AECมีผลต่ออสังหาฯภูเก็ตจริงหรือ?

Kanchana Paha3 มี.ค. 2559

Phuket City

บทความประชาสัมพันธ์พิเศษ: เมื่อประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ได้ฤกษ์เปิดฉากมาตั้งแต่ต้นปี 2559 หลายคนยังคงสงสัยว่าความร่วมมือระดับภูมิภาคในครั้งนี้จะส่งผลอย่างไรต่อประเทศไทย หรือหากคิดให้ใกล้ตัวไปกว่านั้นคือจะส่งผลอย่างไรกับคนทั่วไปอย่างเราๆ เพราะเอาเข้าจริง ณ นาทีนี้ หากจะพูดว่าการเปิด AEC นั้นมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ก็อาจจะยังพูดได้ไม่เต็มปากสักเท่าใดนัก

แต่หากมองในภาพที่กว้างออกไป การเริ่มต้นของ AEC นับเป็นปัจจัยบวกสำคัญของปีนี้ โดยเฉพาะการค้าชายแดนทุกจังหวัดในประเทศไทยจากเดิมที่เคยคึกคักอยู่แล้วจะยิ่งคึกคักมากขึ้นเช่นเดียวกับในกรุงเทพฯที่ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมามีบริษัทต่างชาติทั้งขนาดเล็ก-กลาง-ใหญ่เข้ามาใช้ไทยเป็นสำนักงานใหญ่เพื่อเจาะตลาดประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น ซึ่งปัจจัยดังกล่าวส่งผลบวกกับตลาดอสังหาริมทรัพย์ของไทยมาก เพราะนอกจากความต้องการใช้อาคารสำนักงานที่เพิ่มขึ้นแล้ว ยังจะทำให้ความต้องการที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นด้วย แต่จะส่งผลบวกได้มากน้อยเพียงใดยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตามองต่อเนื่อง

ขณะที่จังหวัดในแถบภาคใต้ของประเทศไทยที่จะได้รับอานิสงส์จากการเปิด AEC มากที่สุด คือ อ.หาดใหญ่ และอ.สะเดา จ.สงขลา เพราะเป็นพื้นที่ที่ติดกับชายแดนประเทศมาเลเซีย ทำให้ทั้งในเชิงค้าขายและการท่องเที่ยวค่อนข้างคักคัก แต่การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันยังคงกระจุกตัวอยู่เฉพาะอ.หาดใหญ่เท่านั้น เพราะหาดใหญ่มีความพร้อมในทุกด้าน ทั้งศูนย์การค้า โรงแรม อาคารสำนักงาน คอนโดมิเนียม นักลงทุนที่สนใจทำการค้าย่านนี้ จะตั้งฐานอยู่ที่หาดใหญ่ หรืออาจจะเป็นช่วงรอยต่อหาดใหญ่ไปสะเดา อย่างไรก็ตาม แผนการลงทุนพัฒนาของจังหวัดอาจยังไม่ชัดเจนมากนัก

ส่วนเมืองท่องเที่ยวสำคัญอย่างภูเก็ต การเปิด AEC อาจไม่ได้มีผลโดยตรง หรือไม่ได้เป็นปัจจัยอันดับต้นๆ ที่จะส่งเสริมให้ภูเก็ตเติบโตมาก เพราะภูเก็ตไม่ใช่จังหวัดชายแดน แต่ตลาดภูเก็ต มีการเติบโตได้ด้วยตัวเอง จากการที่ภาคท่องเที่ยวแข็งแรงมาก เป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก และที่ผ่านมาตลาดภูเก็ตเป็นหนึ่งในตลาดการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ของนักลงทุนทั่วโลกอยู่ก่อนแล้ว

สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจภูเก็ต จากข้อมูลของสำนักงานสถิติจังหวัดภูเก็ต รายงานว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจของภูเก็ต 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.สาขาโรงแรมและภัตตาคาร 37.77% ของรายได้มวลรวม (GDP) ของภูเก็ต 2.สาขาการขนส่ง 23.66% 3.สาขาการขายส่ง ขายปลีก 5.77% 4.สาขาตัวกลางทางการเงิน 5.64 และ 5.การบริหารราชการแผ่นดิน และการป้องกันประเทศ คิดเป็นร้อยละ 4.36%

จากตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าภาคการท่องเที่ยวถือเป็นกิจกรรมหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ซึ่งหากภาคการท่องเที่ยวในภูเก็ตยังแข็งแรงก็มีแนวโน้มว่าเศรษฐกิจในภูเก็ตจะขยายตัวต่อเนื่อง โดยจังหวัดภูเก็ตเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางทะเลที่มีชื่อเสียงในระดับโลก มีแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมการท่องเที่ยวหลายประเภท ทั้งบนเกาะภูเก็ต ซึ่งมีจุดขายหลัก คือชายหาดและกิจกรรมการท่องเท่ียวต่างๆ โดยเฉพาะกิจกรรมบันเทิง นันทนาการและกีฬาทางน้ำ รวมไปถึงการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวกับเกาะบริวารโดยรอบและเกาะในจังหวัดใกล้เคียง

Phuket_Naiyang Beach

หาดในยาง ภูเก็ต

ด้านสถิติจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในภาคใต้ จังหวัดภูเก็ตยังคงมีนักท่องเที่ยวสูงเป็นอันดับ 1 ของภาคใต้ โดยตั้งแต่ปี 2555 จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตทะลุหลัก 10 ล้านคน และเพิ่มขึ้นเป็น 11 ล้านคนในช่วงปี 2556-2557 ส่วนปี 2558 ที่ผ่านมาคาดการณ์ว่าตัวเลขนักท่องเที่ยวน่าจะจบที่ 12 ล้านคน และคาดว่าปี 2559 นี้จะเพิ่มเป็น 12.5 ล้านคน โดยนักท่องเที่ยวราว 70% เป็นชาวต่างชาติ ซึ่งในระยะหลังจะเป็นนักท่องเที่ยวชาวเอเชีย เช่น จีน เกาหลี ฮ่องกง สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ส่วนระยะเวลาพำนักของนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวในภูเก็ตอยู่ที่ประมาณ 3-4 วัน/ ครั้ง

ขยายสนามบินดันนักท่องเที่ยวเพิ่ม
ด้วยปัจจัยด้านการท่องเที่ยวที่ขยายตัวต่อเนื่องในภูเก็ต ทำให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เร่งก่อสร้างอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศหลังที่ 2 ในท่าอากาศยานภูเก็ต เพื่อรองรับผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นเป็น 12.5 ล้านคนต่อปี โดยมีกำหนดแล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ จากนั้นก็จะทยอยปิดปรับปรุงอาคารหลังเดิมเพื่อใช้เป็นอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ ซึ่งจะช่วยให้ท่าอากาศยานภูเก็ตรองรับได้เต็มขีดความสามารถหรือรองรับผู้โดยสารได้ถึง 15-16 ล้านคนต่อปี และในอนาคตยังมีแผนจะขยายให้รองรับได้ถึง 18 ล้านคนต่อปี

Phuket Intl Airport

ภาพจำลองอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศแห่งใหม่ ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต

นอกจากนี้ ยังมีรายงานอีกว่า สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้ดำเนินการศึกษาแผนความเป็นไปได้ในการลงทุนโครงการก่อสร้างระบบขนส่งมวลชน” แก้รถติดจังหวัดภูเก็ต ในรูปแบบรถไฟฟ้ารางเบา (Light Rail หรือ Tram) จากสถานีรถไฟท่านุ่น จ.พังงา-สนามบินภูเก็ต-ห้าแยกฉลอง จ.ภูเก็ต ระยะทาง 60 กม. จำนวน 23 สถานี มูลค่า 23,499 ล้านบาท โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างปรับปรุงแบบรายละเอียดและวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เพื่อเสนอให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) พิจารณา ซึ่งหากสร้างเสร็จจะเป็นเส้นทางรถไฟสายใหม่เชื่อมการท่องเที่ยว 3 จังหวัดภาคใต้ “สุราษฎร์ธานี-พังงา-ภูเก็ต”

Phuket Light Rail

ภาพจำลองเส้นทางรถไฟรางเบาภูเก็ต

ทุนค้าปลีกแห่ลงทุนภูเก็ต
ด้วยเหตุที่ภาคการท่องเที่ยวของภูเก็ตที่ทำรายได้เป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ ประกอบกับข่าวการลงทุนของภาครัฐทำให้สร้างแรงกระตุ้นสำหรับการลงทุนใหม่ๆของกลุ่มทุนรายใหญ่ในแวดวงค้าปลีกโดยก่อนหน้านี้ภูเก็ตมีเพียงศูนย์การค้าเซ็นทรัลที่เป็นรายใหญ่และกลุ่มค้าปลีกแบบดิสเคาน์สโตร์ เช่น เทสโก้ โลตัส, บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์และแม็คโคร แต่ปัจจุบันยักษ์ใหญ่อย่าง เดอะมอลล์ กรุ๊ป กำลังลงทุนศูนย์การค้าแห่งใหม่ในนาม“บลูเพิร์ลภูเก็ต” แทนความหมายของการเป็นไข่มุกแห่งอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่เลอค่าที่สุดแห่งเอเชียและยังมีกลุ่มทุนแวดวง Duty Free หรือร้านค้าปลอดภาษีปักธงลงทุนร้านค้าปลอดภาษีในภูเก็ตด้วยรวมแล้วถือว่าเป็นอีกจังหวะที่มีกลุ่มทุนใหม่ๆเข้ามาลงทุนในภูเก็ตครั้งใหญ่อีกระลอก

