“จุดประสงค์จริงๆ ของการวางแผนการเงิน ก็คือ การบริหารจัดการเงินที่เรามีนั้นให้มีกิน มีใช้ มีเปย์ได้อย่างสบายใจ ไม่ทุกข์ใจว่า เงินจะหมด และมีความสุขเมื่อได้เปย์”
ในบรรดาเทรนด์คำฮิตปี 2016 แน่นอนว่าคำหนึ่งที่ได้รับความนิยมและติดปากคนรุ่นใหม่มาจนถึงปีนี้ นั่นคือคำว่า “สายเปย์” คำ 2 พยางค์สั้นๆ ที่ไม่เพียงแค่พูดเล่นๆ เก๋ๆ แต่ยังนำพาให้ผู้คนมี mindset ในการควักเงินออกจากกระเป๋าได้แบบไม่ตะขิดตะขวงใจอีกด้วย วันนี้ K-Expert เลยอยากจะเกาะกระแสกับเขาบ้างใน version นักการเงิน
แต่อย่าเพิ่งคิดหรือสรุปทันทีว่า ถ้าเป็นนักการเงินมาพูดเรื่องสายเปย์ ก็ต้องออกมาห้ามอยู่แล้ว เพราะพฤติกรรมการเป็นสายเปย์นั้น ขัดแย้งกับหลักการออม การลงทุน ทุกประการ
ขอบอกเลยว่าไม่ถูกเสียทีเดียว การวางแผนเรื่องเงินไม่ได้หมายความว่า ต้องเอาแต่เก็บเงินใช้ตอนเกษียณหรือเมื่อถึงวัยต้องหยุดทำงานเพียงอย่างเดียว จริงๆ จุดประสงค์ของการวางแผนการเงิน ก็คือ การบริหารจัดการเงินที่เรามีนั้นให้มีกิน มีใช้ มีเปย์ ได้อย่างสบายใจ ไม่ทุกข์ใจว่า เงินจะหมด และมีความสุขเมื่อได้เปย์
ดังนั้น วันนี้ K-Expert จะมาบอกยุทธวิธีเป็นสายเปย์แบบ Strong เปย์แบบยั่งยืน เปย์แบบจัดหนักไม่แคร์แม้จะโดนเท มาเริ่มกันเลย
1. เปย์อย่างมีชั้นเชิงด้วยสูตร 50:30:20
อย่าเพิ่งตกใจ นี่ไม่ใช่สูตรปุ๋ยปลูกผักสวนครัว แต่สูตร 50:30:20 คือวิธีแบ่งเงินเปย์นั่นเอง เนื่องจากชีวิตสายเปย์นั้นมีเรื่องมากมาย ไหนจะเรื่องงาน ไหนจะตามข่าวแฟชั่น ไหนจะอ่านข่าวดารา และอีกหลายร้อยสิ่งที่สายเปย์ต้องทำ จึงไม่แปลกที่สายเปย์จะไม่มีเวลาทำบันทึกรับ-จ่ายที่ช่างน่าเหนื่อยหน่าย (ซึ่งความจริงแล้วไม่ยากสักนิด เพราะเดี๋ยวนี้เขามีแอปพลิเคชั่นบันทึกรายรับรายจ่ายกันแล้ว!) ดังนั้นการแบ่งเงินตามสูตรจะทำให้เราบริหารจัดการเงินง่ายขึ้น โดยเมื่อได้รายรับมาให้แบ่งเงินไว้สำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็น เช่น ค่าน้ำค่าไฟ ค่าเช่าบ้าน ค่าผ่อนรถ ค่าข้าวไว้ 50% ของรายรับ อีก 30% เอาไว้เปย์ พาแฟนไปทานอาหารหรูๆ เรียกว่า อยากกิน ช้อป เที่ยว เปย์ ให้อยู่ใน 30% ของรายรับนี้ ส่วน 20% สุดท้ายให้เก็บออมไว้เอาไปลงทุนเพื่อการเปย์ในอนาคต
2. เซฟก่อนเปย์ทีหลัง
