พลัสฯ เผยไลฟ์สไตล์ของ Gen-Y ทำดีมานด์ที่อยู่อาศัยเปลี่ยน คอนโดฯ รับอานิสงส์แรง ชี้ทำเลบางแสนและหาดใหญ่เริ่มส่งสัญญาณคึกคัก หลังอสังหาฯ ส่วนกลางเข้าพัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่อง
นายภูมิภักดิ์ จุลมณีโชติ กรรมการผู้จัดการบริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันการลงทุนของธุรกิจขนาดใหญ่ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ศูนย์การค้า และกลุ่มค้าปลีกต่างๆ ได้หันไปจับตลาดต่างจังหวัดทั้งหัวเมืองใหญ่และหัวเมืองรองต่างๆ มากขึ้นเพื่อรองรับความเจริญและแหล่งงานที่ขยายตัวสู่ต่างจังหวัด ส่งผลให้กำลังซื้อและความต้องการที่อยู่อาศัยที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะตลาดในต่างจังหวัดที่มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา
จากการสำรวจพื้นที่ในภาคตะวันออกและภาคใต้ของบริษัทล่าสุดพบว่า บางแสนและหาดใหญ่เป็นพื้นที่ที่มีตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ค่อนข้างใหญ่ โดยเริ่มส่งสัญญาณการลงทุนจากกลุ่มทุนส่วนกลางเข้าไปในพื้นที่ต่อเนื่องมา 2-3 ปี ซึ่งปัจจัยที่ทำให้ตลาดทั้งสองแห่งคึกคักมากขึ้นเนื่องมาจากปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่มีการเจริญเติบโตต่อเนื่อง
“หาดใหญ่มีผลผลิตด้านสินค้าการเกษตรที่มีราคาสูง เช่น ยางพารา และเป็นเกตเวย์สู่ประเทศเพื่อนบ้าน ในขณะที่บางแสนเป็นศูนย์กลางทางการศึกษา โดยมีสถานศึกษาใหญ่ ได้แก่ มหาวิทยาลัยบูรพาและมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา ซึ่งมีนิสิตนักศึกษารวมกว่า 55,000 คน อีกทั้งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวและใกล้กับชุมชนชาวญี่ปุ่นที่มาทำงานในนิคมอุตสาหกรรมศรีราชา ซึ่งทั้งสองทำเลล้วนเป็นเมืองที่มีสภาพเศรษฐกิจและกำลังซื้อสูงทั้งกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนไทยและต่างชาติ โดยประเภทของที่อยู่อาศัยที่มีแนวโน้มเติบโตดีคือคอนโดฯ ในเมืองที่ใกล้กับแหล่งชุมชนหรือ ซิตี้คอนโด” นายภูมิศักดิ์กล่าว
นอกจากนี้ ปัจจัยที่เสริมให้ซิตี้คอนโดได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากเป็นสินค้าที่ราคาไม่สูง ทำเลที่ตั้งสะดวกสบาย และมีอัตราการผ่อนชำระรายเดือนที่สูงกว่าค่าเช่าอพาร์ตเมนต์เพียงเล็กน้อยแต่กลับได้ถือครองกรรมสิทธิ์ห้องชุด ประกอบกับสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการให้แก่ผู้พักอาศัย ซึ่งตอบสนองต่อความต้องการและไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในกลุ่ม Generation Y หรือ Gen Y ที่มีอายุระหว่าง 19-30 ปี ทั้งนี้จากผลสำรวจของฝ่ายวิจัยในกลุ่ม Gen Y จำนวน 400 คน ปรากฏว่า 25% สนใจอยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
จากตัวเลขในเดือนมิถุนายน 2555 ที่ผ่านมา พบว่าตลาดที่อยู่อาศัยในย่านบางแสนเติบโตสูงมากและมีการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคในอันดับ 1 คือ คอนโดมิเนียม ที่มีการเสนอขาย 4,760 ยูนิต และมีอัตราดูดซับถึง 75%
สำหรับตลาดที่น่าสนใจ คือตลาดคอนโดมิเนียมในราคาต่ำกว่า 40,000 บาท/ตร.ม. และ 40,000-59,999 บาท/ตร.ม. มีจำนวน 4,102 ยูนิต ขายได้ 3,066 ยูนิต ซึ่งขายได้ค่อนข้างเร็ว โดยเฉลี่ย 11 ยูนิตต่อเดือน ส่วน ราคา 60,000-79,999 บาท/ตร.ม. มีจานวน 627 ยูนิต เปิดขายช่วงปี 2553-2554 ซึ่งได้รับการตอบรับค่อนข้างดีที่ 79% โดยส่วนใหญ่ขายได้ 7-8 ยูนิตต่อเดือน
สำหรับตลาดหาดใหญ่ ผู้บริโภคในทำเลดังกล่าวเริ่มให้ความสนใจกับคอนโดมิเนียมมากขึ้น โดยในปี 2555 มีจำนวนซัพพลายเสนอขายใหม่ 35 โครงการ จำนวน 3,795 ยูนิต ในจำนวนนี้เป็นคอนโดฯ สูงถึง 2,771 ยูนิต และมียอดขาย 76% รองลงมาคือบ้านเดี่ยว 663 ยูนิต (ยอดขาย 31%) และทาวน์เฮ้าส์ 361 ยูนิต (ยอดขาย 50%)
ในส่วนของราคา คอนโดฯ ราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาทจะได้รับการตอบรับที่ดี และส่วนใหญ่เสนอขายใน 2 ระดับราคา คือ ราคาต่ำกว่า 40,000 บาท/ ตร.ม. และราคา 40,000-59,999 บาท/ ตร.ม. ซึ่งทำเลที่ขายดีคือเมืองหาดใหญ่ และบ้านพรุ-นาทวี
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย กาญจนา พาหา บรรณาธิการ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kanchana@ddproperty.com
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