ตลาดที่อยู่อาศัยระดับไฮเอนด์ หรือบ้านหรู ในประเทศไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันความต้องการของผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยและนักลงทุนต่างก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำเลที่ตั้งและวัสดุคุณภาพสูงไม่เพียงพอที่จะตอบสนองความต้องการของพวกเขาอีกต่อไป
โดยปัจจุบันนิยามของความหรูหราไม่ได้หมายความเพียงแค่สิ่งของ แต่หมายถึงการสร้างประสบการณ์การใช้ชีวิตที่ยอดเยี่ยม ซึ่งรวมความสะดวกสบาย สิ่งอำนวยความสะดวก และนวัตกรรมเข้าด้วยกัน
มาสำรวจกันว่าที่อยู่อาศัยระดับไฮเอนด์ในประเทศไทยกำลังพัฒนาไปอย่างไร เพื่อให้ตอบสนองความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นนี้
สิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยในที่อยู่อาศัยระดับไฮเอนด์
ผู้ที่มีกำลังซื้อสูงในปัจจุบันคาดหวังให้ที่อยู่อาศัยสามารถผสมผสานเข้ากับไลฟ์สไตล์ของพวกเขาได้อย่างลงตัว นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เองต่างก็กำลังตอบสนองความต้องการนี้ ด้วยการนำเสนอสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยและหลากหลาย ที่ไม่เพียงเพิ่มคุณค่าให้กับที่อยู่อาศัย แต่ยังตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยในยุคปัจจุบัน เช่น ฟิตเนส, โรงภาพยนตร์ส่วนตัว, สระว่ายน้ำบนชั้นดาดฟ้า และบริการผู้ช่วยส่วนตัว (Concierge Service) ตลอด 24 ชั่วโมง
โครงการโซ ออริจิ้น บางเทา บีช โดยบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ซึ่งคว้ารางวัล HIGHLY COMMENDED: Best Luxury Condo Development (Phuket) เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสุดหรูที่สะท้อนถึงเสน่ห์ของหาดบางเทา เช่น ล็อบบี้สไตล์รีสอร์ท, ลานทราย (Sand Yard), สระว่ายน้ำ, คลับเฮ้าส์, ฟิตเนส, สวนลอยฟ้า และ Sunset Lounge ชมพระอาทิตย์ตกดิน ให้ผู้อยู่อาศัยได้สัมผัสความเงียบสงบและประสบการณ์ที่หรูหรา
มีนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จำนวนไม่น้อยที่กำลังยกระดับสิ่งอำนวยความสะดวกให้เป็นประสบการณ์การใช้ชีวิตที่เหนือระดับ เช่น โครงการมัลเบอร์รี่ โกรฟ สุขุมวิท โดยบริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้คว้ารางวัล HIGHLY COMMENDED: Best Luxury Condo Development (Bangkok) และ Best Luxury Condo Architectural Design (Bangkok) ได้ออกแบบให้มีสปาและห้องนวดผ่อนคลาย รวมถึงสระว่ายน้ำสำหรับทุกวัย เพื่อให้สมาชิกทุกคนในครอบครัวเพลิดเพลินไปกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทางโครงการมอบให้
ในขณะที่โครงการแซงค์ รอยัล กรุงเทพกรีฑา โดยบริษัท แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้คว้ารางวัล Best Ultra Luxury Housing Development (Bangkok) ก็ได้มอบบริการแก่ครอบครัวที่รักสัตว์เลี้ยง โดยอนุญาตให้สัตว์เลี้ยงเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางได้ทั้งหมด ยกเว้นสระว่ายน้ำ
ความร่วมมือกับโรงแรมระดับลักซ์ชัวรี
แนวโน้มที่กำลังจะเกิดขึ้นในตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับไฮเอนด์ของประเทศไทย คือ การร่วมมือระหว่างนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และแบรนด์โรงแรมชั้นนำ เพื่อยกระดับการบริการมาตรฐานระดับโรงแรม 5 ดาว ซึ่งสามารถดึงดูดผู้ซื้อที่คุ้นเคยกับบริการของโรงแรมหรู
ตัวอย่างเช่น บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ผู้คว้ารางวัล People’s Choice Awards (รางวัลที่มอบให้แก่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 10 อันดับ จากการโหวตของผู้บริโภค) ที่กำลังขยายสู่ตลาดลักซ์ชัวรี
