โกลเด้นแลนด์เตรียมขายที่ดินในมือเพิ่มอีก 4 แปลงมูลค่ารวมกว่า 1,245 ล้านบาท หวังพลิกขาดทุนเป็นกำไร คาดขายหมดภายในปีนี้
นายธนพล ศิริธนชัย ประธานอำนวยการ บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ โกลเด้นแลนด์ เปิดเผยว่าบริษัทยังคงเดินหน้าแผนพลิกฟื้นธุรกิจเพื่อกลับมาเป็นผู้นำในตลาดอสังหาริมทรัพย์อีกครั้ง หลังจากในปีที่ผ่านมา เริ่มต้นจากการปรับโครงสร้างภายในและย้ายสำนักงานใหญ่มาอยู่ที่ตึกสาทรสแควร์ ก้าวต่อไปในปีนี้ คือการเดินหน้าพัฒนาโครงการในแนวราบและโครงการเชิงพาณิชย์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ควบคู่ไปกับการขายทรัพย์สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Non-Core Assets) เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งทางการเงิน
โดยบริษัทได้นำที่ดินสะสมของบริษัทจำนวน 6 แปลงออกขาย รวมมูลค่า 2,400 ล้านบาท โดยสามารถขายได้แล้ว 2 แปลง คือที่ดินบนถนนรามคำแหงและที่ดินเชียงรายบางส่วนมูลค่ารวม 1,155 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 50 ของแผนการขายทั้งหมด
“สาเหตุที่เราต้องขายที่ดินเนื่องจากไม่พร้อมนำมาพัฒนาด้วยตนเองเพราะเป็นที่ดินขนาดใหญ่ ถ้าหากพัฒนาต้องสร้างโครงการใหญ่ ซึ่งใช้เงินลงทุนมาก” นายธนพล กล่าว
ในขณะที่ที่ดินอีก 4 แปลงที่บริษัทพร้อมนำออกขาย ประกอบด้วย ที่ดินขนาด 2,100 ไร่ ที่พานอรามา กอล์ฟ คลับ อ.สีคิ้ว จ. นครราชสีมา ราคา 800 ล้านบาท, ที่ดินขนาด 118 ไร่บริเวณชายทะเล อ.เมือง จ.กระบี่ ราคา 250 ล้านบาท, ที่ดินบ้านฉาง จ.ระยองขนาด 87 ไร่ราคาประมาณ 150 ล้านบาท และที่ดิน อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ขนาด 213 ไร่ราคาประมาณ 150 ล้านบาท โดยคาดว่าจะสามารถขายที่ดินที่เหลือทั้งหมดได้ภายในช่วงไตรมาส 3-4 ของปีนี้
สำหรับเงินที่ได้จากการขายสินทรัพย์ในครั้งนี้ บริษัทมีแผนจะนำไปชำระหนี้ และลงทุนเพื่อซื้อที่ดินเตรียมพัฒนาโครงการแนวราบในปี 2558-2560 รวมถึงนำไปลงทุนในโครงการ “เอฟวายไอ เซ็นเตอร์” ซึ่งเป็นอาคารสูง 22 ชั้น แบ่งเป็นพื้นที่อาคารสำนักงานเกรดเอลบ-บีบวกขนาด 90,000 ตารางเมตรและโรงแรมโลว์คอสต์จำนวน 240 ห้อง มูลค่า 5,000 ล้านบาท ซึ่งพัฒนาบนพื้นที่ของสำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ตรงข้ามตลาดหลักทรัพย์ปัจจุบันบริเวณถนนพระราม 4

“ในภาวะตลาดทรงตัวและสถานการณ์ทางการเมืองยังไม่นิ่งเช่นนี้ การเก็บที่ดินไว้โดยไม่พัฒนาเป็นความเสี่ยงกับบริษัท อีกทั้งที่ดินทั้งหมดของบริษัทตั้งอยู่ในทำเลต่างจังหวัด ซึ่งไม่ตรงกับแผนดำเนินธุรกิจของบริษัท ประกอบกับภาระหนี้จำนวนมาก การขายสินทรัพย์ตามแผนนี้ น่าจะช่วยให้บริษัทมีศักยภาพในการพัฒนาโครงการตามเป้าและพลิกกลับมาเป็น 1 ใน 10 บริษัทอสังหาฯ ของประเทศได้ภายใน 5 ปี” นายธนพลกล่าว
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย กาญจนา พาหา บรรณาธิการ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kanchana@ddproperty.com
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่
