อสังหาฯ ปรับกลยุทธ์ดึงพันธมิตรสยายปีกความแข็งแกร่ง

26 มี.ค. 2562

จากปัจจัยท้าทายหลายด้าน ทั้งมาตรการรัฐ สภาพเศรษฐกิจทั้งในและนอกประเทศ ทำให้ผู้ประกอบการอสังหาฯ ต้องปรับกลยุทธ์ และดึงพันธมิตรเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้บริษัท

อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าจากปัจจัยท้าท้ายหลายด้านทั้งจากนโยบายภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นมาตรการแบงก์ชาติบังคับเพิ่มเงินดาวน์ซื้อบ้าน-คอนโดมิเนียมหลังที่ 2 เพื่อสกัดฟองสบู่ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ 1 เมษายน 2562 และกฎหมายใหม่ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่จะมีผลบังคับใช้วันที่ 1 มกราคม 2563 รวมถึงแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ผลจากการเลือกตั้ง ภาวะเศรษฐกิจทั้งใน-นอกประเทศ และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ล้วนแต่มีผลกระทบต่อภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

S__94421269

แม้จะมั่นใจได้ว่ากำลังซื้อ โดยเฉพาะจากผู้ที่อยู่อาศัยและทำงานในเขตเมืองหลัก เช่น ทำเลในกรุงเทพฯ และปริมณฑล จะยังคงมีอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีปัจจัยบวกจากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว การลงทุนในเขตเศรษฐกิจต่าง ๆ รวมถึงการลงทุนรถไฟฟ้า 10 เส้นทาง ซึ่งจะเป็นการเปิดหน้าดินให้เอื้อต่อการพัฒนาที่อยู่าศัยเพื่มมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันผู้พัฒนาโครงการซึ่งมีอยู่จำนวนมากในตลาดปัจจุบัน ทำให้เกิดการแข่งขันที่สูงตามไปด้วย

ดังนั้น การที่ผู้ประกอบการด้านอสังหาริมทรัพย์ จะมีแค่เพียงที่ดินในทำเลที่ดี มีความเชี่ยวชาญในการก่อสร้างโครงการ คงไม่เพียงพออีกต่อไป ยังต้องคิดทำโครงการที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้ โดยใส่ดีไซน์ที่โดดเด่น โปรดักต์คุณภาพเกรดพรีเมี่ยม นำนวัตกรรมใหม่เข้ามารับมือกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัล ต้องคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอย รวมถึงสังคมผู้อยู่อาศัยและชุมชนรอบข้าง

ซึ่งการพัฒนาที่อยู่อาศัยโดยเข้าใจในทุกความต้องการของของผู้บริโภคเป็นอย่างดี จะเป็นจุดแข็งในการสร้างความมั่นใจ ส่งผลให้มียอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และยังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่มีความโดดเด่นและมีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ จนเป็นที่สนใจที่จากนักลงทุนต่างชาติ อาทิ จีน เกาหลี ญี่ปุ่น ที่จะเข้ามาร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจด้วย ซึ่งนับเป็นการพลิกกลยุทธ์เพื่อรับมือกับภาวะเศรษฐกิจที่ดี อีกทั้งยังเป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจ และขยายตลาดรองรับผู้บริโภคได้มากขึ้น

หนึ่งในการร่วมทุนเป็นพันธมิตรทางธุรกิจด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีความโดดเด่น คือ บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ที่จับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น ฮูซิเออร์ส โฮลดิ้งส์ (Hoosiers Holdings) และคิวชู เรลเวย์ คัมปะนี (Kyushu Railway Company) พัฒนาโครงการ อิมเพรสชั่น เอกมัย สุขุมวิท 61 (Impression Ekkamai-Sukhumvit 61) ภายใต้ชื่อบริษัท เอเอชเจ เอกมัย จำกัด เพื่อตอบโจทย์ผู้ต้องการที่อยู่อาศัยทั้งเพื่ออยู่อาศัยและปล่อยเช่า 

ATOM 7-HeroShot V1 A

โครงการอิมเพรสชั่น เอกมัย สุขุมวิท 61 (Impression Ekkamai-Sukhumvit 61) เป็นโครงการระดับลักชัวรี มีมูลค่าโครงการทั้งสิ้น 4,800 ล้านบาท เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าระดับบน โดยโครงการถูกออกแบบได้อย่างหรูหราและอยู่สบาย มาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกระดับไฮเอนด์ โดยโครงการมีเนื้อที่ 2-3-3.9 ไร่ โครงการเป็นไฮไรส์ เรสสิเดนท์มีอาคารพักอาศัย 2 อาคาร สูง 25 ชั้น และ 43 ชั้น รวมจำนวน 380 ยูนิต อีก 1 อาคารเป็นอาคารจอดรถ 16 ชั้น มีขนาดห้องให้เลือกหลากหลาย ในราคาเริ่มต้น  7.9 ล้านบาท และตัวอาคารเองมีความโดดเด่นตอกย้ำการเป็น ICONIC ใจกลางเอกมัย อีกทั้งยังเดินทางสะดวกสบายด้วยรถยนต์ส่วนบุคคลและรถไฟฟ้า BTS สถานีเอกมัย 

ขณะนี้โครงการอิมเพรสชั่น เอกมัย เปิดให้ลงทะเบียนรับสิทธิจองห้องสวยในราคาพิเศษก่อนใครได้แล้ว ที่สำนักงานขายหรือคลิก www.impressionekkamai.com และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.02-029-9999

3-93 Sqm_Sec-01

อัพเดท ข่าวอสังหาริมทรัพย์ สดใหม่ทุกวัน พร้อมส่งตรงถึงอีเมล์ของคุณฟรี สมัครได้ที่นี่ หรือหากคุณกำลังมองหาบ้าน คอนโด ก็สามารถอ่าน รีวิวโครงการคอนโดใหม่ บ้านใหม่ หลากหลายทำเลและราคาได้รวมถึงคำนวณความสามารถในการกู้ซื้อได้ด้วยตนเอง 

เขียนความเห็น

ข่าว-บทความอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ

ผู้บริโภคยังมองตลาดอสังหาฯ เป็นบวก หวังรัฐออกนโยบายเอื้อคนอยากมีบ้าน

จากการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคต่อสภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์ (DDproperty Consume

อ่านต่อ25 มี.ค. 2562

กูรูแนะ 5 ปัจจัยกุมชะตาอสังหาฯ ปี 62

ที่อยู่อาศัย เป็นหนึ่งในปัจจัย 4 จึงยังมีเรียลดีมานด์ต่อเนื่อง ขับเคลื

อ่านต่อ26 มี.ค. 2562