ตลาดการลงทุนซื้อขายโรงแรมและรีสอร์ทในเอเชียครึ่งปีแรกคึกคัก ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นนับตั้งแต่ครึ่งแรกปี 2555 ถึง 85% ชี้สิงคโปร์ ฮ่องกง โตเกียว ไทย และมัลดีฟส์ เป็นตลาดฮอต
นายไมค์ แบทเชเลอร์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายงานขาย หน่วยธุรกิจบริการการลงทุนด้านโรงแรมของ โจนส์ แลง ลาซาลล์ เปิดเผยว่าจากรายงานฉบับล่าสุดพบว่า ขณะนี้ มีโรงแรมและรีสอร์ทในเอเชียที่กำลังอยู่ในระหว่างการเจรจาซื้อขายและคาดว่าจะเสร็จสิ้นเร็วๆ นี้ รวมมูลค่าทั้งสิ้นประมาณ 400 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท) ยังไม่รวมโรงแรมและรีสอร์ทที่อยู่ระหว่างเตรียมขายอีกรวมมูลค่าประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3 หมื่นล้านบาท)
ญี่ปุ่นเป็นตลาดการซื้อขายโรงแรมที่มีมูลค่าสูงสุดในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ คิดเป็นสัดส่วน 37% ของมูลค่าการซื้อขายที่เกิดขึ้นในเอเชีย เนื่องจากนักลงทุนมองว่า ปัจจัยพื้นฐานของตลาดโรงแรมญี่ปุ่นฟื้นตัวดีขึ้นหลังจากได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อปี 2554
รองลงมาได้แก่ ตลาดโรงแรมของสิงคโปร์ คิดเป็นสัดส่วน 34% ของมูลค่าการลงทุนซื้อขายที่เกิดขึ้นทั้งหมดในเอเชีย สาเหตุหลักมาจากการมีรายการซื้อขายมูลค่าสูงเกิดขึ้น คือ โรงแรมพาร์ค โฮเทล คลาร์ค คีย์ ซึ่งซื้อขายไปในราคาสูงถึง 238 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 7.14 พันล้านบาท
ในขณะที่ประเทศไทย แม้จะเป็นตลาดการลงทุนที่คาดเดาทิศทางได้ค่อนข้างยากกว่า แต่ยังคงเป็นตลาดการลงทุนซื้อขายโรงแรมที่ได้รับความสนใจมากที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย โดยในช่วงต้นปีมีรายการซื้อขายโรงแรมรายการใหญ่เกิดขึ้น คือโรงแรมลากูน่า บีช รีสอร์ท ที่ภูเก็ต
“ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ มุมมองของนักลงทุนที่มีต่อตลาดการลงทุนในโรงแรมและรีสอร์ทของเอเชียปรับตัวดีขึ้น จนนำไปสู่การลงทุนซื้อเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ ราคาที่ผู้ขายเสนอกับราคาที่นักลงทุนรับได้ จากที่เคยมีความแตกต่างกันค่อนข้างมากในปี 2555 แต่มีช่องว่างลดลงในปีนี้ ซึ่งทำให้การเจรจาซื้อขายรายการใหญ่ๆ ประสบความสำเร็จในช่วงครึ่งแรกของปีนี้” นายแบทเชเลอร์ กล่าว
รายงานจากโจนส์ แลง ลาซาลล์ ระบุด้วยว่า ผู้ขายหลักในปีนี้ ประกอบด้วยกองทุน สถาบัน และบริษัทขนาดใหญ่ที่ต้องการปรับโครงสร้างสินทรัพย์ ในขณะที่ผู้ซื้อหลักประกอบด้วยกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) ผู้ประกอบการโรงแรม และนักลงทุนประเภทสถาบัน
“โรงแรมที่มีคุณสมบัติเหมาะสมสำหรับการลงทุนในเมืองที่เป็นตลาดการลงทุนหลักๆ ของเอเชียมีเสนอขายในจำนวนจำกัด ในขณะเดียวกัน ผู้ขายมีแนวโน้มที่จะเสนอขายโรงแรมอย่างไม่เปิดเผยมากขึ้น ทำให้มีนักลงทุนหันไปหาโอกาสการลงทุนในตลาดใหม่ๆ ที่มีศักยภาพมากขึ้น โดยเฉพาะมัลดิฟส์ ซึ่งพบว่า มีปริมาณการลงทุนซื้อขายโรงแรมเพิ่มมากขึ้น”
สำหรับรายงานฉบับเต็ม สามารถดาวน์โหลดได้ที่ http://www.joneslanglasalle.com/ResearchLevel1/JLL-Pulse-SEA-Hotels-Jun-13.pdf
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย กาญจนา พาหา บรรณาธิการ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kanchana@ddproperty.com
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่