สายเปย์มักใจใหญ่ เมื่อกระเป๋าตุง จึงอาจเผลอถลุงเงินที่เราวางแผนจะใช้เปย์กับเป้าหมายหรือโปรเจกต์ใหญ่ในอนาคต ส่งผลให้เป้าหมายของเราไม่สำเร็จตามแผน ดังนั้นเพื่อตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ขอแนะนำสายเปย์ทั้งหลายให้รีบไปเปิดบัญชีออมทรัพย์เพิ่มไว้ 1 บัญชี และทำการผูกบัญชีกับบัญชีเงินเดือนของเรา แล้วกำหนดให้ธนาคารหักเงินจากบัญชีเงินเดือนในวันที่เงินเดือนออกไปเลย 20% ไปใส่ไว้ในบัญชีออมทรัพย์ หรือถ้าใครมีความรู้เรื่องลงทุนอยู่บ้าง อาจจะตัดบัญชีเพื่อซื้อกองทุนรวมเลยก็ได้ ช่วยให้ได้ดอกผลมาเปย์มากขึ้น
3. หาทางสร้างแหล่งเปย์ในอนาคต
คราวนี้เรามาพูดถึงเงินส่วน 20% ที่เราจะเอาไปเปย์ในอนาคตกันดีกว่า เนื่องจากสายเปย์จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีกระแสรายได้เข้ามาอย่างสม่ำเสมอเพื่อการเปย์ที่ไม่สะดุด ดังนั้นเมื่อสายเปย์จะลงทุนกับสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนหรือปันผลสม่ำเสมอ หากลงทุนในกองทุนรวม นอกจากจะพิจารณาเรื่องความเสี่ยงที่รับได้ และนโยบายการลงทุนแล้ว ควรพิจารณาถึงประวัติการจ่ายเงินปันผลของกองทุนรวมด้วยว่ามีความสม่ำเสมอหรือไม่ ถ้าลงทุนในหุ้นก็ควรเลือกลงทุนในหุ้นที่มีอัตราเงินปันผลสูงๆ (Dividend Yield) หรือถ้ามีทุน มีความรู้เกี่ยวกับการดูทำเล อาจจะลงทุนซื้ออสังหาฯ สักประเภทมาปล่อยเช่า เช่น ปล่อยเช่าคอนโดฯ เพื่อหา Passive income ไว้เปย์อย่างสบายๆ ก็น่าสนใจ
4. เปย์ได้แต่อย่าลำบากตัวเองและคนข้างหลัง
สุดท้ายคือสิ่งที่อยากจะเตือนสายเปย์ นั่นคือ ไม่ว่าเราจะเปย์หนักแค่ไหน อย่าลืมว่าเราคือที่พึ่งของตัวเอง แถมถ้าเรายังมีคนที่ต้องมาพึ่งพา เรายิ่งต้องมีสติเมื่อคิดจะเปย์ ดังนั้นเพื่อความไม่ประมาท สายเปย์ควรมีเงินสำรองเผื่อฉุกเฉินไว้ประมาณ 6 เท่าของรายจ่ายต่อเดือน ในขณะเดียวกันควรจะสร้างความแข็งแรงทางการเงินด้วยการมีประกันบำนาญ และทำประกันสุขภาพให้พ่อแม่ เพราะนอกจากช่วยลดความเสี่ยงแล้ว ยังสามารถใช้ลดหย่อนภาษี ได้เงินคืนภาษี มาเปย์ได้อีกต่อด้วย
เห็นไหมว่าแค่จัดการเงินด้วย 4 ข้อง่ายๆ แค่นี้ ก็ทำให้คุณสามารถเปย์หนุ่มเปย์สาวคู่รักของคุณได้แบบยาวๆ ไม่ขาดตอน
อัพเดท ข่าวอสังหาริมทรัพย์ สดใหม่ทุกวัน พร้อมส่งตรงถึงอีเมล์ของคุณฟรี สมัครได้ที่นี่ หรือหากคุณกำลังมองหาบ้าน คอนโด ก็สามารถเลือกชม โครงการใหม่ พร้อม รีวิวโครงการคอนโดใหม่ บ้านใหม่ หลากหลายทำเลและราคาได้เช่นกัน
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย พิเชฐ ด่านไทยนำ K-Expert ฝ่ายวางแผนและให้คำปรึกษาลูกค้าบุคคล ธนาคารกสิกรไทย หากมีข้อสงสัยหรือต้องการปรึกษาวางแผนเพิ่มเติม สามารถปรึกษากับ K-Expert ธนาคารกสิกรไทย ได้ที่ K-Expert@kasikornbank.com