อยากเก็บเงิน แต่ดันเสียเงินเพราะ 10 พฤติกรรมร้ายๆ

6 ต.ค. 2560

ตั้งใจจะเก็บเงินตั้งแต่ปีมะโว้ แต่ยังไงๆ ก็เก็บเงินไม่ได้สักที ทั้งที่บางคนก็มีรายรับเข้าต่อเดือนมากมายหรือบางคนก็ไม่ได้มีภาระค่าใช้จ่ายอะไรนอกจากจ่ายให้ตัวเอง ความจริงแล้วเรื่องของเรื่องที่คุณเก็บเงินไม่ได้เนี่ย เพราะคุณอาจมีพฤติกรรมร้ายๆ ที่ทำให้เสียเงินโดยใช่เหตุและเป็นตัวขัดขวางการเก็บเงิน อาจจะสัก 1 ใน 10 พฤติกรรม หรือทั้งหมดเลยก็เป็นได้

1. จัดลำดับความสำคัญในการใช้เงินไม่เป็น
หลายคนมีปัญหาในการจัดลำดับความสำคัญว่าควรซื้ออะไรก่อนหลังและไม่รู้ว่าอะไรที่จำเป็นมากกว่ากัน ยกตัวอย่างเช่น บ้านที่อาศัยอยู่นั้นเก่าและทรุดโทรมมากรวมถึงฟังก์ชันต่างๆ ภายในบ้านก็เริ่มที่จะใช้ง่ายได้ไม่ดี แทนที่จะรีโนเวทบ้านหรือซื้อบ้าน แต่คุณกลับซื้อรถรุ่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งออกมาทั้งทีรถที่มีอยู่ก็ซื้อได้ไม่นานและอยู่ในสภาพดี รวมถึงการซื้อรถที่ราคาแพงกว่าบ้าน ซึ่งความจริงแล้วการลงทุนกับสินทรัพย์ที่เป็นอสังหาฯ นับวันก็ยิ่งราคาเพิ่ม ในขณะที่รถ ลดราคาลงเรื่อยๆ แถมใช้งานได้ไม่นานเท่า

นอกจากนี้ยังรวมถึงการใช้เงินทั่วไปที่ควรเรียงให้เหมาะสม ให้ความสำคัญกับเงินที่ใช้เพื่อการดำรงชีวิต เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าผ่อนบ้าน ฯลฯ ได้รับเงินมาก็เก็บเงินมาใช้จ่ายส่วนนี้ก่อน รองลงมาค่อยเก็บเงินมาใช้เพื่อลงทุน (RMF, RTF, LTF) , เก็บเงินเพื่อวัยเกษียณ, เก็บเงินเผื่อสำรองฉุกเฉิน, เก็บเงินเพื่อสร้างความสุข เช่น ช้อปปิ้ง ท่องเที่ยว เป็นต้น

2. ไม่จดบันทึกรายรับรายจ่าย
การทำบันทึกรายรับรายจ่ายจะช่วยให้รู้ว่าเรามีรายรับเท่าไหร่ในแต่ละเดือนและใช้จ่ายเท่าไหร่ รวมถึงใช้เงินกับเรื่องไหนมากที่สุด ส่วนนี้จะช่วยทำให้คิดต่อไปได้ในเรื่องการวางแผนการเงิน ว่าควรหาช่องทางเพิ่มรายได้อย่างไรและลดค่าใช้จ่ายอะไรได้บ้างที่ไม่จำเป็น อาจทำให้ชีวิตลงตัวส่งผลให้เก็บเงินได้มากขึ้น

3. รูดบัตรเพลิน
หากควบคุมความต้องการของตัวเองได้ไม่ดี บัตรเครดิต บัตรกดเงินสดและบัตร ATM สามารถสร้างความหายนะให้คุณได้ ตอนรูดบัตร คุณจะไม่รู้หรอกว่าตัวเองใช้ไปเท่าไหร่ เพราะโปรโมชั่นลด แลก แจก แถม คืนเงิน ต่างๆ บังตาคุณอยู่ รู้ตัวอีกทีก็ตอนสิ้นเดือนที่ธนาคารส่งบิลเรียกให้ชำระหนี้ คุณก็ต้องใช้เงินทั้งหมดที่มีอยู่จ่าย สุดท้ายก็เก็บเงินไม่ได้เหมือนเดิม

