อยากทำแฟรนไชส์ ต้องเริ่มแบบไหนถึงจะรุ่ง

24 พ.ค. 2562

ก่อนตัดสินใจเลือกทำธุรกิจแฟรนไชส์ ต้องทำความเข้าใจและเลือกประเภทธุรกิจ โดยเปรียบเทียบข้อดีและข้อจำกัดก่อนตัดสินใจลงทุน เพื่อย่นระยะเวลาการลองผิดลองถูกในช่วงเริ่มต้น

การเริ่มต้นธุรกิจโดยขาดประสบการณ์ หรือมีความเชี่ยวชาญแต่ขาดเงินทุนนั้นอาจเป็นอุปสรรคของนักลงทุนธุรกิจหลาย ๆ คน การหาตัวช่วยอย่าง แฟรนไชส์ ถือเป็นทางเลือกเพื่อแก้ข้อจำกัดดังกล่าวได้ดี เพราะแฟรนไชส์เป็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมาก่อน มีระบบการจัดการที่ดี ช่วยย่นระยะเวลาการลองผิดลองถูกในช่วงเริ่มต้นธุรกิจได้ ซึ่งเปรียบเสมือนการซื้อความเชี่ยวชาญมาดำเนินการต่อ อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนเงินทุนจากธนาคาร

แต่ใช่ว่าทุกแฟรนไชส์จะประสบความสำเร็จอย่างราบรื่น อีกทั้งแต่ละแฟรนไชส์มีกฏเกณฑ์และระบบการดำเนินธุรกิจที่แตกต่างกัน ดังนั้น ก่อนตัดสินใจเลือกทำธุรกิจแฟรนไชส์จำเป็นต้องทำความเข้าใจและเลือกประเภทธุรกิจโดยเปรียบเทียบข้อดีและข้อจำกัดก่อนตัดสินใจลงทุน วันนี้ K-Expert มีคำแนะนำมาฝาก

ทำความรู้จักธุรกิจแฟรนไชส์

 

ธุรกิจแฟรนไชส์ เป็นรูปแบบธุรกิจที่ใช้วิธีการขายสิทธิในการดำเนินงานหรือเครื่องหมายการค้าให้กับผู้ที่สนใจ สำหรับผู้ที่ขายสิทธินี้หรือเจ้าของเครื่องหมายการค้า (แบรนด์) เรียกว่าแฟรนไชส์ซอร์ (Franchisor) และผู้ได้รับสิทธิหรือตัวเรา เรียกว่า แฟรนไชส์ซี (Franchisee) โดยที่ผู้รับสิทธิจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเพื่อแลกกับการได้รับสิทธิในการดำเนินธุรกิจ

3 สิทธิที่ได้รับจากแฟรนไชส์ซอร์

1. การเรียนรู้กระบวนการทำธุรกิจภายใต้เครื่องหมายการค้า

ผู้รับสิทธิจะได้รับการฝึกฝนทักษะที่จำเป็นเกี่ยวกับธุรกิจนั้น ๆ เช่น การทำอาหารและเครื่องดื่ม การบริหารจัดการร้านค้า หรือความรู้ความเข้าใจด้านบัญชี เป็นต้น

2. สิทธิในการขายสินค้าและบริการที่ตกลงกัน

เช่น สิทธิการขายผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าของแฟรนไชส์

3. การสนับสนุนต่าง ๆ

เช่น การฝึกอบรมพนักงาน หรือทำบัญชี เป็นต้น

ค่าธรรมเนียมที่ผู้รับสิทธิต้องจ่าย

1. ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ (Franchise Fee)

ซึ่งอาจเปรียบได้กับค่าธรรมเนียมแรกเข้า เพื่อแลกกับสิทธิหรือเครื่องหมายการค้า ความรู้ เทคนิคการบริหารธุรกิจจากแฟรนไชส์ซอร์

2. ค่าธรรมเนียมสิทธิ (Royalty Fee)

เป็นค่าตอบแทนที่คิดเป็นเปอร์เซ็นต์/สัดส่วนต่อเดือนหรือต่อปี เช่น คิดจากยอดสั่งซื้อ /ยอดขาย หรือผลกำไรจากการดำเนินธุรกิจ เป็นต้น

ทั้งนี้แต่ละแฟรนไชส์อาจมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมที่แตกต่างกัน ดังนั้น ก่อนตัดสินใจซื้อแฟรนไชส์ต้องสอบถามและตรวจสอบเงื่อนไขต่าง ๆ ให้ครบถ้วน

