พฤกษาฯ สร้างสถิติยอดขาย รายได้และกำไรปี 56 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 21 ปี ชี้ตลาดอสังหาฯ ปี 57 จะโตในกรอบแคบๆ เตรียมขยายตลาดไปยังกลุ่มลูกค้ากลาง-สูง และตลาดต่างจังหวัดมากขึ้น
นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าในปีที่ผ่านมานับเป็นปีทองของบริษัทเนื่องจากประสบความสำเร็จเกินเป้าหมาย ทั้งในด้านยอดขาย รายได้และกำไรสุทธิ โดยเติบโตขึ้นจากปี 2555 และสูงที่สุดในรอบ 21 ปี โดยมียอดขาย 41,282 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 40% เมื่อเทียบกับปี 2555 ที่มียอดขาย 29,397 ล้านบาท รายได้รวม 39,041 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 44% เมื่อเทียบกับปี 2555 ที่มีรายได้รวม 27,141 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 5,801 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 49% เมื่อเทียบกับปี 2555 ที่มีกำไรสุทธิ 3,898 ล้านบาท ซึ่งผลประกอบการที่เติบโตมากนี้ มาจากการปรับกลยุทธ์และการปรับโครงสร้างการบริหารงานของบริษัทในช่วงกลางปีที่ผ่านมา ทำให้บริษัทสามารถขยายตลาดในแต่ละกลุ่มสินค้าได้ดีขึ้น การบริหารงานมีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เห็นได้ชัดเจนจากรายได้ในไตรมาส 4 ที่พุ่งสูงขึ้นจากไตรมาสที่ 3 ถึง 40%
ด้านนายเลอศักดิ์ จุลเทศ รองประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่ารายได้รวมของบริษัทในปีที่ผ่านมานั้นเป็นรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 38,848 ล้านบาท และรายได้อื่นๆ อีก 193 ล้านบาท
อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้รายได้ในปีที่ผ่านมามีการเติบโตอย่างเห็นได้ชัดนั้น มาจากการบริหารการก่อสร้างของบริษัทที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยโรงงานพฤกษา พรีคาสต์ และมีการนำระบบการก่อสร้างบ้านที่มีคุณภาพมาใช้ในการก่อสร้างเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้สามารถโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในปี 2556 ได้รวม 16,969 ยูนิต แบ่งเป็น บ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ 13,169 ยูนิต และคอนโดฯ 3,800 ยูนิต ซึ่งนับเป็นสถิติยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่สูงสุดของบริษัท และคาดว่าจะสูงที่สุดในวงการ โดยเพิ่มขึ้นจากปี 2555 ที่โอนกรรมสิทธิ์ได้ 12,283 ยูนิต
ทั้งนี้ นายทองมาได้กล่าวถึงภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยไทยในปีนี้ว่าจะเติบโตในกรอบแคบๆ ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา แต่หากเกิดผลกระทบจากปัจจัยลบต่าง ๆ และสถานการณ์ทางการเมืองมีความรุนแรง คาดว่าตลาดที่อยู่อาศัยอาจจะชะลอตัวประมาณ -2%
“อย่างไรก็ตาม เราได้มีการเตรียมพร้อมและปรับกลยุทธ์เพื่อรองรับสถานการณ์ต่่างๆ รวมไปถึงเลือกจับกลุ่มลูกค้าที่เป็น Real Demand จึงเชื่อมั่นว่าในปีนี้เราจะยังคงรักษาการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเน้นพัฒนาโครงการในแนวราบ คือ บ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ เป็นหลักประมาณ 80% รวมทั้งขยายตลาดไปยังกลุ่มลูกค้าระดับกลาง–สูง และขยายโครงการไปในต่างจังหวัดมากขึ้น” นายทองมา กล่าวทิ้งท้าย
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย กาญจนา พาหา บรรณาธิการ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kanchana@ddproperty.com
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