อสังหาฯ แนวราบผงาด โอกาสของทาวน์โฮม-โฮมออฟฟิศ-บ้านแฝด

22 มี.ค. 2562

จากปัจจัยราคาที่ดินที่สูงขึ้น และคอนโดฯ ไม่ตอบโจทย์ผู้บริโภค ทำให้ผู้ประกอบการหันมาพัฒนาโครงการรูปแบบอื่น อย่างทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ และบ้านแฝด ซึ่งโตถึง 104% 

ปัจจัยที่ทำให้เกิดแนวโน้มดังกล่าวมาจากราคาที่ดินที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้รูปแบบอสังหาริมทรัพย์เริ่มปรับเปลี่ยนจากการพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยวที่ไม่ตอบโจทย์กับกำลังซื้อของคนในปัจจุบัน และคอนโดมิเนียมที่มีซัพพลายคงค้างจำนวนมาก รวมถึงมีราคาใกล้เคียงกับทาวน์โฮม

ทาวน์โฮม-บ้านแฝด-โฮมออฟฟิศ กว่า 1,000 ยูนิต

จากการสำรวจของเน็กซัส พรอพเพอร์ตี้ มาร์เก็ตติ้ง พบว่า ในปี 2559-ไตรมาส 1 ปี 2562 ตลาดทาวน์โฮม บ้านแฝด และโฮมออฟฟิศ ที่มีระดับราคาตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป ในเขตกรุงเทพฯ มีอุปทานรวมทั้งสิ้น 1,119 ยูนิต แบ่งเป็นระดับราคา 10-20 ล้านบาท คิดเป็น 62% ของจำนวนทั้งหมด รองลงมาเป็นระดับราคา 20-30 ล้านบาท มากกว่า 40 ล้านบาท และ 30-40 ล้านบาทคิดเป็น 29%, 6% และ 3% ตามลำดับ

โดยทาวน์โฮมและบ้านแฝด ตอบโจทย์กลุ่มกำลังซื้อสูงหรือวัยสร้างครอบครัวที่มีอายุระหว่าง 30-40 ปี ซึ่งต้องการที่อยู่อาศัยที่มีพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ แต่มีงบประมาณจำกัด ขณะที่โฮมออฟฟิศ ก็ได้รับความสนใจจากกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่ซื้อเพื่อทำเป็นออฟฟิศ ในทำเลที่เดินทางได้สะดวก แทนการเช่าพื้นที่ออฟฟิศใจกลางเมืองที่มีราคาแพง

เรียลดีมานด์หนุนตลาดทาวน์โฮม-โฮมออฟฟิศ โต 104%

จากภาวะชะลอตัวของตลาดคอนโดมิเนียม ทำให้ผู้ประกอบการหันมาพัฒนาโครงการแนวราบมากขึ้น เพราะใช้ต้นทุนในการพัฒนาน้อยกว่าคอนโดมิเนียม จึงมีความเสี่ยงทางการเงินน้อยกว่า รวมทั้งกลุ่มของผู้ซื้อยังเป็นกลุ่มผู้ซื้อที่เป็นเรียลดีมานด์หรือซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง ต่างจากตลาดคอนโดมิเนียมที่มีการเก็งกำไรในสัดส่วนที่สูง ส่งผลให้ตลาดทาวน์โฮมและโฮมออฟฟิศ เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างมากในปี 2561 อยู่ที่ 104%

Aerial view of townhouses in Kuala Lumpur, Malaysia

ทาวน์โฮมใจกลางเมือง 40 ล้านบาทขึ้นไปขายดีสุด

ทาวน์โฮมหรูทำเลใจกลางเมืองยังคงได้รับความนิยม เห็นได้จากอัตราการขายของทั้งตลาดอยู่ที่ 54% โดยทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ และบ้านแฝด ระดับราคาที่มีอัตราการขาย 3 อันดับแรกได้แก่

  • อันดับ 1 กลุ่มระดับราคา 40 ล้านบาทขึ้นไป มีอัตราการขาย 71% เนื่องจากมีจำนวนอุปทานค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับระดับราคาอื่น โครงการส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในโซนวัฒนา-คลองเตย โดยเฉพาะตามแนว ถ.สุขุมวิท รองลงมาเป็นโซนสาทร-บางรัก ซึ่งเป็นย่านที่อยู่ใจกลางเมือง
  • อันดับ 2 กลุ่มระดับราคา 20-30 ล้านบาท มีอัตราการขาย 61% ซึ่งเป็นโครงการที่ตั้งอยู่ถัดจากเขตใจกลางกรุงเทพฯ ได้แก่ โซนพญาไท-รัชดาภิเษก, โซนพระโขนง-สวนหลวง-แบริ่ง, โซนลาดพร้าว-วังทองหลาง และโซนยานนาวา-บางคอแหลม-คลองสาน
  • อันดับ 3 กลุ่มที่มีระดับราคา 10-20 ล้านบาท มีอัตราการขาย 46% ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในโซนยานนาวา–บางคอแหลม-คลองสาน, โซนพญาไท-รัชดาภิเษก, โซนสาทร-บางรัก และโซนพระโขนง-สวนหลวง-แบริ่ง

พระโขนง-สวนหลวง-แบริ่ง ยืนหนึ่งขายดี 4.15 ยูนิต/เดือน

หากวิเคราะห์เป็นรายทำเล โซนรอบใจกลางเมืองยังเติบโตได้ดี อัตราการขายของทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ และบ้านแฝด โดยเฉลี่ยเท่ากับ 1.49 ยูนิตต่อเดือน ทำเลที่มีอัตราการขายสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่