โดยเมื่อเดือนกรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ลงนามในสัญญาร่วมทุนกับ Mori Trust บริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของญี่ปุ่นที่มีความเชี่ยวชาญด้านโรงแรมและรีสอร์ท เพื่อพัฒนาบ้านเดี่ยวหรู โครงการมอลตัน เกสต์ กรุงเทพกรีฑา 2 ซึ่งรวมความเชี่ยวชาญจากทั้ง 2 บริษัทฯ เพื่อรับประกันประสบการณ์การใช้ชีวิตสุดหรู ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการบริการและการต้อนรับของโรงแรมระดับโลก
เช่นเดียวกับพื้นที่ส่วนหนึ่งของโครงการลายัน แวร์เด โดยบริษัท ลายัน เบสท์ วิว จำกัด ซึ่งคว้ารางวัล HIGHLY COMMENDED: Best Luxury Condo Development (Phuket) และบริหารโดยดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล ก็ทำให้ผู้อยู่อาศัยสามารถเข้าถึงบริการชั้นยอด ตั้งแต่พนักงานบริการ ร้านอาหารชั้นนำ (World-Class Dining) และสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อความบันเทิง
พื้นที่เปิดโล่งและความเป็นส่วนตัว
ที่อยู่อาศัยระดับไฮเอนด์ในประเทศไทย กำลังโฟกัสไปที่การสร้างสมดุลระหว่างพื้นที่กว้างขวางและความเป็นส่วนตัว การออกแบบสไตล์โมเดิร์นมักมีรูปแบบเปิดโล่ง (Open Space) กว้างขวาง แสงธรรมชาติส่องเข้ามาได้อย่างเต็มที่และให้ความรู้สึกโปร่งสบาย
อย่างไรก็ตาม ความเป็นส่วนตัวยังคงเป็นปัจจัยอันดับต้น ๆ ที่ผู้ซื้อที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่ให้ความสำคัญ โดยเฉพาะทำเลในเมืองที่มีผู้คนอาศัยอยู่หนาแน่น นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จึงได้สร้างสรรค์สถาปัตยกรรม เพื่อตอบสนองความต้องการดังกล่าว เช่น หน้าต่างล้อมรอบ, ระเบียงส่วนตัว และผนังที่ช่วยเพิ่มพื้นที่ส่วนตัว นอกจากนี้ พื้นที่ภายนอก เช่น สวนส่วนตัว, ดาดฟ้าส่วนตัว และสระว่ายน้ำส่วนตัว ก็กำลังกลายเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกมาตรฐานในโครงการลักซ์ชัวรี
โครงการคิอารา รีเซิร์ฟ โดยบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และคาจิมา คอร์ปอเรชั่น (Kajima) ผู้คว้ารางวัล Best Ultra Luxury Residential Development (Phuket) เป็นตัวอย่างที่เด่นชัด ตั้งอยู่ท่ามกลางภูมิทัศน์เขียวขจีมองเห็นหาดลายัน รวมเอาความเป็นส่วนตัวของบ้านพักอาศัยที่เงียบสงบเข้ากับสิ่งอำนวยความสะดวกของรีสอร์ทระดับ 5 ดาว โดยแปลนที่เปิดโล่งและวัสดุจากธรรมชาติ ทำให้ไร้เส้นแบ่งระหว่างพื้นที่อยู่อาศัยและความสวยงามของธรรมชาติโดยรอบ
โครงการซี เซ็นทรัล โดยบริษัท ญาดาหลง พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้คว้ารางวัล HIGHLY COMMENDED: Best Luxury Housing Architectural Design (Phuket) เป็นอีกหนึ่งตัวอย่าง มีวิลล่าที่ดีไซน์มีเอกลักษณ์เพียง 6 หลัง โดยแต่ละหลังมีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวางถึง 650 ตารางเมตร
เทคโนโลยีและการใช้ชีวิตที่หรูหรา
เทคโนโลยี กำลังกลายเป็นสิ่งที่ต้องมีในที่อยู่อาศัยระดับลักซ์ชัวรีของประเทศไทย ตัวอย่างเช่น โครงการดิ เอ็กซ์โทร พญาไท-รางน้ำ โดยบริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) ผู้คว้ารางวัล Best Luxury Condo Development (Bangkok), Best Luxury Condo Development (Bangkok), Best Luxury Condo Architectural Design (Bangkok) และ Best Condo Development (Thailand) ได้ติดตั้งเทคโนโลยีบ้านอัจฉริยะ (smart home) ซึ่งทำให้ผู้อยู่อาศัยสามารถควบคุมทุกอย่างภายในบ้านได้บนสมาร์ทโฟนเพียงปลายนิ้วสัมผัส ตั้งแต่แสงไฟ, อุณหภูมิ ไปจนถึงจัดการความบันเทิงต่าง ๆ
