ผู้บริโภคยังมองตลาดอสังหาฯ เป็นบวก หวังรัฐออกนโยบายเอื้อคนอยากมีบ้าน

25 มี.ค. 2562

จากการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคต่อสภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์ (DDproperty Consumer Sentiment Survey) รอบล่าสุดพบว่า ผู้บริโภคชาวไทยยังมองอสังหาฯ เป็นบวก

DDproperty (ดีดีพร็อพเพอร์ตี้) เปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคต่อสภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์ (DDproperty Consumer Sentiment Survey) รอบล่าสุดพบว่า ผู้บริโภคชาวไทยยังมีทัศนคติที่ดีต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ครึ่งหลังของปี 2559 เป็นต้นมา

โดยเป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของความสามารถในการซื้อ ความพึงพอใจต่อสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ และปัจจัยเสริมต่าง ๆ ทั้งด้านอุปทานที่เติบโตและมีคุณภาพดีขึ้น ประกอบกับการขยายเส้นทางขนส่งมวลชนระบบรางที่ใกล้ความเป็นจริงของทั้งระบบ โดย 1 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสำรวจระบุว่ามีแผนจะซื้อที่อยู่อาศัยภายใน 6 เดือน

INFO-CSS-01

ผลสำรวจชี้ 2 ใน 3 ยังพอใจกับตลาดอสังหาฯ

ผลการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคต่อสภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์ในรอบนี้แสดงให้เห็นถึงทัศนคติที่เป็นบวกมากยิ่งขึ้นของผู้บริโภค 2 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสำรวจพึงพอใจต่อสถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัย โดยผู้ตอบแบบสำรวจส่วนใหญ่ 73% เห็นว่าจำนวนโครงการอสังหาริมทรัพย์ในตลาดมีจำนวนเพิ่มขึ้น ขณะที่ 41% ระบุว่าสามารถเข้าถึงเงินกู้หรือรีไฟแนนซ์ได้ง่ายขึ้นและ 29% มองว่าการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ให้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้น

นางกมลภัทร แสวงกิจ ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทย DDproperty.com กล่าวว่า เมื่อพิจารณาความคิดเห็นของผู้บริโภคส่วนใหญ่จะเห็นได้ว่าผู้คนยังคาดหวังให้ภาครัฐตระหนักถึงความสำคัญของการมีที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานของสังคม ทั้งนี้บทบาทของรัฐบาลใหม่จะมีความสำคัญอย่างมากต่อการกำหนดนโยบายต่าง ๆ เกี่ยวกับที่อยู่อาศัยของประชาชนอย่างทั่วถึง ในขณะเดียวกันก็กระตุ้นตลาดการซื้อขาย พร้อมไปกับสร้างบรรยากาศการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ

คนส่วนใหญ่หวังรัฐช่วยควบคุมราคาอสังหาฯ

ด้านมาตรการที่ผู้ตอบแบบสำรวจต้องการความช่วยเหลือจากภาครัฐเป็นอันดับแรก ๆ คือ การควบคุมราคาของที่อยู่อาศัยที่เป็นโครงการใหม่ 63% และรองลงมาคือมาตรการให้เงินอุดหนุนบ้านหลังแรก 54% นอกจากนี้ยังพบว่า 16% ของผู้ตอบแบบสำรวจพึงพอใจลดลง ซึ่งเป็นผลจากการปรับนโยบายด้านสินเชื่อของธนาคารแห่งประเทศไทยที่มีความเข้มงวดมากขึ้นส่งผลไปถึงการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินที่ล่าสุดสถิติจากธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่าตลอดปี 2561 ที่ผ่านมามีการปล่อยสินเชื่อเพิ่มสูงขึ้นจากปีก่อน 6%

จากแนวโน้มของตลาดที่ยังเป็นด้านบวก ผู้ประกอบการควรพัฒนาโครงการที่สร้างความแตกต่างอย่างมีคุณภาพ โดยผู้บริโภคยังคงพิจารณาให้ความสำคัญกับทำเล ความปลอดภัย ราคาต่อพื้นที่ คุณภาพการก่อสร้างหรือโครงสร้าง สิ่งอำนวยความสะดวก ตามลำดับ ทั้งนี้ กว่า 1 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสำรวจมีแนวโน้มในการซื้อที่อยู่อาศัยในอีก 6 เดือนข้างหน้า และเกือบครึ่งคาดว่าจะซื้อโครงการเปิดใหม่หรือรีเซล

 

Survey: Demand for senior housing on the upswing as Thai culture and demographics shift

5 เหตุผลที่ทำให้คนไทยพึงพอใจกับตลาดอสังหาฯ

เมื่อมองในภาพรวมความพึงพอใจของผู้บริโภคต่อสภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์ ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาพบว่า จากการสำรวจรอบล่าสุด ผู้บริโภค 66% ยังมีความพึงพอใจต่อสภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์ สูงกว่าการสำรวจในรอบก่อนหน้าที่มีเพียง 57% หรือหากย้อนกลับไปในช่วงครึ่งแรกของปี 2556 ระดับความพึงพอใจของผู้บริโภคอยู่ที่ 47% เท่านั้น