ใครบ้างที่เหมาะกับการเริ่มต้นธุรกิจแฟรนไชส์?

coworker

1. ขาดไอเดีย

มีธุรกิจจำนวนมากที่ขายสิทธิให้กับผู้ที่สนใจ เช่น ธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม เป็นต้น ดังนั้น หากยังไม่แน่ใจ อาจจะเริ่มต้นด้วยการมองหาธุรกิจที่ประสบความสำเร็จปัจจุบัน

2. ขาดประสบการณ์

กว่าที่เจ้าของธุรกิจต่าง ๆ นั้นจะเปิดสิทธิให้ผู้ที่สนใจ จะต้องดำเนินธุรกิจมาจนประสบความสำเร็จหรือเป็นที่รู้จักก่อน ดังนั้น การซื้อแฟรนไชส์จึงเปรียบเสมือนการถ่ายโอนประสบการณ์ของผู้ที่ประสบความสำเร็จมาสู่ผู้ที่ต้องการเริ่มต้นทำธุรกิจ

3. ขาดเงินทุน

ปัจจุบันสถาบันการเงินมักมีสินเชื่อรองรับกับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจแฟรนไชส์ โดยเฉพาะผู้ลงทุนที่มีเงินจำกัดจึงสามารถเริ่มต้นธุรกิจได้ไม่ยาก โดยไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ในการทำธุรกิจมาก่อน

เลือกแฟรนไชส์อย่างไรดี?

Businessman calculating and checking articles of agreement

1. เลือกจากความชอบ

ถึงแม้ว่าธุรกิจแฟรนไชส์มีระบบการดำเนินงานที่ดี ช่วยประหยัดเวลาในการลองผิดลองถูก แต่ ผู้ลงทุนก็จำเป็นต้องทุ่มเทเวลาให้กับการดำเนินธุรกิจภายใต้ระบบแฟรนไชส์ซึ่งเปรียบเสมือนธุรกิจตนเอง ดังนั้น ผู้ซื้อจึงจำเป็นต้องมีความชื่นชอบและสนใจในตัวธุรกิจนั้น

2. เลือกจากเทรนด์

ปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การเลือกธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตโดดเด่นในอนาคต ย่อมช่วยเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น โดยอาจมองหาจากแฟรนไชส์ที่เป็นที่นิยมของลูกค้าอย่างต่อเนื่องก็ได้

3. เลือกจากงบประมาณ โดยแบ่งตามมูลค่าเงินลงทุน เช่น

  • 100,000 – 500,000 บาท แฟรนไชส์ขนาดเล็ก ระบบธุรกิจไม่ซับซ้อน ใช้เงินลงทุนไม่สูง
  • 500,001 – 1,500,000 บาท แฟรนไชส์ขนาดกลาง แบรนด์เป็นที่รู้จัก
  • มากกว่า 1,500,000 บาท แฟรนไชส์ขนาดใหญ่เป็นที่รู้จักในวงกว้างและมีสาขาจำนวนมาก หรือเป็นแฟรนไชส์จากต่างประเทศ

ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถขอสินเชื่อแฟรนไชส์ได้สูงสุดถึง 80% ของมูลค่าเงินลงทุนที่แฟรนไชส์ระบุ (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของสถาบันการเงินและคุณสมบัติของผู้ขอสินเชื่อ) ยกตัวอย่าง เช่น มูลค่าเงินลงทุน 1,000,000 บาท ผู้ลงทุนอาจสามารถขอสินเชื่อได้สูงสุด 800,000 บาท ส่วนที่เหลือผู้ลงทุนจำเป็นต้องใช้เงินลงทุนของตนเอง นอกจากนั้นแล้ว ผู้ลงทุนจำเป็นต้องมีเงินทุนของตนเองเพื่อสำรองไว้ใช้หมุนเวียนในธุรกิจด้วย

รู้ได้อย่างไรว่าธุรกิจไหนขายสิทธิแฟรนไชส์?

