คนอสังหาฯหวั่นการเมืองยืดเยื้อฉุดตลาดฮวบ

12 ก.พ. 2557

เซ็นจูรี่  21 เผยปัญหาการเมืองทำยอดขายช่วง 2 เดือนแรกตกถึง 40% ชี้หากยืดเยื้ออาจฉุดธุรกิจอสังหาฯ ต่ำสุดในรอบ 2 ปี  ขณะที่ราคาที่ดินมีโอกาสปรับตัวลดลง 5-10%  แย้มเตรียมลุยตลาดลาวหลังใกล้สรุปดีลร่วมทุนกับกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่จากจีน 
 
นายกิตติศักดิ์ จำปาทิพย์พงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นจูรี่ 21 (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่าปัญหาการเมืองที่ร้อนแรงในขณะนี้อาจส่งผลต่อนักลงทุน หรือผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์บ้างเล็กน้อย ดังจะเห็นได้ว่าในช่วงที่ผ่านมามี การเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ไม่ถึง 10 โครงการ โดยในส่วนของโครงการอสังหาฯ ที่บริษัทดูแลนั้นก็เลื่อนการเปิดโครงการใหม่ไปในช่วงไตรมาสที่ 2 หรือ 3 แทน เพื่อรอให้ปัญหาทางการเมืองมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น 
 
“สำหรับผลกระทบโดยตรงกับบริษัทนั้นดูได้จากยอดขายในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาที่หายไปราว 30-40% ในขณะที่จำนวนผู้เข้ามาเยี่ยมชมโครงการที่บริษัทดูแลก็หายไป 50% จากที่เคยมีเฉลี่ยวันละ 10 รายก็เหลือเพียง 4-5 รายเท่านั้น เนื่องจากสถานการณ์เช่นนี้ ผู้บริโภคส่วนใหญ่เลือกที่จะชะลอการตัดสินใจเพื่อรอดูสถานการณ์ ซึ่งหากเหตุการณ์ทางการเมืองมีความยืดเยื้อไปถึงไตรมาส 2-3 เชื่อว่าจะฉุดการเติบโตของธุรกิจอสังหาฯ โดยภาพรวมให้ต่ำสุดในรอบ 2 ปีเลยทีเดียว” นายกิตติศักดิ์กล่าว
 
ในส่วนของราคาที่ดินนั้น สถานการณ์ในปัจจุบันส่งผลให้ดีมานด์ชะลอตัวลงเช่นกัน โดยในทำเลที่ราคาที่ดินสูงยังคงเป็น ย่านเพลินจิต วิทยุ หลังสวน สาทร ซึ่งจากการสำรวจของเซ็นจูรี่ 21 พบว่ามีการปรับขึ้นราคาเพียง 10% เท่านั้นเมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีการปรับขึ้นถึง 18-30% 
 
อย่างไรก็ดี ทำเลที่น่าจับตามอง ได้แก่ ส่วนที่เป็นแนวรถไฟฟ้าชานเมือง และส่วนต่อขยาย เช่น เจริญนคร ตลาดพลู บางหว้า ที่มีการปรับตัวขึ้นของราคามากกว่า 10% เพราะเป็นทำเลใกล้ตัวเมือง (CBD)  
 
นอกจากนี้ ในส่วนของผู้ประกอบการเองได้เริ่มปรับทิศทางของการทำโครงการมาเป็นแนบราบเพิ่มมากขึ้น หลังจากที่คาดการณ์ว่าตลาดกลุ่มคอนโดมิเนียมน่าจะได้รับผลกระทบทางการเมืองที่สูงกว่า  โดยปัจจุบันมีการซื้อขายที่ดินแปลงใหญ่เพิ่มมากขึ้น ขณะที่ราคาที่ดินสำหรับทำโครงการแนวราบในปีนี้มีทิศทางการปรับตัวเพิ่มขึ้นที่น้อยมาก เนื่องจากแนวโน้มการลงทุนในโครงการใหม่ ๆ ลดน้อยลง ซึ่งหากสถานการณ์ทางการเมืองยังคงยืดเยื้อออกไปเป็นระยะเวลานานคาดว่าราคาที่ดินบางทำเลที่จำเป็นต้องขายในช่วงนี้อาจต้องปรับลดลงราว 5-10%
 