ทั้งนี้ เหตุผลที่ทำให้ผู้ตอบแบบสำรวจมีความรู้สึกเป็นบวกต่อสภาพตลาดในปัจจุบัน ประกอบด้วย

  1. ราคาที่อยู่อาศัยยังไม่แพงจนเกินไป
  2. ราคาอสังหาฯ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
  3. อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยังคงอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ
  4. แนวโน้มมูลค่าเพิ่มขึ้นในระยะยาว
  5. ตัวเลือกด้านการเงินที่หลากหลาย

อย่างไรก็ดี การสำรวจในครั้งนี้พบว่า ผู้ตอบแบบสำรวจฯ ถึง 72% รู้สึกว่าสภาพตลาดที่อยู่อาศัยในปัจจุบันยังไม่น่าพอใจ เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจไม่ดี ปัจจัยอื่น ๆ ที่ทำให้ผู้บริโภคมีความรู้สึกต่อตลาดในทางลบ ได้แก่ ราคาที่อยู่อาศัยที่ขยับขึ้นเรื่อย ๆ รวมไปถึงข้อจำกัดจากกฎระเบียบจากภาครัฐ

3 ใน 4 เชื่อราคาอสังหาฯ มีแนวโน้มสูงขึ้น

3 ใน 4 ของผู้ตอบแบบสำรวจเชื่อว่าราคาที่อยู่อาศัยในอีก 5 ปีข้างหน้ายังมีแนวโน้มสูงขึ้นในทุกประเภท สอดคล้องกับบทวิเคราะห์แนวโน้มราคาที่อยู่อาศัยจาก DDproperty Property Index ฉบับล่าสุดที่ระบุว่าในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา (2560-2561) ราคาที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น 3% และในรอบ 2 ปี เพิ่มขึ้นถึง 17% โดยปัจจัยสำคัญอยู่ที่ต้นทุนในการพัฒนาโครงการ โดยเฉพาะราคาที่ดินที่สูงขึ้นเนื่องจากได้รับอานิสงส์จากการขยายเส้นทางรถไฟฟ้า

รัฐเดินหน้าเก็บภาษีลาภลอย  จากบ้าน-ที่ดิน ใกล้จากรถไฟฟ้า-ทางด่วน

ส่วนใหญ่มีงบซื้อที่อยู่อาศัยไม่เกิน 1 ล้าน

จากการสอบถามถึงแนวโน้มในการซื้อที่อยู่อาศัยในอีก 6 เดือนข้างหน้า พบว่า 35% ของผู้ตอบแบบสำรวจมีความตั้งใจจะซื้อที่อยู่อาศัย เกือบครึ่งของกลุ่มนี้คาดว่าจะซื้อโครงการเปิดใหม่หรืออาจจะมองหาทั้งโครงการเปิดใหม่และรีเซล หากพิจารณาตามประเภทที่อยู่อาศัยพบว่าบ้านเดี่ยวได้รับความสนใจมากที่สุด ถึง 81% รองลงมาคือ คอนโดมิเนียม 71% และทาวน์เฮาส์ 66% ตามลำดับ และเมื่อพิจารณาตามทำเลที่ตั้งพบว่า 2 ใน 5 ต้องการอยู่ในทำเลกรุงเทพฯ รอบนอก และเกินกว่าครึ่งมีงบประมาณในการซื้อที่อยู่อาศัยไม่เกิน 1 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม การสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคต่อสภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์ (DDproperty Consumer Sentiment Survey) เป็นการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคที่มีต่อสภาพตลาดที่อยู่อาศัยในประเทศ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งผู้บริโภคและตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ได้มองเห็นภาพรวมของอสังหาริมทรัพย์ในประเทศ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเสริมสร้างการตัดสินใจทางธุรกิจและเพื่อสนับสนุนการพัฒนารูปแบบการลงทุนที่เป็นนวัตกรรมมากขึ้น โดยการสำรวจครั้งล่าสุดมีผู้ตอบแบบสำรวจเกือบหนึ่งพันคน อายุระหว่าง 21-69 ปี โดยกว่าครึ่งเป็นผู้หญิง และ 1 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสำรวจอยู่ในกลุ่มเจนวาย (อายุ 30-39 ปี)

ติดตามทุกเรื่องราวเกี่ยวกับอสังหาฯ โดยสามารถเลือกชม โครงการใหม่ พร้อม รีวิวโครงการคอนโดใหม่ บ้านใหม่ หลากหลายทำเลและราคาได้เช่นกัน หรือดาวน์โหลดรายงานดัชนีอสังหาริมทรัพย์และรายงานภาพรวมตลาดอสังหาฯ จากเรา เพื่อช่วยเพิ่มมุมมองในทุกมิติของการซื้อ – ขาย – เช่า 

เขียนความเห็น

ข่าว-บทความอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ

มองรอบด้าน พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฉบับใหม่

คลอดแล้วภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฉบับใหม่ โดยจะเริ่มจัดเก็บภาษีที่

อ่านต่อ19 มี.ค. 2562