 

1. ติดต่อโดยตรงกับธุรกิจนั้น ๆ

เช่น หากพบธุรกิจที่ตนเองสนใจสามารถสอบถามโดยตรงกับบริษัทที่เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น

2. ติดต่อกับสถาบันการเงิน

โดยส่วนใหญ่สถาบันการเงินมักมีเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ในการอนุมัติสินเชื่อให้กับธุรกิจ แฟรนไชส์ ดังนั้น การค้นหาธุรกิจผ่านสถาบันการเงินเป็นการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผู้ขายสิทธิแฟรนไชส์ได้ในระดับหนึ่ง
ทั้งนี้ สถาบันการเงินจะอนุมัติสินเชื่อให้กับบุคลที่มีคุณสมบัติตามเงื่อนไขและต้องได้รับสิทธิแฟรนไชส์เรียบร้อยแล้ว

เช็กให้ชัวร์ก่อนตัดสินใจ

Depressed woman leaning her head against a wall on white background

หลังจากที่เลือกประเภทธุรกิจที่สนใจแล้ว ผู้ลงทุนจำเป็นต้องสอบถามรายละเอียดต่าง ๆ เพื่อทำความเข้าใจเงื่อนไขและใช้เปรียบเทียบก่อนตัดสินใจเลือกแฟรนไชส์ เช่น

1. ประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจของแฟรนไชส์ซอร์

เพราะหากเจ้าของสิทธิมีประสบการณ์และมีความชำนาญย่อมช่วยถ่ายทอดความรู้และเพิ่มโอกาสให้แฟรนไซส์ซีนั้นประสบความสำเร็จตามไปด้วย

2. ค่าธรรมเนียม

ทำการสอบถามรายละเอียดค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บครั้งแรก สัดส่วนการแบ่งผลตอบแทน เป็นต้น

3. เงื่อนไขการดำเนินงานต้องชัดเจน

การตรวจสอบรายละเอียดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสิทธิในการขายผลิตภัณฑ์และบริการ การสั่งซื้อวัตถุดิบ ระยะเวลาของสัญญา เป็นต้น จะช่วยให้แฟรนไชส์ซีเข้าใจเงื่อนไขและปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง

4. การสนับสนุนต่าง ๆ

โดยเฉพาะแฟรนไชส์ขนาดใหญ่ที่มีระบบการดำเนินงานซับซ้อน การเริ่มต้นธุรกิจในช่วงต้น ผู้ลงทุนจำเป็นต้องได้รับการฝึกทักษะที่จำเป็น ตลอดจนการวิเคราะห์และการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นภายหลังดำเนินธุรกิจ หรือในบางครั้งแฟรนไชส์ซอร์อาจช่วยสนับสนุนการหาทำเลที่เหมาะสม ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้แฟรนไชส์ซีนั้นประสบความสำเร็จ

นอกจากการศึกษารายละเอียดดังกล่าว ผู้ลงทุนธุรกิจแฟรนไชส์ควรเข้าเยี่ยมชมกิจการ เพื่อศึกษารายละเอียดกระบวนการจัดการร้านค้า หรือหาโอกาสทดลองซื้อสินค้าและบริการของแฟรนไชส์ที่สนใจ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ

ถึงแม้ว่าแฟรนไชส์จะมีระบบที่ดี ช่วยทำให้ผู้ลงทุนประสบความสำเร็จและเป็นเจ้าของธุรกิจได้อย่างราบรื่น แต่ผู้ลงทุนหรือนักธุรกิจแฟรนไชส์จำเป็นต้องทำความเข้าใจและจัดแบ่งเวลาในการทำธุรกิจให้ดี เพราะการเตรียมความพร้อมที่ดีย่อมช่วยเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้น 

หากคุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการซื้อบ้าน อ่าน คู่มือซื้อขาย ที่สามารถเป็นตัวช่วยตอบได้ทุกคำถาม พร้อมบอกรายละเอียดการคำนวณสินเชื่อบ้าน ที่เหมาะสมกับคุณโดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือน เพื่อให้ตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น

เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย เสาวนีย์  พงษ์เสนีย์ CFP® K-Expert ฝ่ายพัฒนาการให้คำปรึกษาลูกค้า ธนาคารกสิกรไทย หากมีข้อสงสัยหรือต้องการปรึกษาวางแผนเพิ่มเติม สามารถปรึกษากับ K-Expert ธนาคารกสิกรไทย ได้ที่ K-Expert@kasikornbank.com

เขียนความเห็น

ข่าว-บทความอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ

จับกระแส: บ้านต่ำล้านมาแรง สวนทางภาพรวมซบ

ปี 2562 เป็นปีที่มีหลายปัจจัยมากระทบธุรกิจอสังหาฯ โดยเฉพาะมาตรการภาครัฐ

อ่านต่อ21 พ.ค. 2562

จับตา 3 ทำเลมาแรง ‘เขย่า’ วงการอสังหาฯ

บางซื่อ จตุจักร ลาดพร้าว คือพื้นที่สำคัญที่จะมา ‘เขย่า’ วงการอสังหาริม

อ่านต่อ24 พ.ค. 2562