วิธีแก้ง่ายๆ ใช้บัตรเครดิตเท่าที่จำเป็นและทุกครั้งที่รูดควรเก็บสลิปไว้ด้วย เพื่อที่จะได้รู้ว่าใช้ไปเท่าไหร่แล้วและเพื่อเป็นการตรวจสอบว่ายอดตรงกับที่จ่ายหรือไม่

4. เน้นซื้อของที่ราคา/ ปริมาณ ไม่เน้นคุณภาพ
หลายคนจะรู้สึกว่าถ้าซื้อของได้ถูกหรือได้ปริมาณเยอะในจำนวนเงินที่น้อยถือเป็นชัยชนะ อันที่จริงแล้วอาจไม่ได้ชนะอย่างที่คิด เพราะการซื้อของหรือบริการสักอย่างนอกจากเรื่องราคา ปริมาณแล้ว สิ่งที่ควรคำนึงถึงคือ คุณภาพ ลองคิดให้ดีว่า ซื้อกระเป๋าใบหนึ่งราคาถูกแต่คุณภาพจีนแดง กับกระเป๋าอีกใบที่อาจแพงขึ้นมาระดับหนึ่งแต่คุณภาพอเมริกา กระเป๋าใบไหนจะใช้ได้นานกว่ากัน

5. ซื้อของมาแล้วไม่ได้ใช้
จะว่าต่อเนื่องมาจากข้อด้านบนก็ว่าได้ พฤติกรรมการซื้อของมาแล้วไม่ได้ใช้ อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น ซื้อเผื่อได้ใช้ ซื้อเพราะเห็นแก่ราคา – โปรโมชัน ซื้อแบบหลับหูหลับตา พอมาดูเข้าปรากฏว่าไม่ได้ชอบเท่าไหร่ ทีนี้แหละของเหล่านั้นก็จะได้นอนกองอยู่มุมห้อง คิดให้ดีสิ แทนที่เงินเดือนออกจะได้เก็บเงิน แต่เงินเก็บกลับกลายเป็นของพวกนี้

Woman shopping

6. ติดกินหรูอยู่สบาย
บางคนชอบกินอาหาร-ขนมขึ้นห้างหรือติดการสังสรรค์ อย่างน้อยก็ต้องมีอย่างต่ำ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ ลองคำนวณดูว่าในหนึ่งเดือนเสียให้กับไลฟ์สไตล์ส่วนนี้เป็นเงินเท่าไหร่ ไม่ได้หมายความว่าห้ามเข้าห้างหรือร้านหรูๆ แต่ควรจะทำอย่างพอดี โดยอาจเก็บเงินบางส่วนแยกไว้เพื่อใช้ตรงส่วนนี้อย่างเป็นกิจลักษณะและพยายามอย่าให้เกินงบ

7. ติดการพนัน การเสี่ยงโชค
การพนัน โดยเฉพาะล็อตเตอรี่ถือเป็นการเสี่ยงโชคที่อยู่คู่กับหนุ่มสาวออฟฟิศ ทุกกลางเดือนและสิ้นเดือนคือช่วงที่ประกาศผลรางวัล เท่ากับว่า เราต้องซื้อหวยถึง 2 ครั้ง ซึ่งหวยใบละ 80 บาท แล้วก็ใช่ว่าคนหนึ่งจะซื้อแค่ใบเดียวนะ บางคนซื้อทีเป็นชุด อย่างต่ำก็เป็นชุด 5 ใบ ซึ่งราคาประมาณ 500 บาท เดือนหนึ่งก็เสียเงินไปแล้วประมาณ 1,000 บาท โดยที่โอกาสถูกรางวัลหลักสิบล้าน คือ 1 ในล้านเท่านั้น ไม่ได้ห้ามไม่ให้เล่นแต่ควรเล่นอย่างพอดี เก็บเงินที่เล่นไว้เป็นเงินเก็บบางส่วนบ้าง

