RMF vs ประกันบำนาญ อะไรดีกว่ากัน

19 ก.ย. 2560

“ประหยัดภาษี มีเงินเกษียณ ด้วยการลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) และซื้อประกันชีวิตแบบบำนาญ”

ผู้ที่กำลังวางแผนเก็บเงินเพื่อใช้จ่ายยามเกษียณ สามารถเลือกลงทุนในสินทรัพย์การเงินที่ให้สิทธิลดหย่อนภาษีด้วย ซึ่งได้แก่ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) และประกันบำนาญ ทั้งนี้ แต่ละทางเลือกเหมาะกับใครนั้น K-Expert ธนาคารกสิกรไทย ได้รวบรวมข้อดีหรือความน่าสนใจของกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) และประกันบำนาญ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ

ประกันบำนาญ คุ้มครองชีวิตเพิ่มความมั่นคง

a young man in suit in his office showing an insurance policy and pointing with a pen where the policyholder must to sign

เป็นประกันชีวิตรูปแบบหนึ่งที่ส่งเสริมให้ผู้ทำประกันมีเงินไว้ใช้จ่ายยามเกษียณ ซึ่งประกันบำนาญที่มีความคุ้มครองชีวิต 10 ปีขึ้นไป สามารถนำเบี้ยประกันมาลดหย่อนภาษีได้ โดยนอกจากจะสามารถนำค่าเบี้ยประกันบำนาญไปลดหย่อนภาษีในวงเงินเดียวกันกับประกันชีวิตทั่วไปเป็นจำนวน 100,000 บาทต่อปีแล้ว ยังสามารถลดหย่อนเพิ่มได้อีก 200,000 บาท ทั้งนี้ วงเงินที่ใช้สิทธิเพิ่มได้อีก 200,000 บาทนั้น ต้องไม่เกิน 15% ของเงินได้ทั้งปีที่ต้องเสียภาษี และเมื่อรวมกับกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ต้องไม่เกิน 500,000 บาท สำหรับความน่าสนใจของประกันบำนาญมีดังนี้

• สร้างรายได้สม่ำเสมอหลังเกษียณ
ประกันบำนาญมีเงื่อนไขการจ่ายเงินคืนเป็นเงินบำนาญรายงวดให้แก่ผู้ทำประกัน เมื่อผู้ทำประกันมีอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป จนถึงอายุไม่ต่ำกว่า 85 ปี เช่น ประกันบำนาญ ชำระเบี้ยประกัน 5 ปี ได้รับเงินบำนาญทุกปี ตั้งแต่อายุ 55-85 ปี ทำให้ผู้ทำประกันมั่นใจได้ว่า จะมีเงินใช้จ่ายอย่างแน่นอนในช่วงวัยเกษียณ ทั้งนี้ ประกันบำนาญจะไม่มีการจ่ายเงินหรือผลประโยชน์ใดๆ ก่อนเริ่มจ่ายเงินบำนาญ ยกเว้นกรณีเสียชีวิตเท่านั้น

• คุ้มครองชีวิตตลอดสัญญา
การทำประกันบำนาญ นอกจากจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้ทำประกันว่าจะมีเงินใช้จ่ายอย่างสม่ำเสมอในยามเกษียณ ยังสร้างความอุ่นใจว่าได้รับความคุ้มครองชีวิตตลอดสัญญาทั้งก่อนและหลังรับเงินบำนาญ โดยหากผู้ทำประกันเสียชีวิตระหว่างการจ่ายเบี้ยประกัน หรือก่อนรับเงินบำนาญจากบริษัทฯ เงินที่ทายาทได้รับจะเป็นไปตามที่กรมธรรม์กำหนด เช่น ทำประกันโดยมีจำนวนเงินเอาประกันภัย 1,000,000 บาท โดยปีกรมธรรม์ที่ 1 คุ้มครอง 200% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย หากผู้ทำประกันเสียชีวิตในปีกรมธรรม์ที่ 1 ทายาทหรือผู้รับประโยชน์จะได้รับเงินจากบริษัทฯ 2,000,000 บาท ทั้งนี้ หากผู้ทำประกันเสียชีวิตช่วงรับเงินบำนาญ จะได้รับความคุ้มครองเท่ากับเบี้ยประกันภัยสะสมที่ชำระไว้แล้ว ลบด้วย เงินบำนาญสะสมที่รับไปแล้ว ดังนั้น ความคุ้มครองชีวิตจึงเป็นปัจจัยหนึ่งในการพิจารณาทำประกันบำนาญ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นเสาหลักของครอบครัว

กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ลงทุนเพิ่มความมั่งคั่ง

Businessman Stock Market Crisis Crash Finance Concept

เป็นกองทุนรวมที่ผู้เสียภาษีสามารถนำเงินค่าซื้อหน่วยลงทุนไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 15% ของเงินได้ทั้งปีที่ต้องเสียภาษี และเมื่อรวมกับเบี้ยประกันบำนาญ และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ต้องไม่เกิน 500,000 บาท นอกจากนี้ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ยังมีนโยบายการลงทุนที่หลากหลายให้เลือกลงทุนตามระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ เช่น ลงทุนในหุ้น ลงทุนผสมทั้งหุ้นและตราสารหนี้ ลงทุนในตราสารหนี้ ซึ่งการลดหย่อนภาษีด้วยกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) มีความน่าสนใจดังนี้

• เพิ่มความมั่งคั่ง
หากลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) มีโอกาสสร้างความมั่งคั่ง หรือได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่าการทำประกันชีวิต เมื่อเปรียบเทียบระหว่างเงินที่จ่ายสำหรับค่าเบี้ยประกัน กับเงินลงทุนใน RMF ด้วยจำนวนเงินที่เท่ากัน หากรับความเสี่ยงได้ แล้วเลือกลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ที่มีความเสี่ยงปานกลาง เช่น ลงทุนผสมในหุ้นและตราสารหนี้ ซึ่งมีโอกาสได้ผลตอบแทนเฉลี่ย 5-7% ต่อปี หรือเลือกลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น เน้นลงทุนในหุ้น ซึ่งมีโอกาสได้ผลตอบแทนเฉลี่ย 8-12% ต่อปี เมื่อถึงวันเกษียณ ก็มีโอกาสมีเงินใช้จ่ายเพื่อเกษียณได้มากกว่าการทำประกันบำนาญ ทั้งนี้ การลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ที่มีความเสี่ยงสูง ก็ต้องยอมรับโอกาสที่เงินลงทุนจะลดลง เมื่อเทียบกับประกันบำนาญที่รู้จำนวนเงินที่ได้รับแน่นอน

• ยืดหยุ่นในการลดหย่อนภาษี
โดยปกติ ประกันชีวิตมีเงื่อนไขที่ต้องชำระเบี้ยประกันในจำนวนที่เท่ากันตลอดระยะเวลาจ่ายเบี้ยที่กำหนดไว้ ประกันบำนาญก็เช่นกัน ด้วยเงื่อนไขการชำระเบี้ยดังกล่าวทำให้ประกันบำนาญอาจไม่เหมาะกับผู้ที่มีรายได้ไม่แน่นอน หรือมีภาระค่าใช้จ่ายเยอะ เช่น มีการผ่อนบ้านหรือรถ หรือเก็บเงินเพื่อเป้าหมายอื่น ซึ่งต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก ในขณะที่การลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) มีความยืดหยุ่นมากกว่า โดยสามารถเว้นไม่ซื้อหน่วยลงทุนได้ (ต้องเว้นไม่เกิน 1 ปี) หรือปรับลดเงินลงทุนในแต่ละปีได้ ขอเพียงลงทุนขั้นต่ำ 3% ของเงินได้ หรือ 5,000 บาท

จะเห็นได้ว่า ทั้งประกันบำนาญ และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) มีวัตถุประสงค์ที่เหมือนกันคือ ส่งเสริมให้มีการเก็บออมเพื่อเป็นเงินใช้จ่ายยามเกษียณ แนะนำว่า ผู้ที่ต้องการลดหย่อนภาษี พร้อมเก็บเงินเกษียณไปด้วยกัน ควรมีทั้งประกันบำนาญ และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) เพื่อรับความคุ้มครองชีวิตจากประกันบำนาญ และเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงขึ้นจากการลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)

อัพเดท ข่าวอสังหาริมทรัพย์ สดใหม่ทุกวัน พร้อมส่งตรงถึงอีเมล์ของคุณฟรี สมัครได้ที่นี่ หรือหากคุณกำลังมองหาบ้านคอนโด ก็สามารถเลือกชม โครงการใหม่ พร้อม รีวิวโครงการคอนโดใหม่ บ้านใหม่ หลากหลายทำเลและราคาได้เช่นกัน

เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย นิชฌานี ฉันทศาสตร์ CFP® K-Expert ฝ่ายวางแผนและให้คำปรึกษาลูกค้าบุคคล ธนาคารกสิกรไทย หากมีข้อสงสัยหรือต้องการปรึกษาวางแผนเพิ่มเติม สามารถปรึกษากับ K-Expert ธนาคารกสิกรไทย ได้ที่ K-Expert@kasikornbank.com

เขียนความเห็น

ข่าว-บทความอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ

กองทุนออมแห่งชาติ หลักประกันคนไทย มีเงินใช้ยามแก่

ประเทศไทยก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุมาแล้วเกือบ 10 ปี โดยที่ประชาชนส่วนใหญ่

อ่านต่อ5 ก.ย. 2560