ว่างงานพุ่งเกือบ 5 แสนคน เหตุใช้เทคโนฯ-เรียนไม่สอดคล้องกับตลาด

12 ธ.ค. 2560

จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย พบว่า อัตราว่างงานในเดือนตุลาคม 2560 มีจำนวน 480,580 คน สูงขึ้นจากเดือนกันยายน 2560 ซึ่งอยู่ที่ 443,420 คน หากจำแนกตามการศึกษาพบว่า ระดับอุดมศึกษาตกงานสูงที่สุดถึง 198,440 พันคน รองลงมาเป็นระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 95,410 คน มัธยมศึกษาตอนปลาย 80,505 คน ประถมศึกษา 77,820 คน สอดคล้องกับข้อมูลของคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ที่พบว่า อัตราว่างงานไตรมาส 3 ปี 2560 อยู่ที่ 1.2% หรือมีผู้ว่างงาน 450,000 คน สูงกว่าช่วงเดียวกันของปี 2559 ซึ่งอยู่ที่ 0.9% ถือว่าสูงกว่าเกณฑ์ปกติ 1% หรือ 400,000 คน สาเหตุมาจากผู้ประกอบการหันมาใช้เทคโนโลยีแทนแรงงานคน การก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และการเรียนที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน

ว่างงานสูงเหตุเรียนไม่สอดคล้องกับตลาด
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า อัตราว่างงานที่เพิ่มขึ้นสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการใช้เครื่องจักรกลในภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น เพื่อตอบรับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และเตรียมพร้อมกระบวนการผลิตให้สอดคล้องกับคนในวัยแรงงานที่ลดลง ตอบรับกับการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ

นอกจากนี้ สาเหตุสำคัญอีกอย่างหนึ่งของอัตราการว่างงานคือ เกิดจากระบบการศึกษาไม่สอดคล้องกับตลาดแรงงาน ไทยยังเน้นส่งเสริมให้คนจบปริญญาตรี และมีการเรียนในสาขาที่ตลาดแรงงานไม่ต้องการ ทั้งที่ภาคอุตสาหกรรมยังขาดแคลนแรงงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคและมีทักษะ เช่น วิศวกรรม ไอที และเครื่องจักร เป็นจำนวนมาก ดังนั้นแรงงานที่ยังตกงาน และเรียนมาไม่ตรงกับที่ภาคอุตสาหกรรมต้องการ หากอยากมีงานทำ ควรไปอบรม หรือเรียนเสริมในสาขาที่ตลาดต้องการ เนื่องจากมีค่าจ้างพอ ๆ กับผู้จบปริญญาตรี เช่น อุตสาหกรรมรถยนต์ ชิ้นส่วนและประกอบรถยนต์ มีค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 500 บาท ซึ่งสูงกว่าค่าจ้างขั้นต่ำทั่วไปที่อยู่ที่วันละ 300-310 บาท

แนะควรเลือกเรียนสายอาชีพ รับ EEC
ด้านกรมการจัดหางานได้เปิดเผยถึงแนวโน้มความต้องการจ้างงานในเขตระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ในพื้นที่ จ.ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา จากศูนย์ประสานงานการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกพบว่า อีก 5 ปี (2560-2564) จะมีความต้องการแรงงานใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ จำนวน 1.77 แสนคน โดยมีความต้องการแรงงานมากในสาขาเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ จำนวน 0.35 แสนคน รองลงมาคือ ยานยนต์สมัยใหม่ จำนวน 0.34 แสนคน อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ จำนวน 0.33 แสนคน การท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ จำนวน 0.21 แสนคน และหุ่นยนต์จำนวน 0.16 แสนคน

ขณะที่ประมาณการว่าจะมีผู้จบการศึกษาในระดับอาชีวศึกษาเพียงจำนวน 1.19 แสนคน ดังนั้น เพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจจากการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่กว่า 32 โครงการมูลค่ากว่าพันล้านบาทที่จะนำมาสู่การจ้างงานโดยเฉพาะในกิจการภาคอุตสาหกรรม นักเรียน นักศึกษาจึงควรเลือกเรียนในสายอาชีพเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงานและรองรับการจ้างงานใน EEC

ตลาดแรงงานในไทย กำลังน่าเป็นห่วง

ตลาดแรงงานในไทย กำลังน่าเป็นห่วง

อัตราว่างงานไม่น่าห่วงเท่าขาดแรงงาน
ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุว่า อัตราการว่างงานระดับ 1.2-1.3% ถือว่ายังอยู่ในอัตราปกติ และเชื่อว่าตลาดแรงงานกำลังรอการจ้างงานใหม่ ตามสภาพเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัว ซึ่งโดยปกติการจ้างงานจะกลับมาคึกคักอีกครั้งตั้งแต่ไตรมาสแรกของปีหน้า แต่หากเลยไตรมาส 2-3 ของปี การจ้างงานใหม่หรือทดแทนของเดิมยังไม่เกิดขึ้น จึงจะถือว่าเป็นการส่งสัญญาณระยะยาวต่อปัญหาแรงงานไทย แต่เชื่อว่าโอกาสที่จะเกิดขึ้นน่าจะน้อย เพราะแม้ว่าจะมีการนำเทคโนโลยีมาใช้แทนแรงงานคน แต่ไม่ถึงกับเลิกจ้างงาน เพียงแต่ปรับทักษะมาใช้เทคโนโลยีมากขึ้น ปัญหาที่น่าเป็นห่วงมากกว่าคือการขาดแคลนแรงงาน เนื่องจากแรงงานต่างด้าวที่ปัจจุบันลดลง และคนไทยเลือกงาน รวมถึงการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ

จะเห็นได้ว่าการแก้ปัญหาอัตราว่างงานคงต้องเริ่มตั้งแต่การแก้ปัญหาการศึกษาที่ปัจจุบันยังไม่ตรงเป้า รวมถึงทัศนคติของพ่อแม่ที่ไม่นิยมส่งลูกเรียนสายอาชีพ จึงทำให้ผู้ที่จบระดับอุดมศึกษาต้องออกมาเตะฝุ่นเป็นจำนวนมาก

อัพเดท ข่าวอสังหาริมทรัพย์ สดใหม่ทุกวัน พร้อมส่งตรงถึงอีเมล์ของคุณฟรี สมัครได้ที่นี่ หรือหากคุณกำลังมองหาบ้านคอนโด ก็สามารถเลือกชม โครงการใหม่ พร้อม รีวิวโครงการคอนโดใหม่ บ้านใหม่ หลากหลายทำเลและราคาได้เช่นกัน

เขียนความเห็น

ข่าว-บทความอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