Blupearl Phuket

ภาพจำลองโครงการบลูเพิร์ล ภูเก็ตของเดอะมอลล์กรุ๊ป

จากปัจจัยบวกทั้งการลงทุนจากภาครัฐและเอกชนดังกล่าวจะส่งผลเชิงบวกกับภาพรวมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในภูเก็ตมาก เพราะผู้ประกอบการโครงการใหญ่ๆ เหล่านี้พร้อมร่วมมือกับหน่วยงานส่งเสริมการท่องเที่ยวของภาครัฐในการดึงนักท่องเที่ยวใหม่ๆ ให้เข้ามาเที่ยวในภูเก็ตเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้ภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวมีความน่าสนใจทั้งในเชิงการท่องเที่ยวและการลงทุน โดยที่ผ่านมาธุรกิจโรงแรมในภูเก็ตทุกระดับมีการขยายตัวต่อเนื่องจากทั้งกลุ่มทุนของผู้ประกอบการไทยและทุนต่างชาติ ซึ่งธุรกิจโรงแรมนั้นเป็นหนึ่งในอสังหาริมทรัพย์ที่นักลงทุนต่างชาติสนใจเข้ามาซื้อกิจการเพื่อรอทำกำไรในอนาคต

 

The Base Uptown Phuket

เดอะ เบส อัพทาวน์ ภูเก็ต

ราคาที่ดินภูเก็ตพุ่ง
จากการขยายการลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชน ส่งผลให้ราคาที่ดินในภูเก็ตขยับขึ้นต่อเนื่อง โดยจากการสำรวจของผู้ประกอบการในพื้นที่ พบว่า พื้นที่ที่มีความเคลื่อนไหวด้านราคาที่ดินที่น่าสนใจ มีด้วยกัน 4 โซน ประกอบด้วย  1. โซนตะวันตกเฉียงเหนือของชายฝั่งภูเก็ต (North West Coastal Phuket Market) ในปี 2557 ราคาเสนอขายอยู่ที่ 3,409 บาท/ตารางเมตร ส่วนต้นปี 2559 ราคาเสนอขายขยับขึ้นเป็น 3,749 บาท/ตารางเมตร หรือขยับขึ้นประมาณ 10% ในช่วงเวลาประมาณ 2 ปี

2. โซนตัวเมืองภูเก็ต ฝั่งบายพาส (Phuket City Market : Bypass) Phuket City Market (Bypass) ในปี 2557 ราคาเสนอขายอยู่ที่ 8,929 บาท/ตารางเมตร และขยับมาอยู่ที่ 9,375 บาท/ตารางเมตรในช่วงต้นปี 2559 หรือขยับขึ้นประมาณ 5%

3. โซนตัวเมืองภูเก็ต ฝั่งดาวน์ทาวน์ (Phuket City Market : Downtown) ในปี 2557 ราคาเสนอขายอยู่ที่23,364 บาท/ตารางเมตร เมื่อต้นปี 2559 ราคาเสนอขายขยับขึ้นมาอยู่ที่ 25,000 บาท/ตารางเมตร หรือขยับขึ้นมาประมาณ 7% และ 4. โซนป่าตอง (Patong Market) ในปี 2557 ราคาเสนอขายอยู่ที่ 68,274 บาท/ตารางเมตร และขยับมาอยู่ที่ 81,929 บาท/ตารางเมตร หรือขยับขึ้นประมาณ 20%

ทั้งนี้ จะเห็นว่าใน 4 โซนนั้น ราคาที่ดินโซนป่าตองสูงที่สุดและขยับขึ้นมากที่สุด เพราะเป็นย่านความบันเทิงและท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติมาก และมีการพัฒนาโครงการเชิงพาณิชย์ ทั้งอาคารเพื่อการค้า และโรงแรมต่างๆ จำนวนมาก จึงเป็นโซนที่มีความต้องการที่ดินสูง ราคาที่ดินจึงสูงกว่าทุกโซน

