วยจำนวนโครงการในย่านดังกล่าวที่มีอยู่มากมาย ทำให้การแข่งขันในมุมของผู้ประกอบการมีอยู่ค่อนข้างสูง แต่ปัจจัยที่จะสนับสนุนให้โครงการเหล่านั้นประสบความสำเร็จในการขายได้ควรเป็นโครงการที่ตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการซื้อเพื่อลงทุน
“โครงการควรมีขนาดห้องที่ไม่ใหญ่เกินไป เพื่อให้ราคาขายต่อห้องไม่สูงมากและได้ผลตอบแทนการเช่าที่สูง และไม่เล็กจนเกินไปเพราะชาวต่างชาติจะต้องการพื้นที่ใช้สอยที่สะดวกสะบาย และควรมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหมาะกับชาวต่างชาติคือ สระว่ายน้ำที่ใหญ่พอสมควร ห้องออกกำลังกาย ซาวน์น่า สนามเด็กเล่น รถรับ-ส่งไปยังสถานีรถไฟฟ้าใกล้เคียง ทำเลที่ตั้งไม่ควรอยู่ในซอยลึกจนเกินไป และรอบข้างไม่ควรถูกบดบังทัศนียภาพจากอาคารอื่น”
แม้ราคาขายจะสูง เมื่อเทียบกับโซนอื่นๆ ของสุขุมวิท แต่ซัพพลายในทำเลดังกล่าวดูเหมือนจะไม่เคยลดน้อยลง ในขณะที่ห้องชุดของคอนโดมิเนียมในย่านนี้มีแต่จะเพิ่มมูลค่าขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จในอีก 1-2 ปีข้างหน้า เพราะเมื่อถึงตอนนั้น ทำเลดังกล่าวจะพัฒนาเพิ่มมากขึ้น ด้วยการขยายอาณาจักรของห้างเอมโพเรียมไปเป็นสาขา 2 และ 3 ในบริเวณใกล้เคียง รวมไปถึงการก่อสร้างของอาคารสำนักงานใหม่อย่างภิรัช ทาวเวอร์ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงไตรมาส 1 ของปี 2557 ยิ่งเป็นปัจจัยบวกที่สนับสนุนให้มูลค่าและราคาของอสังหาฯ ในทำเลทองแห่งนี้ยิ่งพุ่งสูงยิ่งๆ ขึ้น
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย กาญจนา พาหา บรรณาธิการ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kanchana@ddproperty.com
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