ทางรอด “อสังหาฯรายเล็ก” หาจุดต่าง – สร้างจุดขาย

14 มี.ค. 2560

 

อสังหาฯปรับตัวแรง รายกลาง-ใหญ่เร่งขยายตลาดใหม่แตกพอร์ต ผนึกทุนต่างชาติรุกตลาดพร้อมนำเทคโลยีบริการหลังการขาย ส่วนรายเล็กต้องเน้นสร้างความแตกต่าง ชูโปรดักส์-ทำเลชัดเจน เจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม

นายสุรเชษฐ กองชีพ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนา บริษัทคลอลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) เปิดเผยถึง ภาพรวมตลาดอสังหาฯในปัจจุบันว่า มีการแข่งขันสูงโดยในช่วง 1–2 ปี ที่ผ่านมาเป็นช่วงที่เศรษฐกิจไทยชะลอตัว กำลังซื้อและความเชื่อมั่นคนไทยลดลง อีกทั้งภาวะที่มีหนี้ครัวเรือนมากเกินไปจนมีผลการขอสินเชื่อโดยเฉพาะในกลุ่มระดับกลาง-ล่าง หรือคนที่มีรายได้ต่อครัวเรือนประมาณ 40,000 – 50,000 บาทต่อเดือนลงไป ดังนั้นการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยุค4.0ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการรายเล็ก รายกลาง และรายใหญ่ ต้องมีการปรับตัวไปตามภาวะตลาดปัจจุบัน

ด้วยผลกระทบที่มีมาอย่างต่อเนื่องส่งผลมายังตลาดที่อยู่อาศัยทำให้ผู้ประกอบหลายรายปรับมาทำโครงการระดับกลางขึ้นไปมากขึ้นและเพิ่มสัดส่วนบ้านจัดสรรเพื่อหารายได้ในช่วงนี้ ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการหลายรายที่ในอดีตให้ความสำคัญกับตลาดระดับกลางลงไปก็จำเป็นต้องขยับมาเล่นในตลาดระดับกลาง – บนมากขึ้น ผู้ประกอบการบางรายเพิ่มสัดส่วนโครงการราคาต่ำล้านบาทแต่อยู่ในทำเลตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าที่กำลังก่อสร้าง หรือผู้ประกอบการที่ในอดีตเน้นการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมในเมืองก็เพิ่มสัดส่วนโครงการบ้านจัดสรรมากขึ้น ผู้ประกอบการที่มีทั้งโครงการบ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียมก็เพิ่มสัดส่วนบ้านจัดสรรระดับราคา 5 ล้านบาทขึ้นไป ที่สำคัญในปีนี้ จะเห็นได้ว่าตลาดบ้านจัดสรร มีผู้ประกอบการหลายรายเข้ามาพัฒนาเพิ่ม เพราะผู้ซื้อบ้านจัดสรรส่วนใหญ่เป็นการซื้อเพื่อการอยู่อาศัยจริงและไม่จำเป็นต้องก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมกันทั้งโครงการ

สิ่งที่ได้เห็นคือ ผู้ประกอบการมีการเฝ้าระวังเรื่องของโอเวอร์ซัพพลาย มีการขยับเข้าสู่ตลาดใหม่และขยายช่องทางการขายใหม่ ซึ่งรายกลางและรายใหญ่ได้มีการร่วมทุนกับผู้ประกอบการต่างชาติในการพัฒนาโครงการรวมไปถึงการนำโครงการไปขายต่างประเทศโดยอาศัยนายหน้าต่างชาติมากขึ้นแม้จะเสียค่าคอมมิชชั่นสูงก็ตาม ปีนี้มองว่าสัดส่วนลูกค้าต่างชาติจะเพิ่มขึ้นมากกว่า30% จากปกติเฉลี่ยอยู่ที่ 20-30% โดยจีนเป็นตลาดที่ให้ความสนใจซื้อคอนโดฯในไทยระดับราคา3-5ล้านบาทมากสุด รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาช่วยบริหารหลังการขาย ซึ่งขณะนี้รายใหญ่เริ่มพัฒนากันแล้ว ส่วนผู้ประกอบการรายเล็กหรือหน้าใหม่หลายรายเริ่มมีปัญหาโดยเฉพาะเรื่องของเงินทุนเพราะติดขัดที่ธนาคารเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อและไม่มีช่องทางการระดมทุนแบบรายใหญ่