ราคาที่ดินในทำเลยอดนิยมในกรุงเทพฯ 
 
ส่วนตลาดอสังหาฯ ในต่างจังหวัดนั้น แม้โดยรวมจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองน้อย โดยเฉพาะตลาดที่มีกลุ่มลูกค้าเป็นชาวต่างชาติ ในขณะที่ตลาดที่มีกลุ่มลูกค้าหลักเป็นคนไทย เช่น หัวหิน กลับได้รับผลกระทบเช่นกันเนื่องจากผู้ซื้อเลือกที่จะชะลอการตัดสินใจออกไปก่อน ส่วนในทำเลต่างจังหวัดที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเมื่อปีที่ผ่านมา อาทิ พัทยา  ภูเก็ต เชียงใหม่  อุดรธานี และขอนแก่น ราคาอสังหาฯ ในปีนี้ยังคงทรงตัว เนื่องจากผู้ประกอบการแห่ไปเปิดโครงการเป็นจำนวนมากในปีที่ผ่านมาจนทำให้เกิดภาวะโอเวอร์ซัพพลายเล็กน้อย  โดยฉพาะสองจังหวัดในภาคอีสาน (อุดรธานีและขอนแก่น) เนื่องจากเป็นตลาดเล็กมีดีมานด์ที่ค่อนข้างจำกัด และผู้บริโภคเองก็ยังไม่ค่อยมีความเข้าใจในการบริโภค ซึ่งตลาดซื้อ-ขายคอนโดมิเนียมถือเป็นเรื่องใหม่ของพื้นที่ดังกล่าว 
 
ด้านนายธิติวัฒน์ ธีรกุลธัญโรจน์ รองประธานบริหาร บริษัทเซ็นจูรี่ 21 เรียลตี้ แอฟฟิลิเอทส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยแผนในการขยายธุรกิจของบริษัทในปี 2557 นี้ว่าขณะนี้บริษัทได้รับ Master License จากบริษัทแม่ในสหรัฐอเมริกาในการเปิด Century 21 ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยบริษัทจะร่วมทุนกับกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่จากประเทศจีนซึ่งมีพื้นฐานธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ในลาว อาทิ โรงแรมแลนด์มาร์ค และโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ในกรุงเวียงจันทน์อย่าง “เวียนเทียน นิว เวิลด์” โดยคาดว่าจะเปิดสำนักงานใหญ่ในลาวในช่วงไตรมาส 2 และมีแผนที่จะขยายสาขาในลาวให้ได้ 4 สาขา ประกอบด้วยในเวียงจันทน์ 2 สาขา หลวงพระบาง 1 สาขา และสะหวันนะเขต 1 สาขา ภายใน 2 ปีแรก ซึ่งแต่ละสาขาคาดว่าจะใช้งบลงทุนประมาณ 600,000-700,000 บาท พื้นที่ราว 20-30 ตารางเมตร
 
“ลาวเป็นประเทศที่ถือว่ามีโอกาสและศักยภาพสูงแห่งหนึ่งในภูมิภาค โดยจากนี้ไปจนถึงปี 2540 ลาวมีแผนพัฒนาเมืองใหม่ชื่อ “หนองปิง” ซึ่งอยู่กรุงเวียงจันทน์ ซึ่งจำทำให้มีการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน และรีเทล นอกจากนี้ ยังจะมีการเปิดโครงการใหม่ๆ ซึ่งสร้างความคึกคักให้กับเมืองหลวงของลาวอย่างเวียงจันทน์ อาทิ โครงการเวียงเทียน นิว เวิลด์ ซึ่งมีศูนย์การค้าสุดหรูที่ได้กลุ่มเซ็นทรัลเข้าไปบริการ โดยจะเปิดให้บริการในเดือนเมษายนนี้ นอกจากนี้ยังมีโครงการ “สตรีท ออฟ เวียนเทียน” ที่มีลักษณะเป็นมอลล์แบบปิดและเปิดคล้ายๆ เอเชียทีคในกรุงเทพฯ  ในขณะที่ในช่วง 2 ปีนี้คาดว่าจะมีโครงการที่อยู่อาศัยระดับไฮเอนด์เกิดขึ้นในลาวอีก 3-4 โครงการ ซึ่งถือเป็นการสร้างความคึกคักให้กับตลาดอสังหาฯ ในลาวเป็นอย่างยิ่ง” นายธิติวัฒน์กล่าวทิ้งท้าย
 
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย กาญจนา พาหา บรรณาธิการ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kanchana@ddproperty.com   
 
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่  
 
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
เขียนความเห็น