เผยมุมมองคนอสังหาฯหลังประกาศกฎอัยการศึก

20 พ.ค. 2557

หลังจากที่มีการประกาศใช้กฎอัยการศึกโดยผู้บัญชาการทหารบกเมื่อเวลาตีสามที่ผ่านมา แม้เหตุผลที่ชัดเจนของการประกาศในครั้งนี้จะยังไม่ชัดเจน แต่คนในแวดวงอสังหาฯ ต่างมองว่าจะเป็นหนทางที่นำไปสู่ความมั่นคงยิ่งขึ้น 
 
การประกาศกฎอัยการศึกซึ่งมีอายุครบ 100 ปีในครั้งนี้ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ภายใต้เหตุผลเพื่อรักษาความสงบในราชอาณาจักรจากความวุ่นวายทางการเมืองที่มีแนวโน้มจะเกิดความรุนแรง โดยกองทัพเน้นว่าการประกาศในครั้งนี้ไม่ใช่การปฏิวัติแต่อย่างใด 
 
นายไทรมั่น ลัญจน์ดี ประธานกรรมการ บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จำกัด กล่าวกับ DDproperty.com ว่า “อาจจะเร็วเกินไปที่จะพูดถึงผลกระทบต่อตลาอสังหาริมทรัพย์ไทยจากการประกาศกฎอัยการศึกในครั้งนี้ เนื่องจากต้องดูการตอบสนองที่จะเกิดขึ้นจากภาครัฐ กองทัพ และพลเรือน”
 
อย่างไรก็ดี แม้ที่ผ่านมาจะมีความวุ่นวายเกิดขึ้นในเมืองไทยอยู่หลายครั้ง แต่ราคาอสังหาฯ ในเมืองไทยกลับมีแต่แนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้น แม้แต่ช่วงรัฐประหารเมื่อปี 2549 หรือช่วงที่มีความรุนแรงจากการชุมนุมทางการเมืองเมื่อปี 2543 ดังจะเห็นได้จากตัวเลขราคาขายอสังหาฯ มือสองจากซีบีอาร์อี ประเทศไทย (ตารางด้านล่าง) ที่ไม่ได้รับผลกระทบในด้านลบจากเหตุการณ์รุนแรงในประเทศแต่อย่างใด 

 
สาเหตุเป็นเพราะการเข้ามาของกองทัพหรือแม้แต่การรัฐประหารไม่ส่งผลใดๆ ต่อผู้ซื้อชาวไทย ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนผู้ซื้อสังหาฯ รายใหญ่ของตลาด โดยนับตั้งแต่ปี 2475 มีการปฏิวัติรัฐประหารมาแล้วอย่างน้อย 11 ครั้ง ทำให้นักสังเกตการณ์และนักลงทุนอสังหาฯ เริ่มมีความเข้าใจวิถีการเมืองไทยได้เป็นอย่างดี 
 
อย่างไรก็ดี ผลกระทบที่ใหญ่กว่าการเข้ามาของกองทัพในวันนี้ก็คือเศรษฐกิจของประเทศที่จะชะลอตัวลงมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงความมั่นใจของผู้ซื้อที่ปัจจุบันอยู่ในระดับที่ต่ำสุดในรอบ 8 ปีเลยทีเดียว โดยเฉพาะกลุ่มผู้ซื้อต่างชาติที่ไม่คุ้นเคยกับประเทศไทย 
 
ทั้งนี้ นายเคส คุชเปอร์ส ผู้จัดการร่วม บริษัท ทาวน์ แอนด์ คันทรี่ จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทนอสังหาฯ ในพัทยา มีความเห็นในเชิงบวกต่อสถานการณ์ปัจจุบันว่า “อาจจะเป็นการเริ่มต้นของจุดจบของเหตุการณ์ความวุ่นวายที่ผ่านมา นี่เป็นความพยายามของผู้นำกองทัพที่จะนำความสงบกลับคืนสู่สังคมและเข้าสู่ระบบการทำงานโดยรัฐบาลอย่างเหมาะสมในที่สุด” 
 
ด้านนายจอห์น มิลลาร์ หัวหน้าฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ของ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ก็มีความเห็นในเชิงบวกเช่นกัน
นายมิลลาร์กล่าวกับ DDproperty.com ว่าหวังว่าการประกาศกฎอัยการศึกของกองทัพเมื่อช่วงเช้าของวันนี้จะลดความรุนแรงของสถานการณ์ปัจจุบันและนำไปสู่ทางออกของปัญหาอย่างรวดเร็ว 
 
“ที่ผ่านมาเราตระหนักถึงสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมืองเป็นอย่างดี เห็นได้จากการวางแผนธุรกิจของเราในปีนี้ เราจะเน้นการซื้อที่ดินในช่วงครึ่งปีแรก และจะไม่มีการเปิดตัวโครงการใหม่จนกระทั่งในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี” 
 
ในขณะที่นายคิท ฟอร์ดัม ผู้จัดการทั่วไปของเว็บไซต์อสังหาฯ  Phuket.Net ให้ความเห็นว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมาเปรียบเสมือนอุปสรรคในการพัฒนาประเทศซึ่งยังคงต้องใช้เวลาในการแก้ปัญหาต่อไป อย่างไรก็ดี ด้วยรากฐานที่แข็งแรง ตนเชื่อว่าแนวโน้มบวกของตลาดอสังหาฯ โดยเฉพาะในภูเก็ตจะยังคงดำเนินต่อไปในระยะยาว 
 
อย่างไรก็ดี คนอสังหาฯ ก็มองว่าในระยะสั้นน่าจะเกิดผลกระทบเล็กๆ น้อยๆ ต่อตลาดอสังหาฯ ไทย โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และตามหัวเมืองท่องเที่ยว
“เพราะข่าวดังกล่าวมีการนำเสนอไปทั่วโลก และอาจจะมีการตีความไปว่ามีการปฏิวัติเกิดขึ้นแล้วในเมืองไทย ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อเมืองไทยสักเท่าใด” นายคุชเปอร์สกล่าว 
 
ส่วนนายลัญจน์ดีกล่าวเสริมว่า ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในทันทีน่าจะเกิดขึ้นกับตลาดท่องเที่ยวของประเทศ โดยที่ผ่านมาจำนวนนักท่องเที่ยวมีความเชื่อมโยงกับปริมาณการซื้อ-ขายอสังหาฯ ประเภทรีสอร์ทหรือบ้านพักตากอากาศ หากมีปัจจัยลบใดๆ เกิดขึ้นจะส่งผลกระทบต่อความมั่นใจของผู้ซื้อต่างชาติทั้งในระยะกลางและระยะยาวทันที  
 
ภาพ via @NewsRevo on Twitter 
 
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย กาญจนา พาหา บรรณาธิการ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kanchana@ddproperty.com   


 
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่  
 
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ  
เขียนความเห็น