ส่วนผู้ซื้อต้องปรับตัวและศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจอย่ารีบลงทุนซื้อคอนโดฯเพื่อเก็งกำไรระยะสั้นซึ่งมีจำนวนไม่น้อยที่ทิ้งใบจองไม่ยอมโอนกรรมสิทธิ์กลายเป็นปัญหายูนิตเหลือขายเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ผู้ซื้อทั่วไปต้องเข้าใจก่อนว่าการลงทุนในคอนโดมิเนียมในปัจจุบันนี้ทำได้ยาก เนื่องจากอุปทานในตลาดมีเยอะมาก การจะเลือกซื้อคอนโดมิเนียมในปัจจุบันจึงต้องใช้เวลาและการพิจารณาที่ค่อนข้างนานและไม่ควรซื้อตามแรงเชียร์หรือว่าแรงยุจากสังคมออนไลน์ ควรใช้ประโยชน์จากสังคมออนไลน์ในเรื่องของข้อมูลประกอบการสำรวจและเก็บข้อมูลด้วยตนเองก่อนการตัดสินใจซื้อ อีกทั้งควรมั่นใจก่อนที่จะซื้อว่าคอนโดมิเนียมที่เราจะซื้อนั้นเราสามารถกู้ธนาคารหรือว่ามีเงินเพียงพอที่จะโอนกรรมสิทธิ์ได้

“ในส่วนกลุ่มผู้ซื้อเองยังน่าเป็นห่วงเพราะถ้าทุกคนยังคิดว่าการลงทุนในคอนโดมิเนียมนั้นง่ายและเป็นช่องทางในการสร้างรายได้แบบเป็นกอบเป็นกำอยู่ก็น่าเป็นห่วงแน่นอน ปัจจุบันการเก็งกำไรใบจองนั้นทำได้ยาก ซึ่งต่างจากในอดีตอย่างมาก

>>อ่านรายละเอียดรีวิวโครงการคอนโดมิเนียมระดับราคา 1 – 3 ล้านบาทได้ที่นี่<<

>> อ่านรายละเอียดรีวิวโครงการบ้านระดับราคา 3 – 5 ล้านบาทได้ที่นี่ <<

ด้านนายเลิศมงคล วราเวณุชย์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ นนทบุรี กล่าวว่า สำหรับกลยุทธ์สำหรับผู้ประกอบการรายเล็กที่จะมีที่ยืนในตลาดจำเป็นต้องสร้างความแตกต่างและสร้างจุดเด่นของบริษัทโดยเลือกทำตลาดที่รายใหญ่ไม่ทำเพราะไม่คุ้มทุน การเลือกโลเคชั่นต้องมีความต้องการจริง และอย่าเล่นในตลาดเก็งกำไร นอกจากนี้ต้องพัฒนาสินค้าให้คุ้มค่าเจาะตลาดเฉพาะกลุ่มรวมไปถึงการให้ความสำคัญกับการบริหารหลังการขายด้วย

อัพเดท ข่าวอสังหาริมทรัพย์ สดใหม่ทุกวัน พร้อมส่งตรงถึงอีเมล์ของคุณฟรี สมัครได้ที่นี่ หรือหากคุณกำลังมองหาบ้าน คอนโด ก็สามารถเลือกชม โครงการใหม่ พร้อม รีวิวโครงการคอนโดใหม่ บ้านใหม่ หลากหลายทำเลและราคาได้เช่นกัน

เขียนความเห็น