  • อันดับ 1 โซนพระโขนง-สวนหลวง-แบริ่ง มีอัตราการขายสูงที่สุดในตลาดเท่ากับ 4.15 ยูนิตต่อเดือน โดยระดับราคาที่มีอัตราการขายสูงที่สุด 10-20 ล้านบาท มีอัตราการขาย 6.12 ยูนิตต่อเดือน
  • อันดับ 2 โซนยานนาวา-บางคอแหลม-คลองสาน มีอัตราการขาย 1.61 ยูนิตต่อเดือน โดยระดับราคาที่มีอัตราการขายสูงที่สุดคือระดับราคา 20-30 ล้านบาท
  • อันดับ 3 โซนพญาไท-รัชดาภิเษก มีอัตราการขาย 0.92 ยูนิตต่อเดือน โดยระดับราคาที่มีอัตราการขายสูงที่สุดคือระดับราคา 20-30 ล้านบาท

>>ล้วงลึกทำเลเด่น ที่อยู่อาศัย-ไลฟ์สไตล์

อัพเดทโครงการใหม่ กุมภาพันธ์ 2561: คอนโดฯ ใกล้รถไฟฟ้า ตอบโจทย์คนทำงานในเมือง

งัดจุดขาย ดีไซน์ คุณภาพวัสดุ และฟังก์ชั่นครบ

ทาวน์โฮมที่มีอัตราการขายสูง จะมี 3 จุดเด่นหลัก คือ

  • การออกแบบภายนอกที่สวยงามทันสมัยและโดดเด่น
  • การออกแบบฟังก์ชั่นการใช้งานภายในให้สามารถใช้พื้นที่ได้เต็มประสิทธิภาพ ขนาดกะทัดรัดแต่สามารถใช้งานได้จริงและปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นการใช้งานได้
  • วัสดุภายในบ้านที่มีคุณภาพหรือใช้แบรนด์ที่มีชื่อเสียง

ขณะที่โฮมออฟฟิศ ผู้ซื้อจะตัดสินใจซื้อด้วยวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันในแต่ละทำเล หากเป็นโซนลาดพร้าว-วังทองหลาง ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มธุรกิจประเภทสุขภาพ/ความงาม ใช้เพื่อเป็นออฟฟิศโดยแบ่งชั้นบนสุดไว้เพื่อพักอาศัย ต่างจากโซนพระโขนง-สวนหลวง-แบริ่ง ที่ส่วนใหญ่ซื้อเพื่อเป็นที่พักอาศัย ซึ่งจุดเด่นหลักที่ทำให้โฮมออฟฟิศมีอัตราการขายสูงจะอยู่ที่ฟังก์ชั่นการใช้งาน โดยสามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ได้ตามความต้องการ จำนวนพื้นที่ใช้สอยและที่จอดรถเพียงพอ และมีลิฟต์หรือห้องน้ำทุกชั้น

ทำเลดี-พื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ ดีมานด์สูง

ทำเลใจกลางเมืองจะเป็นการพัฒนาทาวน์โฮมและบ้านแฝดเพื่ออยู่อาศัยทั้งหมด โดยโครงการที่ออกแบบพื้นที่ใช้สอยให้มีขนาดใหญ่ โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 450 ตารางเมตร ราคาเฉลี่ยต่อยูนิตประมาณ 50 ล้านบาท แม้ว่าการออกแบบพื้นที่ใช้สอยจำนวนมากจะทำให้ราคาต่อยูนิตสูง แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าทาวน์โฮมและบ้านแฝดทำเลใจกลางเมืองยังคงได้รับความนิยม

ส่วนทำเลรอบใจกลางเมือง มีการพัฒนาทั้งทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ และบ้านแฝด โดยทาวน์โฮมมีการออกแบบพื้นที่ใช้สอยประมาณ 300 ตารางเมตร ราคาเฉลี่ยประมาณ 19 ล้านบาท บ้านแฝดมีการออกแบบพื้นที่ใช้สอยประมาณ 395 ตารางเมตร ราคาเฉลี่ยประมาณ 24 ล้านบาท และโฮมออฟฟิศ มีการออกแบบพื้นที่ใช้สอยประมาณ 460 ตารางเมตร ราคาเฉลี่ยประมาณ 29 ล้านบาท

ตลาดทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ และบ้านแฝดระดับบน ในเขตกรุงเทพฯ มีการแข่งขันกันมากขึ้น แต่ละโครงการพยายามสร้างจุดขายโดยเน้นไปที่ดีไซน์ คุณภาพวัสดุ และฟังก์ชั่น มัดใจผู้ซื้อ ถือเป็นโอกาสและช่วงเวลาที่เหมาะเจาะของอสังหาฯ แนวราบที่จะผงาด รับไม้ต่อจากตลาดคอนโดเนียมที่จะเริ่มชะลอตัวจากซัพพลายที่ล้นตลาด

เพิ่มเติมความรู้ คู่มือซื้อ ขาย เช่าบ้าน-คอนโดฯ พร้อมส่งตรงถึงอีเมล์ของคุณฟรี สมัครได้ที่นี่ และสามารถเลือกชม โครงการใหม่ พร้อม รีวิวโครงการคอนโดใหม่ บ้านใหม่ หลากหลายทำเลและราคาได้เช่นกัน

เขียนความเห็น

ข่าว-บทความอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ

ชำแหละเทรนด์มิกซ์ยูส : ทำไมจึงเป็นคำตอบของอสังหาฯ ยุคใหม่

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา การพัฒนาโครงการในรูปแบบ “มิกซ์ยูส” (Mixed-use) เกิดขึ้นอย

อ่านต่อ19 มี.ค. 2562

มองรอบด้าน พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฉบับใหม่

คลอดแล้วภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฉบับใหม่ โดยจะเริ่มจัดเก็บภาษีที่

อ่านต่อ19 มี.ค. 2562