จริงหรือ...ที่ราคาอสังหาฯ มีแต่จะแพงขึ้น?

29 พ.ค. 2557

อสังหาริมทรัพย์ถือเป็นทรัพย์สินอย่างหนึ่งที่มูลค่ามีแนวโน้ม “เพิ่มขึ้น” มากกว่า “ลดลง” แม้เวลาจะผ่านไปนานเพียงใด ต่างกับทรัพย์สินบางอย่างที่เราถือครอง อย่างรถยนต์ หรือแม้แต่ของเล็กๆ ที่ใกล้ตัวมากยิ่งขึ้นอย่างโทรศัพท์มือถือ ที่นับตั้งแต่วันที่ซื้อมามูลค่าของมันมีแนวโน้มที่จะลดลงอย่างต่อเนื่องจนถึงจุดหนึ่งที่ไม่สามารถนำมูลค่าของสิ่งนั้นมาทำให้เกิดประโยชน์เพิ่มพูนทางการลงทุนได้อีก
 
ทำเลคือปัจจัยหนึ่งที่บ่งชี้แนวโน้มราคาและมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ประเภทนั้นๆ หากคุณมีบ้าน/ คอนโดฯ หรือแม้แต่ที่ดินอยู่ในทำเลที่กำลังเป็นที่สนใจของตลาด หรือตั้งอยู่ในหรือใกล้กับบริเวณที่มีการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้า  ทางด่วน  หรือแม้แต่ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ แน่นอนว่าราคาและมูลค่าของอสังหาฯ ที่คุณมีอยู่ในมือนั้นย่อมเพิ่มสูงขึ้น
 
จากการประเมินค่าทรัพย์สินของศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส หรือ AREA พบว่าราคาที่อยู่อาศัยในโครงการต่างๆ (ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล) ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 5-10% ต่อปีสำหรับโครงการแนวราบ ในขณะที่ราคาของคอนโดฯ เพิ่มขึ้น 5-15% โดยประมาณ ส่วนโครงการคอนโดฯ ใกล้แนวรถไฟฟ้าราคาเพิ่มขึ้น 6.3% และสามารถปล่อยเช่าได้ในอัตราผลตอบแทนประมาณ 6.5% ต่อปี
 
เมื่อพิจารณาเฉพาะเจาะจงไปที่ตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นอสังหาฯ ที่ได้รับความนิยมจากผู้ซื้อทั้งเพื่ออยู่อาศัยเองและลงทุน จากการสำรวจตลาดล่าสุดโดยคอลลิเออร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย พบว่าราคาขายเฉลี่ยของคอนโดมิเนียมที่เปิดขายในแต่ละไตรมาสของปี 2556 ที่ผ่านมานั้นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยราคาขายเฉลี่ยของคอนโดฯ ที่เปิดขายในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2556 สูงกว่าไตรมาสที่ 1 ถึง 40%  
 
โดยคอนโดฯ ระดับราคา 40,001 – 60,000 บาทต่อตารางเมตรเป็นเซ็กเมนต์ที่ผู้ประกอบการพัฒนาออกมามากที่สุดในรอบปีที่ผ่านมา ในขณะเดียวกันคอนโดฯ ที่มีราคาขายเฉลี่ยมากกว่า 140,001 บาทต่อตารางเมตรก็มีการพัฒนาออกมาเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับกำลังซื้อกลุ่มลูกค้าไฮเอนด์ที่ยังคงมีทั้งความต้องการและกำลังซื้อแม้ว่าปัจจัยลบทางด้านเศรษฐกิจและการเมืองอาจจะทำให้ผู้ซื้อเกิดการลังเลหรือเลือกที่จะชะลอการตัดสินใจออกไปบ้าง 
 
หากกล่าวโดยสรุป ราคาของอสังหาฯ นั้นมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นมากกว่าที่จะลดลง โดยมีเรื่องของดีมานด์หรือความต้องการซื้อและซัพพลายเป็นตัวขับเคลื่อน นอกจากนี้ ความเจริญและการขยายตัวของสังคมเมืองยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เป็นตัวขับเคลื่อนให้ราคาสูงขึ้น ในฐานะนายหน้าหรือตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ คุณควรติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของตลาดเพื่อจะได้รู้ทันและตั้งรับกับความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น
 
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย กาญจนา พาหา บรรณาธิการ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kanchana@ddproperty.com   


 
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่  
 
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ   
เขียนความเห็น