บ.จัดอันดับห่วงแนวโน้มเครดิตบ.อสังหาฯสั่นคลอน

23 พ.ค. 2557

ฟิทช์ เรตติ้งมองอันดับเครดิตของบริษัทอสังหาฯ และธุรกิจค้าปลีกไทยในช่วงครึ่งปีหลังมีแนวโน้มสั่นคลอน หากสถานการณ์การเมืองยืดเยื้อ 
 
ทั้งนี้ บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือชื่อดังมองว่าธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคอย่างธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจค้าปลีกเป็นธุรกิจที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากสถานการณ์ทางการเมือง ดังจะเห็นได้จากผลประกอบการที่อ่อนแอลงตั้งแต่มีสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมืองในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2556 
 
“ความสามารถของบริษัทที่จะรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตที่ส่งผลกระทบในทางลบต่อธุรกิจและรักษาอันดับเครดิตปัจจุบันจึงลดน้อยลง ในทางตรงกันข้าม บริษัทในธุรกิจโทรคมนาคม ธุรกิจน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ธุรกิจปิโตรเคมี และธุรกิจวัสดุก่อสร้าง ยังคงมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในไตรมาสสุดท้ายของปี 2556 และไตรมาสแรกของปี 2557” รายงานระบุ
 
ในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา พบว่าผู้ประกอบการอสังหาฯ เพื่ออยู่อาศัยมียอดขายปรับตัวลดลงมาก ไม่ว่าจะเป็น พฤกษา เรียลเอสเตท, แสนสิริ, แลนด์ แอนด์ เฮาส์ และ เอพี (ไทยแลนด์) โดยเฉพาะโครงการคอนโดมิเนียม ซึ่งได้รับผลกระทบจากทั้งการก่อสร้างที่ล่าช้าและยอดขายที่ลดลง 
อย่างไรก็ตาม ฟิทช์ฯ คาดว่ารายได้ของบริษัทดังกล่าวน่าจะคงที่หรือเติบโตเล็กน้อยในปี  2557 นี้ เนื่องจากยอดจองสะสมและโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมโอนยังอยู่ในระดับสูง
 
ในขณะที่บริษัทพัฒนาอสังหาฯ เพื่อการพาณิชย์ ได้รับผลกระทบน้อยกว่า เนื่องจากอัตราการเช่าพื้นที่เฉลี่ยในกรุงเทพฯ และปริมณฑลช่วงไตรมาสแรกของปี 2557 ยังคงสูงกว่าร้อยละ 95 ตามรายงานของคอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล โดย บริษัทเหล่านี้มีรายได้ส่วนใหญ่เป็นค่าเช่าจากผู้เช่าพื้นที่ซึ่งมีสัญญาเช่าระยะยาวรองรับ แม้ว่าจะมีการให้ส่วนลดค่าเช่าแก่ผู้เช่าพื้นที่บางรายที่อยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2556 และไตรมาสแรกของปี 2557 ก็ตาม
 
ส่วนธุรกิจค้าปลีก ซูเปอร์สโตร์ชั้นนำ เช่น เทสโก้ โลตัส และบิ๊กซี มียอดขายสาขาเดิม รายไตรมาสลดลงประมาณร้อยละ 3 ถึงร้อยละ 9 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน   ในขณะที่ร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ของ CP ALL เริ่มมียอดขายสาขาเดิมลดลงในไตรมาสแรกของปีนี้  
 
อย่างไรก็ตาม สยามแมคโคร บริษัทย่อยในกลุ่ม CP ALL ซึ่งเป็นผู้ประกอบการค้าส่งสมัยใหม่แต่เพียงรายเดียวในประเทศไทย ยังคงมีการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา 
 
ในกรณีของธุรกิจค้าปลีกซึ่งจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวันเป็นหลัก ผลกระทบต่อยอดขายน่าจะมีจำกัด เนื่องจากความต้องการบริโภคสินค้าประเภทดังกล่าวได้รับผลกระทบที่จำกัดจากการเปลี่ยนแปลงของภาวะเศรษฐกิจ  ทั้งนี้ ฟิทช์ฯ เชื่อว่าผู้ประกอบการธุรกิจค้าปลีกเหล่านี้น่าจะมีความสามารถในการปรับเปลี่ยนสัดส่วนของสินค้าที่เสนอขาย   การใช้รายการส่งเสริมการขาย รวมถึงการใช้มาตรการควบคุมต้นทุน เพื่อบริหารยอดขายและอัตราส่วนกำไรในภาวะการณ์ปัจจุบันได้
 
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย กาญจนา พาหา บรรณาธิการ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kanchana@ddproperty.com   


 
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่  
 
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ   
เขียนความเห็น