ท่ามกลางปัญหาการเมืองที่ยืดเยื้อ ตลาดคอนโดฯ ในเมืองช่วงไตรมาสแรกของปี 57 ยังคงโตต่อเนื่อง แม้จำนวนการเปิดตัวโครงการใหม่จะลดลง เผยยอดคอนโดฯ สร้างเสร็จในกรุงเทพฯ จะสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปีนี้
จากรายงานสถานการณ์ตลาดคอนโดมิเนียมในเขตกรุงเทพฯ โดยคอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชันแนล ประเทศไทย ฉบับล่าสุดพบว่าตลาดยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องจากปี 2556 ที่ผ่านมาแม้จะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองที่ยังคงไม่ถึงจุดคลี่คลาย
โดยในช่วงไตรมาส 1/2557 ที่ผ่านมา ตลาดคอนโดฯ ในเมืองมีอัตราการดูดซับเพียง 40% เท่านั้น เนื่องจากผู้ซื้อส่วนใหญ่เลือกที่จะชะลอการตัดสินใจซื้อออกไปก่อนเพื่อรอดูสถานการณ์
ทั้งนี้ ในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา มีจำนวนยูนิตเปิดใหม่ราว 10,120 ยูนิต ลดลงจากไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมาราว 1,000 ยูนิต โดยโครงการที่เปิดตัวใหม่ในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา ส่วนใหญ่จะอยู่ในทำเลชานเมือง (ราว 4,110 ยูนิต)
ส่วนคอนโดฯ ที่สร้างแล้วเสร็จและจดทะเบียนโอน ณ กรมที่ดินในช่วงไตรมาส 1/2557 อยู่ที่ราว 8,130 ยูนิต
เนื่องจากปัญหาความวุ่นวายทางการเมือง บวกกับเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้บรรดาผู้ประกอบการต่างพากันชะลอการเปิดโครงการใหม่และมีกิจกรรมทางการตลาดค่อนข้างน้อยในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีแผนที่ทุ่มงบในการทำกิจกรรมทางการตลาดเพื่อส่งเสริมการขายในช่วงไตรมาสที่เหลือของปีนี้
อีกหนึ่งปัจจัยที่เป็นอุปสรรคในการพัฒนาโครงการคอนโดฯ ให้แล้วเสร็จในช่วงที่ผ่านมายังคงเป็นเรื่องของการขาดแคลนแรงงาน โดยหลายโครงการได้เลื่อนกำหนดโอนกรรมสิทธิ์จากปีที่แล้วมาเป็นปีนี้ อย่างไรก็ดี เป็นที่คาดว่าในปีนี้จะมีห้องชุดแล้วเสร็จเข้าสู่ตลาดสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์คือมากกว่า 72,460 ยูนิต
ในส่วนของราคาขายเฉลี่ยนั้นคาดว่าจะยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากปีที่ผ่านมามากนักเนื่องจากห้องชุดที่มีขายอยู่ในตลาดในขณะนี้เป็นห้องชุดของโครงการที่เปิดตัวในปีก่อนๆ เสียเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากผู้ประกอบการต้องการเร่งปิดการขายห้องชุดที่เหลือนั่นเอง
อย่างไรก็ดี ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา หลายโครงการประสบกับปัญหาลูกค้าไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้ เพราะไม่ผ่านการอนุมัติสินเชื่อ โดยยอดปฏิเสธสินเชื่อจากสถาบันการเงินนับตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมาสูงถึง 25-30% ของจำนวนผู้ยื่นกู้ทั้งหมด
นอกจากนี้ รายงานดังกล่าวยังได้อ้างถึงดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ซื้อบ้านที่ทำการสำรวจในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมาโดยศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยว่าระดับความเชื่อมั่นในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมามีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง จากระดับ 58.2 ในช่วงเดือนเมษายน 2556 ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดในรอบ 8
ดัชนีดังกล่าวยังแสดงให้เห็นอีกว่าผู้ซื้อส่วนใหญ่มองว่าช่วงเวลาปัจจุบันไม่ใช่ช่วงเวลาที่ดีนักสำหรับการซื้อที่อยู่อาศัยใหม่ โดยพวกเขาเลือกที่จะรอดูสถานการณ์ต่อไปก่อนนั่นเอง
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย กาญจนา พาหา บรรณาธิการ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kanchana@ddproperty.com
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่