สบช่องลงทุนคอนโดฯรับอนาคต
ขณะที่ตลาดคอนโดมิเนียมในภูเก็ตก็มีความน่าสนใจเช่นกันโดยสามารถแบ่งเป็น 2 ตลาดคือตลาดรีสอร์ทคอนโดฯและตลาดซิตี้คอนโดฯหรือคอนโดฯ ในเมืองภูเก็ตซึ่งกลุ่มผู้ซื้อมีทั้งกลุ่มคนไทยและต่างชาติโดยเป็นทั้งกลุ่มที่ซื้อเพื่อเก็บไว้พักอาศัยเองและลงทุนปล่อยเช่าโดยตลาดรีสอร์ทคอนโดฯ ในภูเก็ตจะเป็นโครงการระดับไฮเอนด์ที่มีลักษณะคล้ายกับโรงแรมระดับราคาค่อนข้างสูงและใช้แบรนด์ชั้นนำในการบริหารนิติบุคคลให้มีบริการทุกอย่างที่คล้ายกับโรงแรมและรีสอร์ทระดับ 5-6 ดาว

 

The-Base-Height-Phuket

เดอะ เบส ไฮท์ ภูเก็ต

ตลาดดังกล่าวเริ่มกลับมาบูมอีกครั้งหลังจากที่เริ่มมีโครงการลักษณะนี้ก่อสร้างแล้วเสร็จมากขึ้นและเน้นขายกลุ่มนักลงทุนต่างชาติที่มองทั้งอัตราผลตอบแทน (Yield) จากการปล่อยเช่าและกำไรจากการขายในอนาคต (Capital Gain) ซึ่งตลาดเช่ารีสอร์ทคอนโดฯ จะมีทั้งระยะสั้น 1-3 เดือนและระยะยาว 6 เดือนขึ้นไปโดยกลุ่มผู้เช่ามีทั้งนักธุรกิจชาวเอเชียและชาวยุโรปที่ทำธุรกิจในแถบภูมิภาคนี้เพราะภูเก็ตมีความสะดวกในการเดินทางไม่แพ้กรุงเทพฯจากการที่มีหลายสายการบินจากทั่วโลกพร้อมมุ่งหน้าสู่สนามบินนานาชาติภูเก็ต

 

The-Deck-Phuket

เดอะ เดค ป่าตอง

ส่วนตลาดซิตี้คอนโดฯในภูเก็ต จะเน้นเจาะกลุ่มผู้ที่ทำงานในภูเก็ตที่มีทั้งคนไทยและต่างชาติเนื่องจากปัจจุบันการจราจรในภูเก็ตค่อนข้างหนาแน่นทำให้เกิดความต้องการคอนโดฯ ใกล้แหล่งท่องเที่ยวที่เป็นที่ทำงานหรือผู้ที่ต้องการพักผ่อนระยะยาวบนทำเลใกล้เมืองภูเก็ตและมีงบประมาณน้อยกว่ากลุ่มที่เช่าพักรีสอร์ทคอนโดฯซึ่งการที่ภูเก็ตมีความสะดวกในการเดินทางและอยู่อาศัยจากสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีพร้อมทั้งร้านอาหารร้านสะดวกซื้อร้านแฮงค์เอาท์ต่างๆรวมถึงสถานที่พักผ่อนริมทะเลและแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติต่างๆที่เป็นจุดเด่นให้ภูเก็ตเป็นอีกหนึ่งสถานที่พักผ่อนของคนทั่วโลกเป็นผลให้ตลาดซิตี้คอนโดฯ นี้เป็นที่สนใจของทั้งกลุ่มผู้ซื้อนักลงทุนจากทั่วโลก

จากการวิเคราะห์ในหลายปัจจัยทั้งในด้านการลงทุนระบบรางในภูเก็ตของภาครัฐ การลงทุนโครงการใหม่ๆ ของภาคเอกชนล้วนเป็นผลเชิงบวกที่จะทำให้ภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีศักยภาพมากขึ้นกว่าปัจจุบัน และมีโอกาสที่ดีในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ สะท้อนได้จากการปรับขึ้นของราคาที่ดินและอัตราค่าเช่าในหลายพื้นที่ของภูเก็ตช่วงระหว่างปี 2557-2559 ซึ่งโอกาสที่ดีดังกล่าวจึงมีความเป็นไปได้ว่า หลังจากการเปิด AEC ซึ่งทำให้ไทยกลายเป็นประเทศที่ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติมากขึ้น จะมีผลต่อเนื่องมายังภูเก็ต ให้เป็นอีกหนึ่งตลาดด้านการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่ที่น่าสนใจของนักลงทุนต่างชาติ

 

อัพเดทข่าวอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่

เขียนความเห็น

ข่าว-บทความอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