8. จ่ายค่ารักษาพยาบาลเองโดยไม่ใช้ประกันที่มี
สำหรับมนุษย์เงินเดือนค่าประกันสังคม 750 บาทที่เราต้องจ่ายทุกเดือน ใช้ประโยชน์จากตรงส่วนนี้ให้คุ้ม เพราะประกันสังคมสามารถช่วยได้ตั้งแต่เจ็บป่วย พิการ คลอดบุตร เป็นเงินออมวัยชรา ว่างงาน ไปจนถึงเสียชีวิต หรือสำหรับคนที่ไม่ได้ทำงานประจำอย่างน้อยคุณก็น่าจะมีประกันสุขภาพ ซึ่งทั้ง 2 อย่างนี้จะช่วยแบ่งเบาภาระการใช้เงินของเราเวลาฉุกเฉิน ให้ไม่ต้องควักเงินเก็บทั้งหมดออกมาใช้

65886050_xxl

9. ค่าธรรมเนียม ในการกดเงินจากตู้ ATM
เวลาที่เราใช้บัตร ATM กดเงินจากตู้ต่างธนาคาร หากเกินกำหนด 4 ครั้ง โดยทั่วไปจะต้องเสียค่าธรรมเนียมครั้งละ 15 บาท หรือแม้แต่เป็นตู้ของธนาคารที่ตรงกับบัตร ATM ที่เราใช้งาน หากกดที่ต่างจังหวัดก็จะต้องเสียค่าธรรมเนียม 25 บาทต่อครั้ง ลองคิดดูว่าหากเดือนหนึ่งเรากดต่างธนาคารเกินโควตาไป 6 ครั้ง ก็จะเสียไปแล้ว 90 บาท แทนที่จะเก็บเงินตรงส่วนนี้ไปใช้อย่างอื่น ในอีกกรณีการโอนต่างธนาคารก็เช่นเดียวกัน เสียค่าธรรมเนียมอย่างน้อย 25 บาทต่อครั้ง

ฉะนั้นแนะนำว่าควรทำธุรกรรมการเงินภายในธนาคารนั้นๆ หรือสมัครใช้พร้อมเพย์จะดีกว่า

10. ค่าเดินทางเวลารีบเร่ง
การเดินทางในช่วงเวลาเร่งรีบ คนเรามักจะเอาเงินแลกกับการประหยัดเวลา ซึ่งมักจะต้องเสียค่าเดินทางเพิ่มอย่างน้อย 1 เท่า ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ ปกตินั่งรถเมล์ออกจากบ้าน 20 บาท นั่งบีทีเอสต่อด้วยบัตรรายเดือนเสียไป 1 รอบเดินทางเพื่อไปทำงาน เท่ากับว่าค่าเดินทางไปทำงานปกติเสียเดือนละ 440 บาท (ไม่นับรวมรอบบีทีเอส) แต่ดันตื่นสายเลยทำให้ต้องนั่งแท็กซี่ออกจากบ้าน 80 บาท นั่งบีทีเอสต่อ 1 เที่ยว และนั่งมอเตอร์ไซต์อีก 20 ก็จะกลายเป็นเสียเดือนละ 2,200 บาท โห เพิ่มอีกตั้ง 5 เท่าจากเดิม

ทั้งนี้ทั้งนั้น 10 พฤติกรรมเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเสียเงินโดยใช่เหตุ ยังมีพฤติกรรมอื่นๆ อีกมากมายที่เป็นตัวขัดขวางไม่ให้คุณเก็บเงินได้

อัพเดท ข่าวอสังหาริมทรัพย์ สดใหม่ทุกวัน พร้อมส่งตรงถึงอีเมล์ของคุณฟรี สมัครได้ที่นี่ หรือหากคุณกำลังมองหาบ้าน คอนโด ก็สามารถเลือกชม โครงการใหม่ พร้อม รีวิวโครงการคอนโดใหม่ บ้านใหม่ หลากหลายทำเลและราคาได้เช่นกัน

เขียนความเห็น

ข่าว-บทความอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ

10 วิธีประหยัดเงิน เมื่อคิดจะซื้อของใช้เข้าบ้าน

แนะนำ 10 กลยุทธ์เด็ดสำหรับนักช้อปตัวยงที่ชอบซื้อของเข้าบ้าน ทั้งคุณแม่

อ่านต่อ2 ก.ย. 2560