แสนสิริกับการหวนคืนสู่ตลาดแดนลอดช่อง

26 ก.ค. 2556

เป็นช่วงเวลาระยะหนึ่งแล้วที่แสนสิริ หนึ่งในผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทยได้ไปจัดแสดงโครงการและขายโครงการในสิงคโปร์ และสุดสัปดาห์นี้ บริษัทมีแผนที่จะนำโครงการคอนโดฯ หรูติดทะเลในภูเก็ต “บ้านไม้ขาว” ไปเปิดขายให้กับผู้ซื้อและนักลงทุนในแดนลอดช่องอีกครั้ง 
 
DDproperty.com ได้มีโอกาสพูดคุยกับหัวเรือใหญ่ดีกรีปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัยซานดิเอโก สหรัฐอเมริกา “อภิชาติ จูตระกูล” ประธานอำนวยการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ในการขับเคลื่อนแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ 
 
ต่อข้อคำถามซึ่งกำลังเป็นที่สงสัยในหมู่ผู้ที่จับตามองเกี่ยวกับเรื่องฟองสบู่ว่าเกิดขึ้นจริงหรือไม่ในตลาดอสังหาฯ กรุงเทพฯ นายอภิชาติให้ความเห็นว่า “ในบางเซ็กเตอร์อาจจะมีจำนวนยูนิตเปิดขายใหม่ขึ้นมามาก แต่จริงๆ แล้วมันเป็นเรื่องของตัวเลข สำหรับผมเองจะมีฟองสบู่หรือไม่คงไม่ใช่ประเด็น แต่สิ่งที่น่าสนใจคือความเปลี่ยนแปลงในกลุ่มผู้ซื้อและจุดประสงค์ของการซื้อที่แตกต่างจากเดิม” 
 
ประธานอำนวยการของแสนสิริมองว่าที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ ทุกวันนี้มีขนาดเล็กลงและตั้งอยู่ในทำเลใกล้กับรถไฟฟ้าระบบต่างๆ นอกจากนี้ มุมมองของผู้ซื้อต่อที่อยู่อาศัยในปัจจุบันได้เปลี่ยนไปแล้ว
 
“หากคุณทำงานในเมือง คุณจำเป็นต้องอาศัยอยู่ในเมือง ปัจจุบันคนเริ่มคุ้นเคยกับการใช้ชีวิตอยู่ในคอนโดฯ มากขึ้นกว่าแต่ก่อน โดยกลุ่มผู้ซื้อคอนโดฯ ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มคนทำงานใจกลางเมือง” 
 
สำหรับโครงการบ้านไม้ขาว ที่จะนำไปเปิดขายให้กับผู้ซื้อชาวสิงคโปร์เป็นครั้งแรกในช่วงสุดสัปดาห์นี้ นายอภิชาติยอมรับว่าไอเดียที่จะนำโครงการไปขายในสิงคโปร์นั้น ทีมของเขาไม่ค่อยเห็นด้วยสักเท่าไรในตอนแรก 
 
“เราเคยนำโปรเจคไปขายที่สิงคโปร์เมื่อนานมาแล้ว ซึ่งผมก็โดนทีมเซลตั้งคำถามว่าจำเป็นต้องไปขายที่สิงคโปร์จริงๆ หรือ เพราะในเมืองไทยเราก็ขายดีมากอยู่แล้ว แต่เหตุผลก็คือเราจำเป็นต้องขยายตลาดและสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ” 
 
“แม้ว่าเราจะเป็นเบอร์ 1 ในเมืองไทย แต่ลูกค้าต่างชาติจะไม่มีวันรู้จักเราเลยถ้าเราไม่ขยายตลาด และถ้าเรายังคงขายหมดอย่างรวดเร็วในกลุ่มลูกค้าคนไทยแบบนี้ เราคงไม่มีโอกาสที่จะเป็นเบอร์ 1 ในสายตาลูกค้าต่างชาติได้ ดังนั้น เราจึงต้องพยายามที่จะดึงดูดลูกค้าต่างชาติ แม้ว่ามันจะหมายถึงกำไรที่น้อยลงเพราะเราต้องลงทุนมากขึ้น อย่างไรก็ดี ผมมั่นใจว่าเมื่อลูกค้าชาวต่างชาติได้รู้จักเราและเห็นโครงการของเรา พวกเขาจะเข้าใจว่าเราเป็นบริษัทที่ดีและไว้ใจได้” 
 
การตัดสินใจของแสนสิริในการที่จะไปโร้ดโชว์ที่สิงคโปร์นั้นเกิดขึ้นก่อนหน้าที่กระทรวงการคลังของสิงคโปร์ประกาศข้อบังคับใหม่ในการออกสินเชื่อได้ไม่นาน แต่นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่อภิชาติกังวลแต่อย่างใด
 
“ผู้ที่ซื้อโครงการบ้านไม้ขาว จะซื้อเพื่อเป็นบ้านหลังที่สอง ดังนั้นหากพวกเขาไม่มีเงินหรือรายได้พอที่จะซื้อบ้านหลังที่สอง พวกเขาก็คงไม่คิดจะซื้อตั้งแต่แรก” 
 
อย่างไรก็ดี ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดที่อภิชาติและแสนสิริกำลังเผชิญในปัจจุบัน กลับไม่ใช่เรื่องยอดขายหรือราคาที่ดินที่แพงขึ้นเรื่อยๆ
 
“สิ่งที่ท้าทายมากที่สุดสำหรับผมและแสนสิริก็คือ “คน” ที่เราไม่เคยมีพอ ตอนนี้เรามีพนักงานทั้งหมดรวมกว่า 3,200 คน นอกจากขายแล้ว เรายังมีธุรกิจการจัดการอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งหมายความว่าเราไม่ใช่เพียงแค่ขายแล้วก็จากไป หากเรามีคนที่เหมาะสมมาร่วมทีมอย่างเพียงพอ ก็คงเป็นเรื่องยากที่เราจะประสบความสำเร็จ 
 
ด้วยโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาถึง 120 โครงการ และกว่า 200 โครงการที่อยู่ภายใต้การดูแลจัดการ แน่นอนว่าอภิชาติและลูกทีมจะต้องมีอะไรให้ทำอีกมากมาย แต่ถ้าถามว่าการมีโครงการและแบรนด์หลายๆ แบรนด์ที่ต้องดูแลในเวลาเดียวกันเป็นเรื่องน่าปวดหัวหรือไม่ อภิชาติตอบแบบไม่ลังเลเลยว่า
“ไม่ครับ (หัวเราะ) ผมก็แค่จ้างคนให้ทำหน้าที่ตรงนั้น” 
 
สำหรับการจัดแสดงโครงการบ้านไม้ขาวที่สิงคโปร์ในครั้งนี้ แสนสิริได้ร่วมมือกับซีบีอาร์อี สิงคโปร์ในการเป็นตัวแทนขาย โดยจะจัดขึ้นในวันที่ 27-28 กรกฎาคม 2556 ตั้งแต่เวลา 11.00-19.00 น. ณ โรงแรม เซนต์ รีจิส สิงคโปร์
 
โครงการดังกล่าวมาพร้อมสิทธิ์การถือครองห้องชุดตกแต่งพร้อมแบบฟรีโฮลด์และการันตีรายได้จากการเช่าต่อปีที่ 6% 
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย แอนดรูว์ แบตต์ หัวหน้าทีมบรรณาธิการ PropertyGuru และ กาญจนา พาหา บรรณาธิการ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ andrew@allproperty.com.sg หรือ kanchana@ddproperty.com    
 
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่  
 
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ 
 
เขียนความเห็น