โครงการมัลเบอร์รี่ โกรฟ สุขุมวิท ที่กล่าวถึงไปตอนต้น ยังมีระบบจอดรถที่ทันสมัย ทำให้ผู้อยู่อาศัยสามารถจะรู้ข้อมูลเกี่ยวกับที่จอดรถผ่านการรายงานได้โดยตรงบนสมาร์ทโฟน ทำให้มั่นใจได้ว่ารถยนต์จอดอย่างปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีบริการที่ช่วยอำนวยความสะดวกอื่น ๆ เช่น บริการเรียกรถให้รออยู่ที่ล็อบบี้ โดยจะมาถึงก่อนเวลาที่กำหนด 10 นาที
การใช้ชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน
ความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มขึ้น ได้ขยายไปสู่ที่อยู่อาศัยระดับลักซ์ชัวรี นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ได้มีการนำระบบประหยัดพลังงานและวัสดุยั่งยืนมาใช้ในโครงการ
ตัวอย่างเช่น โครงการเซนสิริ มิดทาวน์ วิลล่า โดยบริษัท อีเอสเอส ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ผู้คว้ารางวัล Best Luxury Investment Villa Development (Eastern Seaboard), Best Urban Villa Development (Eastern Seaboard) และ Best Luxury Villa Architectural Design (Eastern Seaboard) ได้เปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์เป็นกระแสไฟฟ้าสำหรับคลับเฮ้าส์, ฟิตเนส, ระบบสระว่ายน้ำ, จากุซซี่, ระบบรดน้ำในสวน และระบบไฟส่องสว่าง
เช่นเดียวกับที่โครงการบูก้าน พัฒนาการ โดยบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ผู้คว้ารางวัล Best Ultra Luxury Boutique Housing Development (Bangkok), Best Ultra Luxury Housing Architectural Design (Bangkok), Best Ultra Luxury Housing Interior Design (Bangkok) และ Best Housing Development (Thailand) หลังคาบ้านทุกหลังในโครงการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ ขนาด 3.3 กิโลวัตต์ นอกจากนี้ยังมีที่ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อรองรับความนิยมที่เพิ่มขึ้นของการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
รวมถึงโครงการสุดารา โดยบริษัท พรินเซส วิลล่า จำกัด และบริษัท ลาน ไคว ฟง กรุ๊ป จำกัด ผู้ชนะรางวัล Best Luxury Condo Development (Phuket) และ Best Sales Gallery Architectural Design มีระบบเก็บน้ำฝนและรีไซเคิลขยะ เพื่อใช้ประโยชน์จากน้ำในด้านภูมิทัศน์ และส่งเสริมการระบายอากาศโดยธรรมชาติ เพื่อลดการใช้พลังงาน
นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบระบายความร้อน เพื่อให้เกิดอากาศเย็นสบายตามธรรมชาติในพื้นที่สาธารณะและทางเดิน รวมทั้งใช้วัสดุไม้เทียมที่ทำจากวัสดุรีไซเคิลเป็นหนึ่งในวัสดุก่อสร้าง
การเปลี่ยนแปลงไปสู่วิธีความยั่งยืนนี้ไม่เพียงแต่เป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังช่วยเพิ่มมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ในระยะยาวอีกด้วย
อนาคตของที่อยู่อาศัยระดับหรูในประเทศไทย
เมื่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับไฮเอนด์ของประเทศไทยเติบโตขึ้น นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จะต้องเผชิญกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นในการสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านการออกแบบ, สิ่งอำนวยความสะดวก และบริการ การพัฒนาโครงการในอนาคตมีแนวโน้มที่จะให้ความสำคัญกับการออกแบบเฉพาะบุคคล, เทคโนโลยีขั้นสูง และความยั่งยืน เพื่อรองรับรสนิยมที่เปลี่ยนไปของผู้ที่มีกำลังซื้อสูง
(โครงการและนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่กล่าวถึงในบทความนี้ เป็นผู้ชนะและได้รับการยกย่องอย่างสูงในการงานประกาศรางวัลสุดยอดอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทย PropertyGuru Thailand Property Awards ครั้งที่ 19)